วันที่ 18 กรกฎาคม 2550
วันนี้เป็นวันพุธกลางสัปดาห์ที่ 11 และนับไปแล้วยังเหลืออีก 120 วันก็จะได้กลับบ้าน วันนี้ต้องตรวจที่คลินิกทั้งวัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ประมาณ 8 โมง ก็มีโทรศัพท์มาจากห้องผ่าตัดให้เข้าไปช่วยครูหาญที่ห้อง 3 ก็งงเล็กน้อย เพราะว่าไม่มีในรายการผ่าตัดเลย และก็รีบไปอย่างเร็ว เมื่อไปถึงก็พบว่าเป็นคนไข้ของคุณหมอเจนีส เขาเป็น registra คนไข้คนนี้เขาเป็นเจ้าของไข้ และเขาเองก็งงเหมือนกันว่า คนนี้ได้เตรียมผ่าตัดในวันพรุ่งนี้ แต่คนไข้มานอนโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวาน เลยต้องผ่าวันนี้เลย ไม่รู้ว่าให้เป็นคนจัดการเรื่องนอนโรงพยาบาล ผมดูไปก็พบว่าเป็นลายมือของดันดี เลยคิดในใจว่า วันนี้เพื่อนผมต้องตายอีกแน่ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อครูหาญมาถึงก็ผ่าตัดต่อไป ไม่ได้ยินคำบ่น ท่านมาบ่นถึงตอนหลัง เมื่อผ่าตัดเสร็จก็เลยมาหาคนผิดทันที เมื่อเปิดหน้าแรกก็พบว่าผมเป็นคนดูคนไข้คนแรก ผมรู้ทันเลยสวนไปก่อนว่า ช้าก่อนนายท่าน ดูหน้านี้สิ ดันดีเขียนไว้ว่าคนไข้คนนี้จะได้รับการผ่าตัดพรุ่งนี้ และนอนโรงพยาบาลคืนนี้ แต่มีคนมาแก้ครับ เป็นลายมือของนายท่านเอง เมื่อเห็นดังนั้นก็เลยด่าใครไม่ออก ได้แต่หัวเราะแหะแหะ แถมยังบอกอีกว่า ไม่รู้ทำไมจึงแก้วันที่ สงสัยเป็นความผิดของพยาบาล แล้วก็หัวเราะก่อนเดินออกไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้ดันดีต้องไปร่วมอบรมลูกจ้างใหม่ของโรงพยาบาล ที่จริงรวมถึงผมด้วย แต่เนื่องจากจะขาดคนทำงานเลยให้เขาไปก่อน สัปดาห์หน้าหรือครั้งหน้าค่อยเป็นผม ผมแจ้งจูดี้ไปว่า I prefer on December ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> การตรวจคนไข้ทั้งวันของผมในวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี เรายังหัวเราะกันตลอดเวลาทั้งเช้าและบ่าย คนไข้แต่ละคนยังน่ารักเหมือนเดิม เป็นโชคดีของผมครับ คุณหมอชินสวนที่อยู่อีกห้องได้คนไข้เจ้าปัญหาไป ก็จัดการกันเองนะครับ เขาเป็นคนชาติเดียวกัน พูดถึงชาติเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ก่อนมีคนไข้คนไทยมาตรวจด้วย แต่ไม่มีใครเรียกผม น่าเสียดายจริงๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ตอนเย็นดันดียังไม่เลิกจากการอบรม ผมเลยไปดูคนไข้ก่อนผ่าตัดเพียงคนเดียว เขามาอีกทีก็เมื่อผมดูไปแล้ว 3 ราย จากนั้นเราจึงช่วยกันต่อไป กว่าจะเสร็จก็ล่วงไปทุ่มหนึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> สรุปก็คือ มีความสุขดีครับ เดี๋ยวนี้ก่อนนอนทุกคืน ผมจะไหว้พระ (ในใจ) สวดมนต์ (เปล่งเสียงเบาๆ) อธิษฐานของพรให้แก่ลูก เมีย พ่อตา แม่ยาย แม่ตัวเอง และญาติๆก่อนนอน หากไม่ลืมก็จะขอให้เจ้ากรรมนายเวรที่ผมเคยละเมิดต่อเขาไปด้วย หลับสบายดีครับ
อ่านแล้วได้ยิ้มๆตามเคยเลยค่ะ ก็เลยเอาเรื่องอ่านแล้วยิ้มๆเกี่ยวกับการสวดมนต์มาฝากด้วยที่นี่ค่ะ
พี่โอ๋เลี้ยงลูกเก่งนะครับ
ของผมตอนนี้ 6 ขวบ ช่างถามช่างคิด แต่ติดขี้อาย จึงไม่ค่อยเปล่งศักยภาพให้คนอื่นได้ยล
หลายคำถามที่ลูกถามมานั้น บางครั้งตอบยากเหลือเกิน เช่นว่า คนเราเกิดมาทำไม ใครเป็นมนุษย์คนแรก คนเราผสมพันธุ์กันยังไง คุณพ่อกับคุณแม่ทำให้ดูหน่อยได้ไหม
เรื่องผสมพันธุ์นี้ ว่างๆจะเขียนลงในคนขวางโลกครับ รับรองว่าสนุกไม่น้อย
สวัสดีครับ -
เห็นรอยยิ้มในการทำงานก็พลอยเป็นสุขไปด้วย ..
อาชีพของหมอ หรือแพทย์เป็นอาชีพที่น่าอิจฉา เพราะถือว่าเป็นการช่วยคนในเทคนิคพิเศษที่คนธรรมดาไม่อาจช่วยเหลือกันได้เลยก็ว่าได้ ..
...
สวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน นั่นคือคำพร่ำสอนของพ่อและแม่ แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังปฏิบัติเป็นนิจไม่ได้เลย ...
ขอให้มีความสุขกับชีวิตนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ผมเองก็ไม่เคยสวดมนต์เป็นเรื่องเป็นราวหรอกครับ จนกระทั่งมาอยู่ไกลบ้าน คิดถึงลูกเมีย เราไม่สามารถอยู่ดูแลเขาได้ใกล้ชิดนอกจากโทรศัพท์เท่านั้นเอง
จึงอาศัยการพยุงจิตใจด้วยการสวดมนต์ อย่างน้อยก็ช่วยให้ผมหลับสบายขึ้นอีกนิด (ผลทางใจอย่างเดียวเลย)
หัวเราะก๊ากเลย กับคำถามเจ้าตัวเล็ก
จะตามอ่านนะคะ ว่าอาจารย์ตอบอย่างไร
พี่จะสวดมนต์ ตอนนอนไม่หลับ พลิกไปมาก็ เริ่มสวดให้ใจนิ่ง ก็จะเริ่มเคลิ้ม และนอนได้ค่ะ
เลยฟังเสียงสวดมนต์ ทีไร ก็จะสัปหงกทุกที อายเขา
เวลาไปงาน ต้องไม่อินกับเสียงสวดมนต์ ค่ะ
Dear Ajarn
Please click here and you will enjoy with my daughter's questions.