19 สิงหาคม 2550
ถึงลูกศิษย์ปริญญาเอกที่รักทุกท่านและชาว Blog
เนื่องจาก Blog เดิมนี้ มีข้อมูลมากอาจจะทำให้ระบบขัดข้อง ผมจึงขอเปิด Blog ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านครับ โปรดร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.gotoknow.org/blog/chiraacademy
จีระ หงส์ลดารมภ์
...................................................................................
สวัสดีครับลูกศิษย์ปริญญาเอกที่สวนสุนันทา และชาว Blog
ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นห้องเรียนปริญญาเอก วิชาการจัดการทุนมนุษย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในวันพรุ่งนี้ คงมีหลายเรื่องที่ผมและลูกศิษย์จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน และผมก็เช่นเคยครับ ผมขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
โลกาภิวัตน์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการทุนมนุษย์อย่างไร ? เมื่อโลกปัจจุบันเป็นสังคมไร้พรมแดน เกิดการไหลบ่าอย่างรวดเร็วของข้อมูลข่าวสาร สินค้า บริการ เงินทุน นวัตกรรมทางความคิด และด้านอื่นๆมากมาย สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกคนถือเสมือนเป็นพลโลก (global citizen) ผลกระทบโดยตรงต่อคน ต่อองค์กร และต่อประเทศมีดังนี้ ด้าน supply sideประเทศเกษตรกรรมมีการพัฒนาขึ้นเป็นประเทศอุตสาหกรรมการเกษตร และมีการทำอุตสาหกรรมหนักมากขึ้น มีการทำงานในภาคบริการมากยิ่งขึ้นในเวลาต่อมา บางส่วนทำงานในภาครัฐบาล และมีผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ คือเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดปานกลาง สังคมมีการเปลี่ยนรูปแบบ มีการอพยพเคลื่อนย้ายจากชนบทสู่เมืองใหญ่ รวมทั้งการอพยพเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ ทั้งแรงงานที่ถูกกฎหมายและแรงงานเถื่อน ก่อให้เกิดเกิดปัญหาทางสังคมมากมายทั้งชุมชนแออัด อาชญากรรม คนเร่ร่อน โสเภณีเด็ก การศึกษาต่ำกว่ามาตรฐาน การคมนาคมขนส่ง การสาธารณสุข เป็นต้น และต้องตระหนักถึงการอพยพเคลื่อนย้ายของผู้มีความรู้ ความสามารถ มีโอกาสในสังคม โดยเฉพาะวิชาชีพพิเศษเช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ผู้ประกอบการต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอในการวางแผนกำลังคน อาทิเช่นต้องการคนจากภายในประเทศ หรือจากต่างประเทศ ช่วงอายุ เพศ ระดับการศึกษา จากสถาบันการศึกษาใด สุขภาพ บุคลิกภาพ พื้นฐานทางครอบครัว ความสามารถในเชิงเทคนิคและเทคโนโลยี และการทดแทนของแรงงานในอนาคตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมขององค์กรเป็นอย่างมาก โดยมีการสื่อสารกับคนที่ประสงค์จะเข้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าสู่กระบวนการสรรหาบุคลากร เพื่อพร้อมเป็นคนขององค์กรต่อไป ซึ่งจะต้องคำนึงถึงว่าเมื่อใดที่จะต้องการคน จำนวนคน และค่าใช้จ่ายที่จะลงทุน (invest) กับ คนเก่งเหล่านั้น ประเด็นที่ต้องพิจารณาพร้อมไปด้วยก็คือการแย่งชิงแรงงานคนที่เราต้องการจากคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันหรือใกล้เคียง ด้าน demand side เมื่อ คนเก่ง เข้าสู่กระบวนการทำงาน องค์กรก็ต้องมีวิธีการที่จะทำให้เขาเหล่านั้นเป็น คนดี ด้วยการทำให้เขามีความรับผิดชอบ มีความภักดี ปฏิบัติตามกฏระเบียบ มีความสามารถเพิ่มพูนขึ้น มีเส้นทางความก้าวหน้าเติบโตในสายงานอาชีพ มีการจ้างงานระยะยาว มีค่าจ้าง เงินเดือน สวัสดิการที่ดีสำหรับเขาและครอบครัว มีการจูงใจให้ทำงานได้อย่างมีความสุข มีการอบรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อาจเป็นภายในหรือภายนอกองค์กร มีการทำให้บรรยากาศในการทำงานเหมะสม และทำให้พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในองค์กรในทุกระดับและทุกโอกาส สิ่งที่ควรตระหนักก็คือการถูกคู่แข่งขันชิงตัว คนดี เหล่านี้ออกไป ทั้ง คนเก่ง และ คนดี เหล่านี้จะนำพาให้องค์กรบรรลุจุดหมายอันได้แก่ การแข่งขันได้ อยู่รอดอย่างยั่งยืน มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ มีความรับผิดชอบต่อทุกภาคส่วนในสังคม มีความเป็นผู้นำในธุรกิจในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งจุดมุ่งหมายขององค์กรก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมของสังคมโลกาภิวัตน์ คนขององค์กรจึงต้องตื่นตัว ปรับตัว ทำตัวให้พร้อม และต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า จากข้อมูลที่มีในปัจจุบัน เมื่อวันที่ คน ได้ทำงานให้กับองค์กรมาจนบั้นปลายของการทำงาน ถึงวัยที่ได้พักผ่อน องค์กรต้องมีระบบที่ทำให้คนเหล่านี้มีชีวิตในวัยเกษียณอายุได้อย่างมีความสุข เช่นเดียวกับในสมัยที่ทำงานอยู่ด้วยกัน และถ้าเป็นคนที่มีคุณค่ายิ่งต้องเชิญเป็นที่ปรึกษา เพราะล้วนเป็นปูมความรู้ที่มีชีวิต จิตวิญญาณ อย่าให้กลายเป็นสิ่งที่องค์กรไม่เห็นคุณค่า แต่คู่แข่งกลับเห็นว่าเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่ายิ่ง อันตรายมาก สรุป โลกาภิวัตน์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการทุนมนุษย์ทั้งด้าน demand side และด้าน supply side ทั้งต่อองค์กรและต่อปัจเจกบุคคล เพราะสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ต่างๆเป็นพลวัตร (dynamic) คนและองค์กรตั้งอยู่บนสังคมแห่งความรู้และปัญญา การปรับตัวจึงต้องทำตลอดเวลา ต้องทำในในทุกๆมิติ การทำให้คู่แข่งขันเปลี่ยนสภาพมาเป็น พันธมิตร (alliance) หรือเป็น เครือข่าย (network) จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งคน ต่อทั้งองค์กร ซึ่งจะเป็นคุณูปการยิ่งต่อประเทศอันเป็นที่รักของคนทุกคน กฤษฎา สังขมณีMr. Krisada Sungkhamanee หมายเหตุ ท่านอาจารย์ครับ ผมได้พยายามเต็มที่แล้วในการส่งแผนภาพ แต่ไม่สามารถส่งได้ ต้องกราบขอประทานโทษเป็นอย่างสูง และขออนุญาตส่งในลักษณะที่เป็นข้อความ ส่วนแผนภาพขอส่งในวันที่ท่านอาจารย์มาสอนพวกเราที่สวนสุนันทาครับ
HR Architecture
สำหรับแรงผลักของแรงงานนอกจากปัจจัยด้านการศึกษา สุขภาพ โภชนาการ ครอบครัว และสื่อต่างๆ แล้ว ข้าพเจ้าคิดว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นแรงผลักคือ เพศ (Gender Issue): ส่งผลต่อการตัดสินใจ,อายุ (Age) : ส่งผลต่อความกล้าได้กล้าเสีย, ทักษะ (Skill) : สิ่งที่แต่ละบุคคลทำได้ดีและสามารถฝึกฝนให้เกิดความชำนาญได้, ความรู้ (Knowledge) : ความรู้เฉพาะด้านของบุคคล, ทัศนคติ (Attitude) : มีทัศนคติในแง่บวก,ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง (Self-concept) : เป็นสิ่งที่บุคคลเชื่อว่าตนเองเป็นอย่างนั้น เช่น คนที่มีความเชื่อมั่นสูงจะเชื่อว่าตนสามารถแก้ไขปัญหาได้, ภาวะผู้นำ และความน่าเชื่อถือ (Leadership & Credibility) : จะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้, แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) : เป็นความตั้งใจของบุคคลที่จะกระทำให้สำเร็จตามที่มุ่งหวัง, จริยธรรม และซื่อสัตย์ (Integrity & Honesty) : ทำให้เกิดการจงรักภักดีในองค์กร, การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ (Expertise), มนุษยสัมพันธ์และการติดต่อประสานงาน (Human Relationship & <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">Communication-Coordination) : ต้องมีเทคนิคในการ สื่อสารกับคนในองค์กร องค์กรจึงเป็นองค์กรการเรียนรู้</p> สำหรับองค์กรนอกจากพิจารณาแง่ของความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าควรพิจารณาด้านความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปด้วยองค์กรจึงจะยั่งยืน ซึ่งจากการพิจาณาสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้ องค์กรจำเป็นต้องมีปัจจัยเหล่านี้ประกอบ คือ สมรรถนะขององค์กร (Competencies) คือสิ่งที่องค์กรทำได้ดีที่สุดเพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์, ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) คือมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร การวิจัยและพัฒนา คุณภาพของสินค้า ยี่ห้อ ต้นทุน กำไร ส่วนแบ่งทางการตลาด จังหวะเวลาในการออกนวัตกรรม เทคโนโลยี การจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) การสร้างทีม (Teamwork) และการใส่ใจในธุรกิจ (Business Mind) , การพัฒนาความก้าวหน้าของอาชีพ (Develop Career Path) ,ระบบค่าตอบแทนและรางวัล, ความสัมพันธ์ของอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการประหยัดต้นทุน อาจมีการรวมกลุ่มในรูปคลัสเตอร์, การลงโทษ (Punishment) เป็นระบบในการควบคุมคน, คุณภาพชีวิต (Quality of Work Life) ทำบรรยากาศการทำงานให้มีความสุข, และระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation) เป็นกระบวนการในการปรับปรุงพัฒนาทั้งแง่ของบุคคลและทีม ในแง่ของภาคการผลิตก็ได้รับผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ฯลฯ ในขณะที่ คู่แข่งขันก็มีผลต่อการดำเนินกิจกรรมขององค์กร <p> เมื่อบุคคลได้สั่งสมความรู้ ความชำนาญ อันเกิดจากการที่องค์กรได้ให้ความสำคัญกับบุคคลในฐานะเป็นหุ้นส่วนขององค์กรแล้ว บุคคลนั้นก็จะกลายเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญของระบบต่อไปในรูปของที่ปรึกษาทางธุรกิจภายหลังจากเกษียณอายุ</p>การจัดการทุนมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ กระแสโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อ HR ทั้ง Supply Side และ Demand Side โดยแรงงานในปัจจุบันมิใช่ใช้แต่แรงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของฐานความรู้เป็นโลกที่ไร้พรมแดน โดยจะทำให้เกิดความแตกต่าง1. ด้านประชากรศาสตร์ องค์กรในยุคนี้จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และศึกษาบุคคลที่จะเข้าไปทำงานในองค์กรก่อน อีกทั้งยังต้องมีการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมและวัฒนธรรมในต่างประเทศ และมีการวางแผนการจ่ายค่าตอบแทนในกรณีที่ส่งพนักงานไปต่างประเทศ2. ด้านวัฒนธรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อทัศนคติที่มีต่องาน ความสมดุลในเรื่องของงานและครอบครัว เป็นต้น 3. แรงงานในภาคอุตสาหกรรมจะมีอัตราการขยายตัวที่ต่ำ เมื่อเทียบกับแรงงานภาคบริการ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาแรงงานภาคบริการให้เพิ่มขึ้น4. ด้านกฎหมาย และการดำเนินธุรกิจ ทำให้ได้คู่ค้าทางธุรกิจใหม่ องค์กรสามารถทำธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา ในรูป E-Commerce นอกจากนี้ยังส่งผลดีทำให้ลดการกีดกันทางด้านการค้าและกำแพงภาษี ก่อให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ อาทิ NAFTA, EU, WTO 5. การสร้างความได้เปรียบให้กับองค์กร (Competitiveness) - มีการก้าวสู่ความเป็นโลกาภิวัตน์ (Globalization) การขยายการผลิตออกสู่ตลาดในต่างประเทศ หรือการลงทุนในต่างประเทศ- มีการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Management Change) องค์กรจะต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ทันเวลา โดยมีความพยายามในการคิดใหม่ การจัดรูปแบบการทำงานใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผลการปฏิบัติงานดีขึ้น- มีการลงทุนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวบุคคล เน้นการมองคนว่าเพิ่มคุณค่าให้องค์กรได้ คือการผลักดันให้บุคคลมีความรู้ ทักษะ ความสามารถ ความชำนาญมากขึ้น อันจะทำให้บุคคลนั้นเกิดความชำนาญเฉพาะทาง ทำให้ได้ประสบการณ์ในระยะยาว และสามารถขยายการพัฒนาออกไปได้ในอนาคต ดังนั้นคนในยุคใหม่จึงเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ หรือหุ้นส่วนความรู้ขององค์กร- มีการรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ (Technology) การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ในรูปของ Knowledge Management เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงนำไปใช้ในการวางแผน การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีไปใช้ในรูปของ E-Commerce ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้ตลอดเวลา- มีการแสดงความรับผิดชอบต่อกลุ่มตลาด (Market Responsiveness) องค์กรจะต้องเข้าใจถึงความต้องการและความจำเป็นของลูกค้า มีการตอบสนองที่ตรงจุดและทันเวลา พร้อมทั้งสามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันในตลาด และมีการออกนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาด - มีการจำกัดต้นทุน (Cost Containment) ทำได้โดยการปรับลดขนาดองค์กร(Downsizing) หรือการใช้บริการจากหน่วยงานภายนอก (Outsourcing) <p> </p>
<div class="O"> โลกาภิวัตน์ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการทุนมนุษย์อย่างไร
HR Architecture (นางสาวชารวี บุตรบำรุง) </div><div class="O"> <div class="O">
</div></span></div>
สวัสดีครับ ท่าน ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ จากคำถาม......เราจะจัดการทุนมนุษย์อย่างไร ให้สามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในยุคโลกาภิวัฒน์ ? เป็นที่ประจักษ์กันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ หรือที่เรียกว่าโลกไร้พรมแดน(Globalization) นั่นคือทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ หรือภาคเอกชน ย่อมตระหนักถึงความสำคัญด้านการแข่งขันด้านทรัพยากร โดยเฉพาทรัพยากรที่เป็นบุคคล ที่เรียนว่า “ทุนมนุษย์” (Human Capital) เป็นอันดับแรก และจากคำกล่าวที่ว่า “ถ้าเราหยุดนิ่งอยู่กับที่ ในขณะที่คู่แข่งขันก้าวไปหนึ่งก้าว เปรียบเสมือนว่าเราได้ก้าวถอยหลังไปแล้วก้าวหนึ่งเช่นกัน” เป็นผลให้การแข่งขันด้านทุนมนุษย์ ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในเบื้องต้นการจัดการทุนมนุษย์ ถ้าองค์กรได้บุคลากรที่มีทุนขั้นพื้นฐานดี (Cost of Basic) ซึ่งคงต้องเริ่มต้นตั้งแต่ครอบครัว (Family) มาสู่ระบบการเรียนการสอนที่ดี (Education) เข้าสู่สังคมหรืองค์กร ก็จะเป็นการต่อยอดทุนมนุษย์ สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value add) ให้กับตนเอง สังคม องค์กร และประเทศชาติได้เป็นอย่างดี สำคัญแต่........เมื่อองค์กร หรือสังคมได้บุคลากรที่ดีตามที่องค์กรต้องการแล้ว จะต้องมีการบริหารจัดการ และพัฒนาให้ทุนมนุษย์ดังกล่าวเปี่ยมไปด้วยความเก่งและความดีให้ได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เพราะโลกยุคโลกาภิวัฒน์นี้ มีหลายอย่างที่สวนกระแส โดยเฉพาะอย่างในประเทศไทยแล้ว มีผลกระทบมากทีเดียว อาทิเช่น 1. ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ในภาพรวมรัฐสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมมากกว่า ทำให้มีการอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบท เข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่กันมากขึ้น สิ่งที่ตามมา และกระทบกับทุนมนุษย์นั่นคือ อารยธรรม (Civilization) ที่จะค่อย ๆ เลือนหายไป พร้อมกับมีวัฒนธรรมแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแทนที่ 2. การอพยพของแรงงานต่างด้าว (Foreign Labor) ที่เข้ามาค้าแรงงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ด้วยค่าแรงที่ต่ำว่าแรงงานขั้นต่ำของคนไทย ทำให้ผู้ใช้แรงงานของไทยบางส่วนตกงาน สิ่งที่ตามมาและกระทบต่อทุนมนุษย์ก็คือ ภาวะวิกฤตเกี่ยวกับค่าครองชีพ เกิดเป็นปัญหาของสังคม มากมาย เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการค้าประเวณี เป็นต้น 3. ความพยายามและการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวทันอารยประเทศในด้านต่าง ๆ ทำให้มีผลกระทบต่อทุนมนุษย์ นั่นคือความฟุ้งเฟ้อ ทะเยอทะยาน เห่อของนอก รวมทั้งการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และพวกพ้อง มากกว่าประโยชน์ส่วนรวมขององค์กร สังคม และประเทศชาติ จากกรณีผลกระทบดังกล่าวข้างต้น เราจึงควรจัดการกับทุนมนุษย์ในยุคโลกาภิวัฒน์ เพื่อให้สามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ ด้วยแนวคิดดังต่อไปนี้ 1. เสริมคุณค่าทุนมนุษย์ด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรม (Ethics) 2. ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ในการดำเนินชีวิต เพื่อความสุขที่แท้จริง 3. ศึกษาโครงสร้างประชากรไทย และให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์ที่มีอยู่ โดยใช้หลักแนวคิดที่ว่าสนับสนุนคนเก่ง รักษาคนดีให้คงอยู่ในองค์กร โดยยึดหลักธรรมาภิบาล (Good governance) ทั้งนี้ การจัดการทุนมนุษย์ต้องเน้นที่การพัฒนา เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ต้องคิดนอกกรอบ ต้องคิดในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อก่อให้เกิดเป็น “องค์ความรู้” $$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$ สำหรับภาพจะนำมาส่งในวันเสาร์ เนื่องจากไม่สามารถส่งผ่านระบบนี้ได้ครับ นายสิทธิชัย ธรรมเสน่ห์ Mr.Sittichai Thammasane
HR Architecture1. จุดอ่อนของภาพ HR Architecture / สิ่งที่ประสงค์จะเพิ่มเติม Population นโยบายทางสังคม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> คุณภาพชีวิต </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> (อายุขัยเฉลี่ย</p> ความปลอดภัยในชีวิต) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Education Health </p> Nutrition Family Media <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">Labor force วัฒนธรรม ค่านิยม ทัศนคติ </p> การร่วมมือ/ การแบ่งปันAgri / Ind วิถีชุมชน การพึ่งพาตนเอง …………………………………………………………………………………………………………………………….Ser / Gov <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Productive นโยบายทางเศรษฐกิจ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> (Otop SME Productivity </p> Intellectual) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Sector นโยบายต่างประเทศ</p> (ข้อตกลงทางการค้า) นโยบายการค้า การลงทุน นโยบายการเงินการคลัง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Competitiveness Competency </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Competitiveness </p> Occupation <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> & Wage Ind. Relation & </p> CollaborationSustainability Knowledge Management <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Network เครือข่าย</p> พันธมิตร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Innovation (value added </p> value creation brandname) Ethic Standard Life after WealthRetirement Social Paticipation สวัสดิการ1.1 จุดอ่อนด้าน Supply Side จุดอ่อนด้านนี้คือ การศึกษา และการสาธารณสุข ซึ่งมักมีความเหลื่อมล้ำ ความไม่เสมอภาคในสังคม โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการจากภาครัฐและเนื่องจากประเด็นของ Education Health Nutrition Family Media ยังไม่เพียงพอต่อการดูแลพัฒนา HR ดังนั้นจึงขอเพิ่มประเด็น ดังนี้ :- - นโยบายทางสังคม ซึ่งจะสามารถบริหารจัดการด้าน HR ครอบคลุมได้ดียิ่งขึ้นทั้งในด้านคุณภาพชีวิต อายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากร ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สุขภาพอนามัย อาชญากรรม ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงในระดับนโยบายกับด้านการศึกษา และสาธารณสุขที่เป็นจุกอ่อนได้ดียิ่งขึ้น - วัฒนธรรม และวิถีชุมชน ซึ่งจะทำให้การดูแลประชาชนได้ตามความสอดคล้องและกลมกลืนกับวัฒนธรรมและวิถีชุมชน อันจะทำให้ได้รับความร่วมมือจากประชากรและสังคมได้ในระดับหนึ่ง1.2 จุดอ่อนด้าน Demand Side ได้แก่ Competitiveness Wage และ Ind. Relation โดยภาคอุตสาหกรรมมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนค่าจ้างแรงงานที่ไม่ได้จ่ายโดยยึดหลักความสามารถ ตลอดจนการขาดความร่วมมือในระหว่างมวลหมู่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงขอเพิ่มประเด็น ดังนี้ :- - นโยบายทางเศรษฐกิจ (Otop SME Productivity Intellectual) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านแรงงาน กระบวนการผลิต และการจัดการภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้เนื่องจากการเพิ่มผลิตภาพที่ผ่านมามักเป็นการขยายในเรื่อง Capital และการขยายจำนวนการจ้างงานเป็นหลัก - นโยบายการค้า การลงทุน ที่ต้องอยู่บนพื้นฐานและศักยภาพความสามารถของประเทศ - Network เครือข่ายพันธมิตร เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและความอยู่รอด (หาพวก) - Innovation (value added value creation brandname) เพื่อผลิตสินค้า บริการ ที่ตรงกับความต้องการของตลาด- Knowledge Management เพื่อเพิ่มปัญญาให้กับแรงงานและภาคการผลิต 2. โลกาภิวัตน์กระทบต่อ HR Architecture อย่างไร2.1 โลกาภิวัตน์กระทบต่อด้าน Supply Side - ผลกระทบต่อประชากรและสังคม :- ทางด้านการศึกษา ที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนให้เป็นสากล ภาษา (language) และเทคโนโลยี (Technology) เข้ามามีส่วนสำคัญที่สังคมต้องปรับเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างปัญญาและความอยู่รอด ทางด้านวัฒนธรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ค่านิยม และพฤติกรรมทั้งที่เป็นทางบวกและทางลบสร้างปัญหาให้กับสังคม ทางด้านวิถีชุมชน เปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทที่มีการร่วมมือ แบ่งปัน มาเป็นสังคมเมืองที่ยึดวัตถุนิยม - ผลกระทบต่อแรงงาน :- ทางด้านโครงสร้างแรงงาน จากภาคเกษตรมาเป็นแรงงงานภาคอุตสาหกรรมเกิดการละทิ้งถิ่นฐานเพื่อขายแรงงาน ตลอดจนการเกิดแรงงานไร้ฝีมือเพิ่มมากขึ้น ด้านการเคลื่อนย้ายแรงงาน เกิดการหลั่งไหลแรงงานไร้ฝีมือจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานในประเทศไทย2.2 โลกาภิวัตน์กระทบต่อด้าน Demand Side - ผลกระทบต่อ Production Sector :- ด้านการค้าการลงทุน เกิดข้อตกลงทางการค้าในระดับต่าง ๆ จนทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า และการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่าง ๆ ด้านการเงินการคลัง เกิดการเคลื่อนย้ายทุน การเก็งกำไรการซื้อขายล่วงหน้าที่เกิดผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของเกษตรกรและผู้ผลิต - ผลกระทบต่อ Competency และ Sustainability :- ทางด้านการเรียนรู้ ภาษา และเทคโนโลยี กลายเป็นทั้งสิ่งที่เอื้อและสิ่งที่เป็นอุปสรรค ต่อการแสวงหาความรู้ ทางด้านรูปแบบการดำเนินธุรกิจ จำเป็นที่ทุกคนจะต้องเร่งหาพันธมิตร และเกิดบรรษัทข้ามชาติที่เข้ามาแข่งขันกับภาคการผลิตของคนไทย ทางด้าน Innovation เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในวงจรผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วผู้ผลิตจำเป็นต้องเร่งรัดพัฒนาให้เกิดนวัตกรรม หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มหรือการสร้างคุณค่าให้กับบริการและสินค้า ดังนั้น การจัดการทุนมนุษย์เพื่อให้อยู่รอดและแข่งขันได้ ทุกภาคส่วนตั้งแต่ปัจเจกบุคคล องค์การ และสังคม จะต้องยอมรับที่จะปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลง โดยอาศัยแนวทางต่าง ๆ ตามที่เสนอมาข้างต้น
HR Architecture1. จุดอ่อนของภาพ HR Architecture / สิ่งที่ประสงค์จะเพิ่มเติม 1.1 จุดอ่อนด้าน Supply Side จุดอ่อนด้านนี้คือ การศึกษา และการสาธารณสุข ซึ่งมักมีความเหลื่อมล้ำ ความไม่เสมอภาคในสังคม โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการจากภาครัฐและเนื่องจากประเด็นของ Education Health Nutrition Family Media ยังไม่เพียงพอต่อการดูแลพัฒนา HR ดังนั้นจึงขอเพิ่มประเด็น ดังนี้ :- - นโยบายทางสังคม ซึ่งจะสามารถบริหารจัดการด้าน HR ครอบคลุมได้ดียิ่งขึ้นทั้งในด้านคุณภาพชีวิต อายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากร ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สุขภาพอนามัย อาชญากรรม ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงในระดับนโยบายกับด้านการศึกษา และสาธารณสุขที่เป็นจุกอ่อนได้ดียิ่งขึ้น - วัฒนธรรม และวิถีชุมชน ซึ่งจะทำให้การดูแลประชาชนได้ตามความสอดคล้องและกลมกลืนกับวัฒนธรรมและวิถีชุมชน อันจะทำให้ได้รับความร่วมมือจากประชากรและสังคมได้ในระดับหนึ่ง1.2 จุดอ่อนด้าน Demand Side ได้แก่ Competitiveness Wage และ Ind. Relation โดยภาคอุตสาหกรรมมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนค่าจ้างแรงงานที่ไม่ได้จ่ายโดยยึดหลักความสามารถ ตลอดจนการขาดความร่วมมือในระหว่างมวลหมู่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงขอเพิ่มประเด็น ดังนี้ :- - นโยบายทางเศรษฐกิจ (Otop SME Productivity Intellectual) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านแรงงาน กระบวนการผลิต และการจัดการภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้เนื่องจากการเพิ่มผลิตภาพที่ผ่านมามักเป็นการขยายในเรื่อง Capital และการขยายจำนวนการจ้างงานเป็นหลัก - นโยบายการค้า การลงทุน ที่ต้องอยู่บนพื้นฐานและศักยภาพความสามารถของประเทศ - Network เครือข่ายพันธมิตร เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและความอยู่รอด (หาพวก) - Innovation (value added value creation brandname) เพื่อผลิตสินค้า บริการ ที่ตรงกับความต้องการของตลาด- Knowledge Management เพื่อเพิ่มปัญญาให้กับแรงงานและภาคการผลิต 2. โลกาภิวัตน์กระทบต่อ HR Architecture อย่างไร2.1 โลกาภิวัตน์กระทบต่อด้าน Supply Side - ผลกระทบต่อประชากรและสังคม :- ทางด้านการศึกษา ที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนให้เป็นสากล ภาษา (language) และเทคโนโลยี (Technology) เข้ามามีส่วนสำคัญที่สังคมต้องปรับเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างปัญญาและความอยู่รอด ทางด้านวัฒนธรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ค่านิยม และพฤติกรรมทั้งที่เป็นทางบวกและทางลบสร้างปัญหาให้กับสังคม ทางด้านวิถีชุมชน เปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทที่มีการร่วมมือ แบ่งปัน มาเป็นสังคมเมืองที่ยึดวัตถุนิยม - ผลกระทบต่อแรงงาน :- ทางด้านโครงสร้างแรงงาน จากภาคเกษตรมาเป็นแรงงงานภาคอุตสาหกรรมเกิดการละทิ้งถิ่นฐานเพื่อขายแรงงาน ตลอดจนการเกิดแรงงานไร้ฝีมือเพิ่มมากขึ้น ด้านการเคลื่อนย้ายแรงงาน เกิดการหลั่งไหลแรงงานไร้ฝีมือจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานในประเทศไทย2.2 โลกาภิวัตน์กระทบต่อด้าน Demand Side - ผลกระทบต่อ Production Sector :- ด้านการค้าการลงทุน เกิดข้อตกลงทางการค้าในระดับต่าง ๆ จนทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า และการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่าง ๆ ด้านการเงินการคลัง เกิดการเคลื่อนย้ายทุน การเก็งกำไรการซื้อขายล่วงหน้าที่เกิดผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของเกษตรกรและผู้ผลิต - ผลกระทบต่อ Competency และ Sustainability :- ทางด้านการเรียนรู้ ภาษา และเทคโนโลยี กลายเป็นทั้งสิ่งที่เอื้อและสิ่งที่เป็นอุปสรรค ต่อการแสวงหาความรู้ ทางด้านรูปแบบการดำเนินธุรกิจ จำเป็นที่ทุกคนจะต้องเร่งหาพันธมิตร และเกิดบรรษัทข้ามชาติที่เข้ามาแข่งขันกับภาคการผลิตของคนไทย ทางด้าน Innovation เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในวงจรผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วผู้ผลิตจำเป็นต้องเร่งรัดพัฒนาให้เกิดนวัตกรรม หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มหรือการสร้างคุณค่าให้กับบริการและสินค้า ดังนั้น การจัดการทุนมนุษย์เพื่อให้อยู่รอดและแข่งขันได้ ทุกภาคส่วนตั้งแต่ปัจเจกบุคคล องค์การ และสังคม จะต้องยอมรับที่จะปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลง โดยอาศัยแนวทางต่าง ๆ ตามที่เสนอมาข้างต้น
June, 16, 07 Human Resource ManagementHuman Resource Architecture Pleumjai SinarkornSubmit toProf. Dr. Chira Hongladarom 1.เพิ่มเติม Human Capital Architecture (Supply-Demand) Supply Population- Education & Awareness; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">รัฐจะต้องจัดให้มีการศึกษา การฝึกอบรมแก่ประชาชนให้มีความรู้และภูมิปัญญาทั้งวิชาสามัญและวิชาชีพ มีภูมิปัญญาทั้ง EQ,IQ และ MQ เพื่อให้ประชาชนนั้นสามารถที่จะประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับของสังคม</p>- Health &Welfare; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">รัฐจะต้องการเรื่องของสุขภาพและสวัสดิการให้แก่ประชาชนให้มีสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจที่ดี ตลอดจนสวัสดิการที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และการป้องกันดูแลการระบาดของโรค</p>- Infrastructure in Communities; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">รัฐจะต้องจัดให้บริการสาธารณูปโภคให้แก่ชุมชน การขนส่ง ถนนหนทาง ยานพาหนะ ไฟฟ้า น้ำประปา การขจัดขยะมูลฝอย การสื่อสารโทรคมนาคมทั้งภายนอกและภายในชุมชนรวมถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ</p>- Nutrition; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ประชาชนจะต้องได้รับอาหารที่ดีมีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาดและเพียงพอแก่การบริโภค</p>- Family; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ประชาชนมีครอบครัวที่มีความสุขและความอบอุ่น</p>- Media & Social; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: 9pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ประชาชนเป็นสังคมสื่อสาร ไดัรับความรู้จากสังคมและสื่อ</p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal">Labor Force</p>- Age, Sex, Race, Hispanic origin, Marital status, Family Relationship, Veteran status;การจัดเตรียมบุคคลเข้าสู่ตลาดแรงงานจะต้องคำนึงถึง อายุ เพศ ที่เหมาะสมกับงาน เชื้อชาติ ภาษาวัฒนธรรมดั่งเดิม สภาพการสมรส ครอบครัว ญาติพี่น้อง รวมถึงผู้ที่ผ่านประสบการณ์- Occupation, Industry, Class of work, Hour of work, full or part-time status; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ต้องคำนึงถึงลักษณะงาน ประเภทของงาน ชั่วโมงการทำงาน การทำงานล่วงเวลาอาจทำให้ประสิทธิการทำงานลดลง</p>Work experience, Occupatiional mobility, Job security,Education Level & enrollment of works; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ความชำนาญการ การเปลี่ยนงานบ่อย ความมั่นคงของงาน ระดับการศึกษา สภาพแวดล้อมของงานจะต้องนึกถึง </p> <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">-----------------------------------------------------------------</p> Demand <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal">Productive Sector </p>- Labor Competencies / Knowledge / Training Technology; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แรงงานต้องมีความเชี่ยวชาญความรู้ และเทคโนโลยี</p>- Wages, Insurance Benefits; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แรงงานจะต้องได้รายได้ที่พอเหมาะกับความรู้ความเชี่ยวชาญตามความสามารถ มีการประกันรายได้หรือสวัสดิการ</p>- Natural Resources, Environmental Factors; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แรงงานจะต้องได้รับ และเข้าถึงธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ดีรวมถึงบรรยากาศในสถานที่ทำงาน</p>- Disability, sickness, pregnancy for women, vacations, tacking care of family members; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แรงงานจะต้องได้สวัสดิการ และชดเชยในการได้รับบาดเจ็บทุพลภาพ, สำหรับหญิงที่มีครรภ์ หรือการพักผ่อน และดูแลครอบครัว</p> Competitiveness- Business Environment, Physically / knowledge Infrastructure; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความรู้ในเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน</p>- Business Performance, Labor Supply, and Social & Political situation; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นโยบายของรัฐในเรื่องของการจัดหาแรงงาน สังคม จะต้องชัดเจน</p> Sustainability - Environmental Sustainability; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">มีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</p> - Economic Sustainability / stable; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เศรษฐกิจที่ยั่งยืน / เสถียรภาพ</p> - Political; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การเมืองควรมีเสถียรภาพ และมีความยั่งยืน</p> Life After Retirement - Activities; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ให้ผู้เกษียณอยู่อย่างมีชีวิตชีวา</p> - Health & Leisure; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">มีสุขภาพที่ดี และมีความสุข</p> - “Life after retirement is a social heritage not a social burden”; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คนที่ชีวิตหลังเกษียณเป็นมรดกทางสังคมไม่ใช่ปัญหาของสังคม</p> Impact of the Human Capital to globalization <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ในโลกโลกาภิวัฒน์มีผลกระทบต่อการจัดการทุนมนุษย์ทั้ง Supply and Demand</p> Supply - Population; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ใน globalization โลกที่ไร้พรมแดนมีการเคลื่อนย้ายคน และแรงงานรวมถึงทรัพยากร</p>ปัญหา <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- ด้านทรัพยากรธรรมชาติมีการใช้จ่ายทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- มีการก่อให้เกิดมลภาวะ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- มีการระบาดของโรค สุขภาพ อนามัย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- การใช้ภาษาที่แตกต่างกันเป็นปัญหาในการสื่อสาร</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- ศิลปวัฒนธรรม มีการทำลายศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- การจัดเตรียมการศึกษาเพื่อรองรับโลกาภิวัตน์ยังไม่เพียงพอ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p> - Labor force; <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ปัญหา</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน มีการค้าแรงงาน และใช้แรงงานในวัยที่ไม่เหมาะสม</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- มีการจ้างงานในราคาที่ต่ำ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- แรงงานไม่ได้รับสวัสดิการที่เพียงพอ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- รัฐไม่ได้เตรียมแนวทางในการผลิตกำลังคนให้สนองตอบต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เช่น ทางด้านวิทยาศาสตร์</p> Demand- มีการใช้แรงงานที่ไร้ฝีมือต่างชาติ (แรงงานไร้ฝีมือ, แรงงานอพยพ) ทำให้คุณภาพของการผลิตต่ำ นอกจากนี้ยังมีการเร่งรัดคนให้คนเข้าทำงานที่ต่ำกว่าวัย เช่น แรงงานเด็ก <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- ต้องจัดให้มีสวัสดิการสำหรับคนงานต่างชาติ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- ต้องมีการรักษาพยาบาลคนต่างชาติ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 45pt; text-align: justify" class="MsoNormal">- รัฐควรมีมาตรการความปลอดภัยของประเทศชาติในการใช้แรงงานต่างชาติ</p>- ควรมีการนำเทคโนโลยีต่างชาติเข้ามาใช้อย่างมากมายทั้งที่มีประโยชน์ และซื้อมาโดยใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่าเงินที่จัดหามา
Human Capital Architecture ( Demand – Supply) ในโลกแห่งการแข่งขัน มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะโลกของการแข่งขันในปัจจุบันด้วยแล้ว การแข่งขันได้ทวีความรุนแรงดุเดือดมากขึ้นทุกขณะ อันสืบเนื่องมาจากโลกในปัจจุบันเป็นโลกของ - Globalization - New Economic - Technology Revolutionซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลทำให้เกิด - มีความไม่แน่นอนมากขึ้น - แข่งขันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น - ความซับซ้อนในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น - มีทางเลือกหลากหลายมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้จึงมีผลกระทบโดยตรงกับทรัพยากรมนุษย์ เป็นเหตุให้ต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาวะการแข่งขันในโลกปัจจุบันตลอดจนถึงโลกในอนาคต ที่ทรัพยากรมนุษย์มีการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage ) ด้วยเหตุผลเพราะคู่แข่งในปัจจุบันไม่เหมือนคู่แข่งในอดีต ที่เป็นคนในพื้นที่เดียวกัน ความรู้ความสามารถ เทคนิค เงินทุน ฝีไม้ลายมือ ก็พอๆกัน การแข่งขันจึงไม่ถึงกับเอาเป็นเอาตายกันไปข้างหนึ่ง ตรงกันข้ามกับปัจจุบันที่คู่แข่งยังมีความสามารถต่างชั้นกันมากในหลายๆด้าน มองคู่แข่งอ่อนแอกว่า เพราะมีทรัพยากรมากกว่าทั้งด้านเงินทุน ความรู้ความสามารถ เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทำให้มีความเสี่ยงน้อย มีกำไรมาก ที่สำคัญคือ ไม่สนใจคู่แข่งว่าจะเสียหาย จะตาย หรือตกอยู่ในสภาพเช่นไร เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องมาพิจารณาว่าเราจะบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่เรามีอยู่อย่างไรให้สอดคล้องและทันกับสภาวการณ์ดังกล่าว เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมกับโครงสร้างงาน กระบวนการผลิต แรงงานในระดับต่างๆ วัฒนธรรม และกฎหมายที่จะต้องนำมาบังคับใช้เป็นต้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รัฐจึงมีความจำเป็นต้องมีการพิจารณาสนับสนุนในด้านต่างๆดังนี้</p> Supply Side ประชากร ( Population ) รัฐต้องเพิ่มโอกาสในการศึกษาเรียนรู้ให้กับประชากร โดยเฉพาะการทำให้ประชากรมีความรู้พื้นฐานให้สูงขึ้น และต้องสนับสนุนให้คนของเราได้รู้ลึก รู้จริงในสิ่งที่ทำ ที่สำคัญต้องสนับสนุนให้ สามารถปรับปรุงพัฒนาสิ่งที่รู้ให้ทันกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้คนของเรารอบรู้อย่างเฉลียวฉลาดทันกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางการเรียนรู้และการสนับสนุน ส่งเสริมให้ได้เรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่าให้ช่องทางการเรียนรู้ถูกปิดกั้นด้วยความยากจน ทั้งความรู้นอกห้องเรียน และความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น อันมีคุณค่าที่เราสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งนับว่าเป็นความได้เปรียบของเรา ต้องรู้จักนำมาส่งเสริม พัฒนาให้คนของเราได้สืบทอด และพัฒนาไปสู่จุดแข็งในการแข่งขัน นอกจากนั้นรัฐต้องดูแลในด้านสวัสดิการ และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชากร เพื่อเพิ่มความพร้อมให้กับประชาชน โดยเฉพาะความต้องการด้านปัจจัยสี่ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน คือ มีที่พักอาศัยในระดับที่เหมาะสม มีโรงพยาบาลหรือสาธารณสุขที่พอเหมาะกับชุมชนหรือท้องถิ่นนั้นๆ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงาน และการดำรงชีวิตอยู่ของประชากร สาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ และสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่เหมาะสมโดยเฉพาะความเขียวขจีของต้นไม้ อันจะนำมาซึ่งความพร้อมในคุณภาพและประสิทธิภาพของคนที่มีสิ่งแวดล้อมดี จากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งก็หมายรวมถึงมลภาวะต่างๆที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆว่าต้องมีสภาพที่เหมาะสมจากการจัดการที่ดีของรัฐด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นปัญหามายาวนาน และมีผลต่อคุณภาพของคนคือ ด้าน Nutrition รัฐต้องให้ความรู้ด้านโภชนาการ ที่ถูกต้องกับประชากรชนิด “ เข้าใจ เข้าถึง ” ประชากรทุกระดับ เพื่อให้เรามีทรัพยากรมนุษย์ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เพราะวัฒนธรรมการกินที่ผิดๆจากความเชื่อของคนในท้องถิ่น นำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บหรือการได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ทำให้ต้องเสียโอกาสต่างๆหลายอย่างอันเนื่องมาจากคุณภาพคนของเราต่ำกว่ามาตรฐาน เพราะขาดความรู้ทางด้านโภชนาการที่ดี ด้านครอบครัว และสังคมข้อมูลข่าวสาร ลักษณะครอบครัวในอดีตของเราไม่ค่อยได้มีการพูดคุยกัน วัฒนธรรมภายในครอบครัวไม่ค่อยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยเฉพาะสังคม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 6pt" class="MsoNormal">บ้านเมืองเราเป็นสังคมอาวุโส คือ ผู้น้อยต้องฟังและทำตามผู้ใหญ่ จึงเป็นลักษณะการสื่อสารทางเดียวมากกว่าสองทาง เมื่อมาถึงปัจจุบันสังคมมีการแข่งขันที่เข้มข้น เศรษฐกิจรัดตัวมากยิ่งขึ้น เป็นสังคมปากกัดตีนถีบ หัวยัน แขนดึง หลังพิงฝา.. “ เวลา ” ที่คนในครอบครัวจะมีให้กันก็น้อยลง ทำให้สังคมภายในครอบครัวยิ่งขาดความอบอุ่นและการหล่อหลอมที่มีคุณภาพ</p> ในด้านสังคมข้อมูลข่าวสาร มีทั้งในส่วนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร และการไม่พยายามที่จะเข้าให้ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์ ปล่อยสิ่งที่ดีๆเหล่านั้นให้ตายไปกับคนคนนั้นไปเสีย เพราะธรรมชาติสังคมบ้านเราจะยอมเปิดรับรู้เฉพาะข้อมูลที่ตัวเองชอบ และสนใจเท่านั้น เคล็ดลับข้อมูลต่างๆที่ดีมีคุณค่า จึงไม่ได้เอามาต่อยอดและในที่สุดก็สูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ปัญหาด้านแรงงาน ในด้านแรงงานคุณภาพ เพราะบางคนเรียนไปทำงานไป ทำให้เรียนก็เรียนได้ไม่ค่อยดีทำงานก็ทำงานไม่ค่อยเต็มที่เต็มความสามารถ หรือบางคนก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ไม่ดีพอ เนื่องมาจากการเปลี่ยนงานบ่อย เรียนรู้งานยังไม่ลึกซึ้งแน่ชัดก็เปลี่ยนงานใหม่เสียอีกแล้ว เลยทำให้ไม่รู้อะไรจริงจังสักเรื่อง บางคนก็มีประสบการณ์น้อยเกินไป เป็นแรงงานที่สดจริงๆ คือเรียนมาตลอดชีวิตจบแล้วก็ทำงานเลย จึงไม่มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาจริงๆ ที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน อีกทั้งไม่รู้วิธีเผชิญและรับมือกับปัญหาและสภาวะแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นรอบด้าน จึงขาดความพร้อมเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ ในการต่อสู้เชิงกลยุทธ์และความได้เปรียบในการแข่งขันDemand Side ภาคการผลิต ( Product Sectors ) แรงงาน (Labor) นับว่า เป็นหัวใจในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เพราะต้องใช้แรงงานคุณภาพเช่นเดียวกัน เราจึงต้องพยายามสร้างคนให้มี Competency สูงด้วยการ Training และEducation ซึ่งผลพวงจากการทำเช่นนี้จะทำให้ทรัพยากรบุคคลของเรามีคุณลักษณะ ที่เป็น Unique Asset ทำให้เกิดความเชื่อร่วมกัน ที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์กรซึ่งเป็นสิ่งที่ลอกเลียนได้ยาก ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์ประเภทสินค้าทั่วไป ( Generic Asset ) ที่สามารถใช้เทคโนโลยีทันสมัยลอกเลียนแบบได้ไม่ยาก ซึ่ง Individual Competency นี้ เมื่อผนวกกับ Core Competency, Managerial Competency และ Functional Competency แล้ว ก็จะทำให้เกิดเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง (Height Performance Organization) อันเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้องค์กรมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ( Competitive Advantage) และเพื่อให้เขาทำงานได้อย่างมีความมั่นใจ ในการที่จะทุ่มเทอย่างเต็มที่ ต้องให้เขาทำงานด้วยความไม่รู้สึกโดดเดี่ยว สิ้นหวัง และไร้อนาคต สิ่งใดที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจได้ต้องพึงกระทำ ทั้งในส่วนของ การทำประกันชีวิต และอุบัติเหตุทุพพลภาพ การสร้างวัฒนธรรมการออมทรัพย์ที่มีองค์กรเป็นแกนหลัก การสร้างแรงจูงใจและล่อใจด้วยผลประโยชน์ตอบแทนที่น่าสนใจทั้งในส่วนโบนัส , การให้เป็นผู้ถือหุ้น , ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการประเมินผลอย่างเป็นธรรม เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีในการทำงาน โดยเฉพาะสถานที่ทำงานต้องเอื้อต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องแสงสว่างเหมาะสม อากาศถ่ายเทดี มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดถูกสุขลักษณะ ร่มรื่น และมีความปลอดภัยในการทำงาน และเมื่อเกิดภัยจากการทำงาน จนทำให้ถึงขั้นทุพลภาพ เขาเหล่านั้นก็ต้องมั่นใจได้ว่าจะได้รับการปกป้องดูแลจากองค์กรของรัฐอย่างเอาใจใส่อย่างแท้จริง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 6pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 142.1pt" class="MsoNormal"> และด้วยสังคมของเราเป็นสังคมแบบครอบครัวที่มีความผูกพันกันมายาวนานแต่บรรพบุรุษ ทำให้มีวัฒนธรรม ประเพณีที่เกื้อหนุนให้สังคมแบบครอบครัวของเราได้มี โอกาสปฏิสัมพันธ์กันในรูปแบบของวัฒนธรรมประเพณีต่างๆมายาวนาน อาทิ ประเพณีสงกรานต์ ลอยกระทง ปีใหม่ ฯลฯ เขาเหล่านั้นจึงต้องการวันหยุดในเทศกาลดังกล่าวเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมนี้ไว้ตลอกไป</p> ความสามารถในการแข่งขัน ( Competitiveness ) - ต้องพิจารณาจากสภาพธุรกิจของตนเองว่ามีความสามารถ และมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการแข่งขัน รวมทั้งต้องพิจารณาคู่แข่งขันด้วยว่า มีความต่างชั้นกันมากหรือน้อยเท่าไร ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความรู้ความสามารถ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เงินทุน ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งอำนาจทางการเมืองที่จะทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน เมื่อพิจารณาจนรู้แน่ชัดแล้ว ว่าธุรกิจของเราอ่อนด้อยในเรื่องใด ต้องเร่งรีบจัดการพัฒนาให้มีความพร้อมเสียก่อน ก่อนที่จะไปแข่งขันกับคนอื่น เรียกว่าต้องรู้เราให้แน่ชัด และรู้เขาให้แน่ใจ จะได้ไม่เพลี่ยงพล้ำในการแข่งขัน - การเตรียมความพร้อมเรื่องทรัพยากรบุคคล จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนสิ่งอื่นใด เราต้องมีมีคนซึ่งมีความพร้อมทั้งในด้าน > ความรู้ความสามารถ > สุขภาพแข็งแรง > มีคุณลักษณะเหมาะกับงาน > มีภูมิต้านทานแรงเสียดทานได้ดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 142.1pt" class="MsoNormal"> > ต้องการมีส่วนร่วมในการแข่งขัน และชัย ชนะ เป็นต้น</p> - เราจึงต้องมีคนที่มีคุณภาพมาให้คัดเลือกอย่างพอเพียง ( Labor Supply) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 142.1pt" class="MsoNormal"> - ภาครัฐเองก็ต้องมีนโยบาย และทิศทางที่ชัดเจน เพื่อจะช่วยเหลือเป็นเข็มทิศให้กับภาคเอกชน ว่าควรจะลงทุนในด้านใด เพื่อให้สอดคล้องกับการสนับสนุนของภาครัฐ</p> ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน ( Sustainability ) - ด้วยมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน เราต้องทำให้สังคมของเราเป็นสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการสร้างสังคมระบบตัวแทน ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวแทนที่เราคัดเลือกมาจึงต้องผ่านกระบวนการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นตัวแทนที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจะส่งผลทำให้มีภาคการเมืองที่ยั่งยืน ( Political Sustainability) - มีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ( Environmental Sustainability) เพื่อจะทำให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ด้วยการพึ่งพาอาศัยสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนวัฒนธรรมท้องถิ่นอันมีค่าที่เป็นมรดกตกทอดมาแต่ดั้งเดิม - มีเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ( Economic Sustainability) โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ > การรู้จักประมาณตน > ความมีเหตุผล > การสร้างภูมิคุ้มกัน - มีสังคมที่ยั่งยืน มั่นคง ( Social Sustainability) เป็นสังคมที่เราต้องการคือ > สังคมคุณภาพ คนมีงานทำ ประชากรมีรายได้ มีความเป็นอยู่ดี > สังคมความรู้และภูมิปัญญา > สังคมสมานฉันท์ และเอื้ออาทรต่อกันซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีของสังคมไทย เรามายาวนานกล่าวคือ เป็นสังคมที่คนหนึ่งยอมรับผิด และอีกคนหนึ่งยอมให้ อันทำให้สังคมเราอยู่กัน อย่างร่มเย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืนยาวนานมาจนถึงปัจจุบันชีวิตหลังเกษียณ ( Life After Retirement )เราต้องพยายามสร้างให้ผู้มีชีวิตหลังเกษียณ เป็นชีวิตที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสังคม เฉกเช่นตำรวจระดับสัญญาบัตรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิ - มีความรู้ความสามารถในด้านการสืบสวนสอบสวน - มีความรู้ความสามารถในการจู่โจมจับกุม - มีความรู้ความสามารถด้านนิติวิทยาศาสตร์ - มีความรู้ความสามารถในด้านกฎหมาย ฯลฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เชิญผู้มีความรู้ความสารถเหล่านี้ มาเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำแก่ตำรวจรุ่นหลัง หลังจากที่เขาเหล่านั้นปลดเกษียณไปแล้ว โดยจัดที่ทำงาน ห้องประชุม และงบประมาณสนับสนุนไว้ให้ เพื่อไม่ให้ความรู้ความสามารถที่เป็นเลิศ ความสามารถในด้านเทคนิคต่างๆอันล้ำค่า ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม ต้องสูญเสียไปพร้อมกับการปลดเกษียณอายุราชการของนายตำรวจเหล่านั้น ทำให้นายตำรวจเหล่านี้รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าต่อสังคม มิใช่ปัญหาของสังคมอย่างที่เคยปฏิบัติกันมาในอดีต เพราะฉะนั้นเราต้องยกย่อง ต่อยอด และรักษาทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่านี้ไว้ ให้เขามีชีวิตที่มีความสุข เป็นมรดกทางความรู้ และภูมิปัญญา มาก กว่าทิ้งไว้ให้เป็นปัญหาของสังคม โลกาภิวัตน์มีผลต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันมาจาก > Globalization > New Economic > Technology Revolution ทำให้มีการแข่งขันที่สูง เมื่อการแข่งขันสูงขึ้นก็ทำให้เกิด > More Uncertainly > More Complexity > More Competitive > More Choice ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง - ด้านโครงสร้างงาน แต่เดิมเคยทำงานอยู่กับที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ปัจจุบันคนเริ่มทำงานเป็น Job มากขึ้น จึงต้องใช้ความรู้ ความสามารถและทักษะมากขึ้น - ด้านการผลิต จากเดิมที่ทำการผลิตอยู่ภายในประเทศนั้นๆ ปัจจุบันมีการขยายฐานการผลิตไปในหลายประเทศ ในขณะเดียวกันแรงงานบางส่วนก็ทำงานเป็นลักษณะ Work at home ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ดังนั้นจึงทำให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันมากยิ่งขึ้นด้วยการ > Training > Education > Development และเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน คือการพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ( Learning Organization)เพื่อเป็นการสร้างและปลูกฝังให้คนของเรามีการเรียนรู้ตลอดเวลาและต่อเนื่อง ซึ่งในต่างประเทศเขาให้ความสนใจในการพัฒนาส่งเสริมในเรื่องของทุนมนุษย์เป็นอย่างมาก ด้วยการส่งคนของเขาไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในที่ต่างๆ นับว่าเป็นการลงทุนสร้างประชากรของเขาให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า สอดคล้องกับภาวการณ์แข่งขัน เป็นการปรับกลยุทธ์ตามกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งตลอดเวลา อย่างไรก็ตามโลกาภิวัตน์เป็นโลกที่ช่วยเพิ่มโอกาส และความได้เปรียบให้กับคนที่มีความรู้ความสามารถ ตลอดจนความพร้อมในทุกด้าน ให้ได้เปรียบในการแข่งขัน เมื่อเป็นเช่นนี้การเพิ่มศักยภาพให้กับทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายองค์กรจึงมุ่งเน้นในการลงทุน เพิ่มศักยภาพคนด้วยการให้ความรู้และทักษะ ยิ่งมีการแข่งขันมากขึ้นเท่าไร การติดอาวุธทางปัญญาก็ยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น โลกโลกาภิวัตน์จึงเป็นส่วนผลักดันอันสำคัญที่ทำให้คนแข่งขันกันในทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ จึงทำให้เกิดภาพที่ไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรมในสังคมของเราอยู่เนืองๆ จริยธรรม คุณธรรม ความมีน้ำใจที่ดีของสังคมไทย ที่ถูกปลูกฝังหล่อหลอมมายาวนาน กำลังถูกทำลายลงไปทุกขณะ สิ่งที่เราต้องหันกลับมามองก็คือ บาดแผล รอยบอบช้ำจากการแข่งขันแบบทุนนิยมที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา หรือการเหยียบผู้อื่นเพื่อตนจะได้ขึ้นที่สูงกว่า การที่จะดึงเอาศีลธรรมความดีงาม คุณธรรม จริยธรรม ให้กลับมาอยู่ในใจของคนไทยอีกครั้งหนึ่งจึงต้องทำไปพร้อมๆกับการพัฒนาคนให้ก้าวไปข้างหน้าในการแข่งขันที่เป็นธรรม และโปร่งใส อย่างมีคุณธรรม และจริยธรรม และมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม.นายพนม ปีย์เจริญ ( Mr. Panom Peecharoen)
ผมขอเสนอความคิดเห็นจาก Model ของท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงศ์ลดารมภ์ ในโครงการปริญญาเอก วิชาการจัดการทุนมนุษย์ : นายชัยธนัตถ์กร
ภวิศพิริยะกฤติ ถ้าผมเป็นผู้จัดการสร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์ แล้วจะเห็นด้วยกับรูปแบบของอาจารย์ ยิ่งด้วยมีทั้งระบบความต้องการคนของคนในระบบโดยรวม และความต้องการคนในส่วนของการทำงานในองค์การในภาพรวมแล้วไม่ว่าเป็นความต้องการในมุมของซัพพลายไซด์ที่ต้องการคนที่มีคุณภาพ คนเก่ง คนดี ผลิตออกสู่สังคมด้วยระบบกลไกทางสังคมต่าง ๆ มากมาย ก็จะเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือสังคมที่จะคิดสร้างคนที่เข้ากับสภาพของงาน ระบบและวัฒนธรรมได้ดี จึงเป็นไปได้เสมอว่าสังคมจะผลิตคนที่มีคุณภาพที่หลากหลายเต็มไปหมด แต่ก็จะมีคนในสังคมกลุ่มหนึ่งที่จะสอดคล้องกับตลาดที่ตรงกับความต้องการ และมีหลายส่วนที่จะเป็นส่วนเกินในตลาด และเป็นคนด้อยคุณภาพที่จะบริโภคทรัพยากรของโลกโดยมีผลผลิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โดยภาพรวมแล้วทุกสังคมก็จะพยายามสร้างทุนมนุษย์ให้มีศักยภาพสูงสุด เพื่อจะได้เป็นทุนในสังคมให้ได้พัฒนา เติบโต ก้าวหน้า สร้างความเจริญรุ่งเรืองในสังคมนั้น ๆ ต่อไป จึงเห็นได้เสมอว่าประเทศที่เจริญ สังคมที่เจริญล้วนแล้วแต่มีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ ชั่วโมงการทำงานต่อวันน้อยมีผลผลิตสูง มีความสุขในการดำรงชีวิตในสังคม และคิดสร้างสรรค์ คนจะฉลาด ดูดี มีความสุข ซึ่งก็เป็นที่คาดหวังของวิศวกรทางสังคมที่จะไปให้ถึงจุดนี้ให้ได้ แต่ด้วยระบบของแต่ละสังคมมีความแตกต่างทั้งชาติพันธุ์ ระบบการศึกษา วัฒนธรรม ประเพณี เทคโนโลยี ความมั่งคั่งในทรัพยากร ฯลฯ ทำให้วิศวกรเหล่านี้ไม่อาจผลิตทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าได้ตามต้องการ ซึ่งทำให้มีการเคลื่อนย้ายของโลกาภิวัตน์เกิดขึ้น ที่ใดเจริญ ที่ใดมีระบบ ที่ใดมีคุณภาพ ที่ใดเศรษฐกิจดี องค์ประกอบเหล่านี้ก็จะเคลื่อนย้ายคนไปเพื่อแสวงหาโอกาสและสิ่งที่ดีในที่ต่าง ๆ ทั้งโลก ทุนมนุษย์ซึ่งมีความสำคัญ ประเทศใด ภูมิภาคได้มีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพก็จะมีโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งได้อย่างแน่นอน เพราะทุนมนุษย์มีคุณภาพจะส่งผลถึงประชากรในแต่ละทุกระดับอายุ มีการศึกษาดี เมื่อเข้าสู่ระบบการทำงานก็จะเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำ ทำให้สามารถแข่งขันได้และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องยั่งยืนมีความสุข เมื่อต้องออกจากวงจรของแรงงานก็จะมีการสะสมทุนระหว่างงานไว้เลี้ยงชีพในปั้นปลาย ทำให้แรงงานคุณภาพเหล่านี้สามารถจะวางแผนอาชีพ หน้าที่การงาน และอนาคตได้อย่างเหมาะสม เมื่อเป็นวิศวกรสร้างทุนมนุษย์ผมเห็นว่าพื้นฐานที่สำคัญที่สุดก็ได้แก่ระบบการศึกษา ตราบได้ที่นโยบายของผู้มีอำนาจระบุไว้แต่ในหนังสือตอนแถลงนโยบายว่าจะเน้นทุนมนุษย์ สร้างคนที่มีคุณภาพ คนดี คนเก่งในซัพพลายไซด์ในทางกลับกันไม่มีรูปแบบใดที่เป็นรูปธรรมในการสร้างทุนมนุษย์ให้สอดคล้องได้ตั้งแต่ครูผู้สอนก็มีความรู้ที่ล้าหลัง มีทัศนคติแบบเดิม มีวิถีปฏิบัติแบบป้อนอาหารเด็กอ่อน มีหลักสูตรที่ไม่ทันสมัยและสอดคล้องกับโลกที่เป็นจริง แหล่งภูมิปัญญา ห้องสมุด สื่อการสอน ฐานข้อมูลก็เก่าล้าสมัย รวมถึงการบริหารจัดการสถานศึกษาเสมือนทำธุรกิจที่ลงทุนน้อยแต่เน้นกำไรมาก นอกเหนือจากนี้ยังมีกระบวนการผลิตทุนมนุษย์ที่คิด ตัดสินใจไม่เป็น ได้แต่เพียงท่องจำ เลียนแบบไปเรื่อย ๆ จึงส่งผลให้ทุนมนุษย์ที่ผลิตขึ้นมาในระบบนี้ขาดคุณภาพแต่มากด้วยปริมาณ จึงพบเห็นได้เสมอในดีมานไซด์จะขาดแคลนเสมอ ต้องสั่งเข้าผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ จากต่างประเทศมาใช้งานเพื่อสนองตอบดีมานไซด์ที่ขาดแคลน ทุนมนุษย์ที่ผลิตได้ในระบบนี้จึงเป็นทุนมนุษย์ที่มีความเก่งต่ำกว่าเกณฑ์ ความกล้าคิด กล้าทำน้อย คิดสร้างสรรค์ไม่ค่อยเป็น ซึ่งเห็นได้ในสังคมเต็มไปหมดโดยเฉพาะประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา ซึ่งสมควรต้องมาคิดระบบการผลิตทุนมนุษย์กันใหม่ทั้งระบบเสียทีจะได้ทุนมนุษย์ที่เป็นคนเก่ง คนดี คนมีคุณภาพ
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาวิชา การจัดการทุนมนุษย์ ( Human Capital Management )เสนอ : ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ข้อ1 จุดอ่อนที่ต้องการเพิ่มเติมใน HR Achitecture จากโครงสร้างทุนมนุษย์เดิม มีประเด็นของหัวข้อที่ต้องการเพิ่มเติม ดังนี้Supply Side ด้านประชากร (Population) นอกเหนือจากการให้การศึกษา(Education) แก่ประชากรแล้ว ควรเพิ่มเติมในเรื่องของการให้ความรอบรู้ ความเฉลียวฉลาด(Awareness)แก่ประชากรซึ่งความรอบรู้นี้ คือทรัพย์สินทางปัญญา ที่เป็นทุนมนุษย์ในการบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ที่ต้องวางรากฐานในการส่งเสริมนอกเหนือจากการให้การศึกษา(Education)- สุขภาพ (Health) นอกจากการให้บริการด้านสุขภาพ ควรเพิ่มเติมในเรื่องของความปลอดภัยและความผาสุก (Safty& Welfare) ประชากรควรได้รับความปลอดภัยและความผาสุก จากรัฐสวัสดิการ (Welfare State) ตัวอย่างเช่นในกรณีที่เกิดโรคระบาดไข้หวัดนกและมีนกบินมาตายในบ้านทำให้คนในบ้านติดโรคไข้หวัดนก ประชากรควรได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลฟรี รวมถึงการได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายและค่าตอบแทนต่างๆ หรือในกรณีที่รัฐจ่ายค่าชดเชยค่าเสียหายในเรื่องของเวลา ที่รถไฟไม่สามารถให้บริการประชาชนที่จะเดินทางไปยังภาคใต้ได้เนื่องจากมีขบวนรถไฟตกรางหรือเกิดอุบัติเหตุ สาธารณูปโภคของชุมชน (Infrastructure in communities) รัฐควรมีหน้าที่จัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้แก่ชุมชนทุกชุมชน โดยไม่ต้องให้ประชาชนเป็นฝ่ายเรียกร้องหรือร้องขอ- โภชนาการ (Nutrition) ประชากรทั่วประเทศต้องได้รับความรู้และบริการด้านโภชนาการที่ถูกสุขลักษณะอนามัยตามหลักโภชนาการโดยเสมอภาคกัน- สื่อ (Media) นอกจากการให้บริการด้านสื่อแล้ว จะต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) ด้วยด้านแรงงาน( Labor Force)อายุ (Age) เพศ (Sex) เชื้อชาติ (Race) คนต่างด้าว (Hispanic Origin) มีผลกระทบต่อแรงงานทั้งสิ้น เช่นชาวพม่า ที่เข้ามาขายแรงงานใน <h3 style="margin: 0cm 0cm 0pt 108pt">ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผลกระทบต่ออาชีพและแรงงานของคนไทย</h3>สถานภาพการสมรส (Marital Status) เช่นหญิงมีครรภ์ ซึ่งไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ความสัมพันธ์และการให้ความสำคัญของคนในครอบครัว(Family Relationship) บางครอบครัวต้องการให้ผู้หญิงอยู่บ้านมากกว่าที่จะออกไปทำงาน การเกณฑ์ทหาร (Veteran Status) นับว่ามีผลกระทบต่อแรงงานที่ลดลง ระดับของแรงงาน (Class of worker) เช่นคนมีความรู้ความสามารถแต่อาจไม่มีโอกาสได้งานที่ดีหรือการได้รับค่าตอบแทนที่แตกต่างจากความสามารถ การทำงานเป็นกะ (Full orpart-time status) แรงงานไม่สามารถถูกนำมาใช้ได้เต็มที่ หรืออาจทำให้ความสามารถในการนำแรงงานมาใช้น้อยลงส่งผลกระทบต่อทุนมนุษย์ การเปลี่ยนงานบ่อย(Occupational Mobility) รวมถึงการขาดความมั่นคงของงาน (Job security) เช่นการขาดแรงจูงใจในเรื่องสวัสดิการ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อแรงงานซึ่งรัฐควรเอาใจใส่และนำมาวางแผนกลยุทธ์ต่อไปDemand Side ด้านผลผลิต (Productive Sectors) ปัจจุบัน ประชาชนคาดหวังในเรื่องของแรงงาน (Labor) และประสิทธิภาพ(Competencies) จากรัฐ สังคมทุกวันนี้ต้องเป็นสังคมของการเรียนรู้แสวงหาความรู้(Knowledge) มีภาวะผู้นำ (Leadership) มีโลกทัศน์และความคิดเชิงนวัตกรรม(Positive Thinking) มีการให้ความรู้และฝึกอบรม (Training) มีงานรองรับ(Trends in the nature of work) มีการประกันสุขภาพ(Insurance Benefits) มีสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน (Environmental Factors) และมีทรัพยากรรองรับ(Natural Resources) เช่นการรื้อแฟลตดินแดง ควรมีนโยบายและแผนรองรับที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อน ด้านการแข่งขัน (Competitiveness) ต้องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ทันโลก(Business Environment)ต้องการมีสภาพสังคม และสถานภาพทางการเมือง (Social&Political situation) ที่มั่นคง เช่นมีนโยบายที่ชัดเจนและต้องการให้มีการจัดการด้านธุรกิจที่ดี (BusinessPerformance) เช่นต้องการทราบสถานภาพขององค์กรว่าอยู่ในลำดับใด ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ต้องการความมั่นคงยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ (EconomicSustainability) เช่น สภาวะของการปรับอัตราค่าเงินสกุลต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท ต้องการความมั่นคงยั่งยืนในด้านสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม (Social Religion & Culture Sustainability) สังคมและวัฒนธรรมในปัจจุบันมุ่งสู่สังคมและวัฒนธรรมในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น (Industrial Culture) การสืบทอดวัฒนธรรมและทรัพย์สินทางปัญญาที่เอื้อต่อวัฒนธรรมที่มั่นคงยั่งยืนจึงเป็นสิ่งคาดหวังของประชาชนที่พึงมีต่อรัฐ และต้องการความมั่นคงยั่งยืนในด้านการเมือง (Political Sustainability) ชีวิตหลังเกษียณ (Life After Retirement) ต้องการสุขภาพที่ดี (Healthy) มีเวลาว่างสบายๆ (Leisure) และคืนกำไรให้กับสังคมบ้างตามวัยและกำลังที่สามารถทำได้ด้วยความสุขและความเพลิดเพลินข้อ2 ผลกระทบของโลกาภิวัตน์ (Globalization)ที่มีต่อ HR Architecture Supply Side ประชากร (Population) - ขาดความฉลาดเฉลียว (Awareness)เนื่องจากโลกาภิวัตน์เป็นโลกของการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารความรู้ได้รวดเร็วและและกว้างขวาง แต่ขาดการนำมาวิเคราะห์กลั่นกรองและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของตนเอง จึงทำให้คนขาดความฉลาดเฉลียว (Awareness) เช่นคน(มนุษย์เงินเดือน) จำนวนมากลาออกจากงาน เพื่อต้องการทำธุรกิจของตนเองโดยมิได้ตระหนักถึงภูมิปัญญา สภาพคล่องทางการเงินและประสบการณ์ที่ยังมีไม่เพียงพอ จึงทำให้ไม่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงานและส่งผลกระทบถึงครอบครัว- ขาดโภชนาการ (Nutrition) ที่ดีด้วยชีวิตประจำวัน เป็นชีวิตที่ต้องเร่งรีบและมีการแข่งขันสูง จึงทำให้การบริโภคอาหารต้องปรับ <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt">เปลี่ยนรูปแบบของการประหยัดเวลา หรืออาหารบางประเภทรับประทานตามกระแสนิยม จึงทำให้</h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt">ขาดหลักโภชนาการ อันส่งผลเสียต่อสุขภาพ (Health)</h1>- สื่อ (Media) และสังคม (Social)จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้คนสามารถรับข้อมูลสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว จึงขาดการพิจารณากลั่นกรองในการรับ-ส่งข้อมูล และสื่อยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายเพื่อนมนุษย์และคุกคามสิทธิส่วนบุคคล เช่น การถ่ายคลิปวีดีโอและนำออกเผยแพร่โดยไม่ได้มีการขออนุญาตจากเจ้าของภาพ หรือต้องการสร้างความเสื่อมเสียให้แก่บุคคลและสังคม เป็นต้นด้านแรงงาน (Labor Force) โลกาภิวัตน์ส่งผลกระทบต่ออัตราการว่างงาน ในขณะที่คนก็เลือกงานมากขึ้น เนื่องจากขาดความฉลาดเฉลียว (Awareness) จึงทำให้มีการเปลี่ยนงานบ่อย(Occupational Mobility) Demand Side ด้านผลผลิต (Productive Sectors) เศรษฐกิจสังคมและการเมืองในยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากอิทธิพลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้คนไทยให้ความสนใจต่ออาชีพเกษตรกรน้อยลง (จากข้อมูล GDP. ของประเทศไทยมีมูลค่า 6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นต้นทุนของภาคเกษตรประมาณร้อยละ 10 ของGDP.) และมุ่งสู่อาชีพอุตสาหกรรมมากขึ้น จนกลายเป็นเหตุผลและความจำเป็นที่องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีการปรับโครงสร้าง ทิศทางการดำเนินงานเพื่อความอยู่รอดโดยไม่ค่อยคำนึงถึงความรับผิดชอบที่ควรมีต่อสังคม (Social) โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้แทนคน ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนและปัญหาในเรื่องของกฎหมายแรงงาน อันส่งผลกระทบให้เกิดอัตราการว่างงานมากขึ้น จากการประมาณการตัวเลขต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมโดยธนาคารโลกสรุปรวมไว้ว่า หากบริษัทสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ1 จะสามารถทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และหากประเทศใดสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึงร้อยละ 10 จะสามารถเพิ่มการค้ารวมได้ถึงร้อยละ 20 จึงเป็นเหตุผลของการสนับสนุนให้มีการลดต้นทุนโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนคนมากขึ้นด้านความยั่งยืน (Sustainability)คนในยุคโลกาภิวัตน์ได้รับผลกระทบทำให้ขาดความมั่นคงยั่งยืนในด้านต่างๆ ดังนี้ 1. ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Sustainability) เช่น คนต่างจังหวัดพากันอพยพเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาทำงานในโรงงาน ทำให้ผู้คนต้องมาแออัดกันในกรุงเทพฯ ส่งผลกระทบถึงการจราจรที่ติดขัด สร้างมลพิษ ในขณะที่บางคนขายที่ทำสวน ทำไร่เพื่อเปลี่ยนเป็นบ้านจัดสรรพร้อมอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นจังหวัดนนทบุรีเดิมเคยเป็นสวนทุเรียน แต่ปัจจุบันกลายเป็นบ้านจัดสรรไปเกือบหมดแล้ว2. ด้านเศรษฐกิจ (Economic Sustainability) ทุกประเทศต้องปรับกลยุทธ์เพื่อให้เป็นไปตามกระแสของเศรษฐกิจยุคโลกาภิวัตน์ เนื่องจากแนวโน้มการบริโภคของประชากรมีการเปลี่ยนแปลงตามค่านิยมในยุคโลกาภิวัตน์สูงขึ้นเรื่อยๆ เช่น ค่านิยมของคนที่ชอบเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า 3. ด้านสังคม (Social Sustainability) เริ่มเป็นสังคมที่อ่อนแอ ขาดความมั่นคงยั่งยืน คนสามารถฆ่าผู้อื่นตายได้เพียงเพื่อต้องการโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว สมาชิกในครอบครัวมีเวลาให้กันน้อยลงเนื่องจากต้องแบ่งเวลาไปกับการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ คุยกันผ่านอินเตอร์เน็ต ฯลฯ 4. ด้านการเมือง (Political Sustainability) จากสังคมที่อ่อนแอ ส่งผลกระทบถึงสถานภาพ <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt"> ทางการเมืองในยุคโลกาภิวัตน์ที่ขาดความมั่นคง ผู้นำคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนเป็นหลักมากกว่า</h2> คำนึงถึงประเทศชาติ เนื่องจากคนเน้นวัตถุนิยมมากกว่าจิตใจ ทำให้ขาดคุณธรรม จริยธรรม(Ethics) ชีวิตหลังเกษียณ (Life After Retirement) ผลกระทบของโลกาภิวัตน์มีผลต่อแนวคิดที่ว่าชีวิตหลังเกษียณคือมรดกสังคมไม่ใช่ปัญหาของสังคม ศุภรา เจริญภูมิ 21 มิ.ย. 50
Human Capital Architecture ( Demand – Supply) การจัดการทุนมนุษย์ (Human Capital) ยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) คือ ยุคที่โลกไร้พรมแดน เป็นความสามารถของมันสมองมนุษย์ที่ได้พัฒนาระบบสื่อสารที่ให้มวลมนุษยชาติสามารถทราบข้อมูลข่าวสารทั่วทุกมุมโลกได้เพียงไม่กี่วินาที ด้วยระบบสารสนเทศ (Information Communication and Technology : ICT) ซึ่งให้คุณอนันต์ หากนำมาใช้ถูกต้องจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างมหาศาล หากคนในสังคมใดไม่มีความพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วได้นั้น จะเป็นผู้เสียเปรียบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความรอบรู้ของเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมต่างๆ เรื่องสังคม การศึกษา และคุณภาพชีวิตก็จะด้อยกว่าสังคมที่มีการตื่นตัว และมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการทุนมนุษย์ (Human Capital) จึงมีบทบาทอันสำคัญยิ่งในการพัฒนาสังคม หรือพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน การลงทุนมหภาค (Macro) จึงควรเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารประเทศและองค์กรใหญ่ๆ ส่วนระดับจุลภาค (Micro) เป็นการลงทุนของผู้นำหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งการจะพัฒนาทุนมนุษย์ต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมได้นั้น ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของประเทศ Population ปัจจัยที่จะให้ได้ทุนมนุษย์ที่ดีมีคุณภาพนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม เช่น- การศึกษา เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งทางรัฐได้จัดให้เด็กไทยทุกคนเรียนฟรี 12 ปี สำหรับขั้นพื้นฐาน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ มีความสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพ จึงจำเป็นต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต อีกทางเลือกหนึ่งคือ การใช้ระบบ ICT คนไทยทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นสาธารณะได้เท่าเทียมกัน รัฐจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมบูรณาการข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ซึ่งเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ คือ e-Education, e-Commerce, e-Government, e-Industry และ e-Society และอื่นๆ อีกมากไว้บริการประชาชน สร้างให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge Base Society) เพื่อจะได้มีโอกาสศึกษาพัฒนาตนเอง ศาสนาพุทธถือว่าเมื่อใดคนมีความต้องการที่เรียกว่า “ฉันทะ” สังคมนั้นย่อมรุ่งเรืองมีอารยธรรม (Civilization) เพราะคนในสังคมจะมี “วิริยะ” คือความเพียร ตามด้วย “จิตตะ” คือ พยายามขวนขวายใฝ่รู้ – ใฝ่เรียน – ใฝ่สร้างสรรค์ เพื่อให้เกิด “วิมังสา” คือ การสร้างงานที่จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ- Health ทรัพยากรมนุษย์จะมีประสิทธิภาพเมื่อปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งมีสุขภาพจิตดี จะสามารถนำองค์ความรู้และภูมิปัญญาที่มีอยู่ไปสร้างผลผลิตอันจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม- Nutrition เรื่องอาหารเป็นปัจจัยหลักสำคัญยิ่ง มนุษย์จะมีชีวิตอยู่รอดและสุขภาพดี ต้องรับประทานอาหารครบหมวดหมู่ ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ปัจจุบันคนในสังคมส่วนใหญ่ต้องการใช้ชีวิตคืนสู่ธรรมชาติ โดยเฉพาะอาหารไทยมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเพราะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ พืช ผัก ผลไม้สด บวกกับศิลปะของคนไทยสามารถปรุงแต่งอาหารได้อร่อยหลากหลายรสชาติ ครบถ้วนทางโภชนาการจนเป็นที่ยอมรับ ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของสากล ประเทศไทยจึงนับว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลก หรือ เป็น “ครัวของโลก” ซึ่งกำลังจะถูกต่างชาติทำลายภาพพจน์ด้วยการอ้างชื่อเป็นร้านอาหารไทย แต่วัตถุดิบและรสชาติของอาหารไม่ใช่เป็นอาหารไทย คนปรุงอาหารไทยขาดความรู้ หน่วยงานที่รับผิดชอบควรเร่งแก้ไข หรือมีมาตรการป้องกัน- Labor Forceข้อมูลจากสำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ1. กำลังแรงงานปัจจุบัน 36,741,600 คน 1.1 ผู้มีงานทำ 36,267,300 คน ทำงาน 35,723,000 คน ไม่ทำงานแต่มีงานประจำ 634,300 คน 1.2 ผู้ว่างงาน 484,300 คน หางานทำ 83,100 คน ไม่หางานทำ / พร้อมที่จะทำงาน 401,000 คน แรงงานไทย 36 ล้านคน ยังไม่สามารถสร้างอุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรม (Innovation)ใหม่ของตนเอง หรือที่มีวิทยาการสูงและมีวิทยาการใหม่ๆ ทางด้านเทคโนโลยีมากเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้แรงงานไร้ฝีมือมากที่สุด ซึ่งไม่สามารถสร้างผลิตผลที่มีมูลค่าเพิ่มได้ บัณฑิตจบใหม่บางสาขาไม่สามารถนำองค์ความรู้มาใช้ทำงานแบบมืออาชีพได้ครบวงจร คอยแต่จะพึ่งพาผู้อื่น ขาดการรับผิดชอบในหน้าที่ และไม่ขยันขวนขวายหาความรู้หรือพัฒนาตนเองให้เป็นแรงงานที่มีทักษะและศักยภาพ การศึกษา การฝึกอบรมจึงเป็นปัจจัยหลักสำคัญ รัฐและองค์กรใหญ่จะต้องมีมาตรการส่งเสริม เปิดโอกาสแรงงานมีสถานศึกษา ฝึกอบรมทั้งทางภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติในสายงานที่เป็นจุดแข็งของคนไทย เช่น อุตสาหกรรมทางด้านบริการ การแพทย์ การเกษตร การสร้างงานศิลปะ อาหารสำเร็จรูป เป็นจุดแข็งที่มีต้นทุนมนุษย์สูง สามารถเพิ่มมูลค่าได้ทันที- Productive Sectorประเทศไทยมีต้นทุนมนุษย์ดังกล่าวข้างต้น แต่ยังขาดการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อต่อยอดทางด้านเทคโนโลยีในการผลิตเป็นอุตสาหกรรมโดยมีต้นทุนทางวัตถุดิบภายในประเทศ เช่น บริการท่องเที่ยวมีทรัพยากรธรรมชาติสวยงามหลายแห่ง คนไทยมีจิตใจงามและเอื้ออาทรต่อกัน มีขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนชาติอื่นมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการเฉพาะด้านในการดูแลรักษาผู้ป่วยจนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อุตสาหกรรมสิ่งทอ ผลิตอะไหล่รถต่างๆ และการประกอบรถยนต์ ซอฟต์แวร์สมองกลฝังใน (Embedded Software) ใช้กับอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน และการผลิตอาหารสำเร็จรูป ควรลงทุนให้ทรัพยากรเหล่านี้มีสถาบันเรียนรู้ และฝึกอบรมแรงงานให้มีศักยภาพ มีความเป็นเลิศของแต่ละอุตสาหกรรมที่กล่าวเป็นตัวอย่าง เมื่อใดมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ ได้รับการถ่ายทอด Technology Tranfer พอเพียงต่ออุตสาหกรรมในสาขาเป็นเลิศ มีประสบการณ์มีความคิดสร้างสรรค์ Creative ในนวัตกรรมใหม่ Innovation ผู้ประกอบการจะเป็นผู้ลงทุนทั้งคนไทยและต่างชาติจะหลั่งไหลเข้ามาร่วมลงทุน Join Venture ในฐานะเท่าเทียมกัน- Competitivenessยุคโลกาภิวัฒน์ ทำให้มนุษย์สามารถหาข้อมูลข่าวสารและการศึกษาหาความรู้ในตลาดโลกเพื่อมาวิเคราะห์เปรียบเทียบได้ง่ายกว่าในอดีตมาก โอกาสแข่งขันมากขึ้น การแข่งขันเป็นเรื่องธรรมดาต้องมีแพ้และชนะ แต่เป็นเวทีที่ได้แสดงความสามารถและหาประสบการณ์ เพื่อให้ทุนมนุษย์เข้มแข็งยิ่งขึ้น ยิ่งมีความรู้ มีประสบการณ์สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ (Product Thai Brand Name) ของคนไทยเองได้ไม่ด้อยกว่าชาติอื่น จะนำไปสู่ความสมดุลเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน (Sustainability) ต่อไป- Life After Retirementคนหลังเกษียณ จะเป็นกลุ่มทุนที่มีคุณค่าสูง มีประสบการณ์มาก มีความซาบซึ้งถึงปัญหาต่างๆ แก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ควรจะได้นำทรัพยากรเหล่านี้มาช่วยพัฒนาองค์กร หรือพัฒนาประเทศตามสายงานที่เชี่ยวชาญชำนาญการได้อย่างครบวงจร ทุนไม่สูญเปล่าและยังหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ อย่างเห็นผล เกิดผลประโยชน์ต่อส่วนรวมมหาศาล ไม่ต้องลงทุนสร้างใหม่ ลดเวลาฝึก เพิ่มโอกาสให้อุตสาหกรรมสามารถผลิตทุนมนุษย์รุ่นใหม่ให้มีศักยภาพได้โดยเร็ว ความอยู่รอดและสามารถแข่งขันได้ในยุคโลกาภิวัฒน์ยุคโลกาภิวัฒน์ มนุษย์ในสังคมปัจจุบันคงหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของสารสนเทศ (ICT) เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของเกือบทุกครัวเรือน ประเทศไทยอยู่ในภาวะพหุวัฒนธรรม (Multicalturalism) การศึกษาของประเทศไทยได้ปรับตัวตามไปโดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรที่มีอยู่ การศึกษามิได้สนับสนุนในสิ่งที่เรามีต้นทุนพร้อมอยู่แล้วให้พัฒนาสู่ระดับเป็นเลิศในสาขาที่พร้อม นโยบายและยุทธศาสตร์ของชาติไม่ชัดเจน สถาบันการศึกษาเป็นแหล่งบ่มเพาะ ทรัพยากรมนุษย์เน้นแต่ปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ ควรจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม เปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถศึกษาต่ออย่างเสรี ตามสาขาที่ตนเองถนัด รัก ชอบ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น จึงจะสานผลประโยชน์และกระจายทรัพยากรของชาติระหว่างบุคคลและสังคมได้อย่างเป็นธรรม การจัดการทุนมนุษย์ขั้นพื้นฐาน จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับชาติที่ต้องลงทุนโดยผ่านสถาบันการศึกษา และมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีภูมิปัญญา มีความรู้คู่คุณธรรม มีจริยธรรม และมีจิตสำนึกที่ดีต่อสาธารณะ มีทักษะและศักยภาพเพียงพอในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ นำความเจริญรุ่งเรืองและความสุขมาสู่องค์กรและสังคม เพื่อให้เป็นสังคมที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะแข่งขันกับนานาอารยประเทศอย่างมั่นใจ และนำไปสู่ความสมดุลและความยั่งยืน ((Sustainable) และความอยู่รอดอย่างมีศักดิ์ศรีได้ดีในยุคโลกาภิวัฒน์
Human Capital Management Homework. โดยนายปรีติ ปิติอลงกรณ์ เสนอ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์ 1. ใน HR Architecture มีอะไรที่ควรเพิ่มเติม (จุดอ่อน)1.1. ในแรงผลักดันด้าน Supply Side นอกจาก Education, Health, Nutrition, Family, และ Media แล้วผมยังเห็นว่าควรมีแรงผลักดันเพิ่มเติมดังต่อไปนี้1.1.1. วัฒนธรรม (Culture) เนื่องจากวัฒนธรรม, ความเชื่อ และวิถีชีวิต เป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกอยู่ในการดำเนินชีวิตและเป็นตัวกำหนดกรอบความคิดของบุคคลที่อยู่ในวัฒนธรรมนั้น ๆ ในส่วนต่างๆ ของโลกมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่นวัฒนธรรมตะวันตก วัฒนธรรมจีน วัฒนธรรมญี่ปุ่น วัฒนธรรมฮินดู วัฒนธรรมอิสลาม วัฒนธรรมตะวันออก วัฒนธรรมคริตส์ตะวันออก วัฒนธรรมละตินอเมริกา เป็นต้นซึ่งเป็นทั้งตัวเสริมและตัวสร้างอุปสรรคในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่นในตะวันออกกลางวัฒนธรรมอิสลาม สตรีมักจะไม่ได้รับการศึกษาทำให้สตรีส่วนใหญ่ในตะวันออกกลางเป็นแรงงานไร้ฝีมือ หรือวัฒนธรรมญี่ปุ่น วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่มักดูแลสุขภาพตนเอง และมีบุตรน้อยทำให้มีผู้สูงอายุจำนวนมากส่วนคนวัยทำงานน้อยลง เป็นต้น1.1.2. สภาพทางภูมิศาสตร์ (Geography) เช่น สภาพภูมิอากาศ หรือ ภูมิประเทศ เช่นหากมีสภาพภูมิประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นในปีหนึ่งๆ ทำงานหรือทำเกษตรกรรมได้เพียงไม่กี่เดือน ทำให้ต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว รวมทั้งรู้จักการวางแผน หรือหากอยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเพาะปลูกสามารถทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์ได้ ก็จะมีอาหารเก็บไว้กินตลอดไม่ต้องไปล่าสัตว์ ทำให้มีเวลาฝึกฝนตนเองคิดค้นความรู้ใหม่ และพัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่อสร้างความเจริญได้ 1.2. ในแรงผลักดันด้าน Demand Side ในส่วน Macro นอกจาก Agriculture, Industry, Service, และ Government แล้วผมยังเห็นว่าควรมีแรงผลักดันเพิ่มเติมดังต่อไปนี้1.2.1. Technology เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคที่ 3 คือยุคข้อมูลข่าวสาร (Information Age) ซึ่งถัดมาจากยุคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้ความสำคัญกับทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน (Intangible Asset ) แทนที่จะนับเอาแต่ทรัพย์สินที่มีตัวตนเพียงอย่างเดียว และดูเหมือนเวลาจะเดินเร็วกว่ายุคเดิม ๆ อย่างมาก ในปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนและเร่งความเร็วในการทำสิ่งต่าง ๆได้อย่างมาก ดังนั้น Technology จึงเป็นแรงผลักดันที่มองข้ามไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวผลักดันการพัฒนาคน หรือพัฒนาสิ่งต่างๆ จะทิ้งห่างประเทศอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น ทำให้เกิดช่องว่างที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เช่น คนจนจะจนลงเรื่อย ๆ ในขณะที่คนรวยยิ่งรวยขึ้น ๆ ซึ่งใน HR Architecture นี้ Technology จะทำให้เกิดช่องว่างของทุนมนุษย์ (Human Capital Gap)–ขึ้นได้เช่นกัน คือ มีความแตกต่างกันในเรื่องความสามารถของคนในการทำสิ่งที่ซับซ้อนอย่างมาก แรงงานที่ใช้เทคโนโลยี จะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าแรงงานไร้ฝีมือหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ที่สำคัญมาก เนื่องจากความรู้เป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ที่ไม่เหมือนปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่ใช้แล้วหมดไป แต่ความรู้ใช้เท่าไรก็ไม่หมด1.2.2. Innovation นวัตกรรม มักสามารถพลิกสถานการณ์ (Turn Around) สิ่งต่าง ๆ ได้อยู่เสมอและมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์มนุษยชาติตลอดเวลา เช่น การคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำทำให้โลกเปลี่ยนจากยุคเกษตรกรรมเป็นยุคอุตสาหกรรม และการคิดค้น คอมพิวเตอร์ทำให้โลกเปลี่ยนไปสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร การปฏิวัติสู่ยุคต่างๆ ดังกล่าวล้วนส่งผลต่อโครงสร้างทุนมนุษย์ และพฤติกรรมของแรงงานอย่างยิ่งยวด เช่นการพลิกสถานการณ์ทางด้านแรงงาน ในประเทศอินเดียโดยแรงงานทางด้านสารสนเทศได้รับความรู้และค่าตอบแทนที่ดีขึ้นมากเนื่องจากการจ้างงานจากต่างประเทศโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศติดต่อสื่อสารกัน เช่น บริการระบบ Call Center และการรับแก้ปัญหา Y2K ให้กับประเทศที่มีค่าจ้างแพงกว่าในคุณภาพงานที่เท่ากันแต่ค่าจ้างถูกกว่าเป็นต้น นับเป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีป็นเครื่องมือที่ทำให้อินเดียอาจขึ้นสู่ผู้นำในเอเชียได้ 2. ผลกระทบของ Globalization ต่อ HR Architecture ทั้งใน Demand Side และ Supply Side ในความคิดของผมสามารถสรุปผลกระทบของ Globalization ต่อ HR Architecture ได้ดังต่อไปนี้2.1. เกิดการเคลื่อนย้ายถ่ายเทปัจจัยและแรงผลักดันทุนมนุษย์ ในด้านต่างๆ เช่น แรงงาน ความรู้ เทคโนโลยี เงินตรา วัฒนธรรม สื่อ ฯลฯ ทำให้โครงสร้างของทุนมนุษย์ถูกปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งที่ถูกถ่ายเทไป-มา เหมือนกับการผสมสี ขึ้นอยู่กับสีใดเข้มข้นกว่าการถ่ายเทก็จะไปสู่สิ่งที่มีแรงผลักที่แข็งแรงกว่า2.2. ดูเหมือนว่าโลกราบเรียบและหมุนเร็วขึ้น โลกาภิวัฒน์จะทำให้การติดต่อสื่อสารและการรับรู้ข่าสารมีความต่อเนื่องไม่สะดุด สภาพทางภูมิศาสตร์ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในการรับรู้ความรู้ด้านต่างๆ มีการพัฒนาสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว2.3. เกิดช่องว่างระหว่างทุนมนุษย์มากขึ้น ระหว่างทุนมนุษย์ที่สามารถตามกระแสการเปลี่ยนแปลงและไม่สามารถตามกระแสการเปลี่ยนแปลง เช่นคนจน จนลงๆ คนรวยจะรวยขึ้นๆ 2.4. เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรงของผู้ที่ตามกระแสทัน (คนส่วนน้อย)โดยทิ้งผู้ที่ตามกระแสไม่ทัน(คนส่วนใหญ่) อยู่เบื้องหลัง แต่ในการแข่งขันนี้ทุกคนจะได้รับผลกระทบหมดไม่ว่าจะตามกระแสทั้นหรือไม่ ซึ่งการแข่งขันนี้อาจนำมาซึ่งการล่มสลายในหลายๆ ด้าน จากความคิดเห็นข้างต้นดูเหมือนว่า ทุนมนุษย์ที่พัฒนาแล้วก็พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ในอัตราเร่งที่เร็วขึ้น ส่วนที่ยังล้าหลังก็ไม่ค่อยพัฒนา และดูเหมือนว่าจะมีช่องว่างห่างกันขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องกลับมานิยามคำว่าทุนมนุษย์ใหม่ ว่าทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพต้องหมายความรวมถึง คุณธรรมและจริยธรรม ที่ดีด้วยหรือไม่เพื่อป้องกันความล่มสลาย ทุนมนุษย์ที่ล้าหลังอาจมีคุณธรรมและจริยธรรมสูงแต่การศึกษาและรายได้ต่ำ เพียงแต่เขามี ความพอเพียง เท่านั้นเอง ส่วนทุนมนุษย์ที่พัฒนาแล้วแต่ขาดคุณธรรมและจริยธรรมก็เหมือนกับยื่นอาวุธให้ผู้ก่อการร้าย ดังนั้นเราต้องพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมรวมทั้งรู้จักแบ่งปันผู้ที่ยังอยู่ในวังวนความล้าหลังเนื่องจากขาดปัจจัยหรือแรงผลักดัน ดังที่ปรากฎใน HR Architecture หากมีผู้ที่ฉุดเขาขึ้นมาจากวังวนนั้นได้ โลกก็จะพัฒนาได้อย่างเท่าเทียมเพราะสังคมอยู่ได้ เราทุกคนอยู่ได้ สังคมล่มสลายเราก็ล่มสลายไปด้วยไม่ว่าจะพัฒนาไปมากเท่าใดก็ตาม
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตอบคำถามข้อที่ 1</p></div></td></tr></tbody></table>โลกาภิวัฒน์มีผลกระทบต่อการจัดการทุนมนุษย์ ผลกระทบจาการเปลี่ยนแปลที่เกิดขึ้นในยุคโลกาภิวัฒน์ ที่มีต่อ HR Architecture มีมากมาย ในฐานะที่เป็นพยาบาลจะขอยกประเด็นที่ใกล้ตัวที่สุดคือการบริหารจัดการของโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนต่างตื่นตัวในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลเพื่อต้องการยกระดับโรงพยาบาลโดยการนำมาตรฐานโรงพยาบาลคุณภาพ (HA) มาใช้ในการบริหารงาน โรงพยาบาลทุกแห่งต่างก็กำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ ไว้อย่างเลิศหรู แล้วก็กำหนดเข็มมุ่งเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อหวังว่าจะได้ไปถึงเส้นชัย นั่นคือได้รับการประเมินและผ่านการรับรองว่าได้เป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน แต่เนื่องจากผู้บริหารทั้งหลายไม่ใส่ใจหรือไม่สนใจว่าสิ่งที่กำหนดให้ผู้ร่วมงานซึ่งเป็นนักปฏิบัติมืออาชีพอย่างพวกเราต้องหมดเรี่ยวแรง และหมดความอดทนในการที่ต้องฝืนใจทำงานในสิ่งที่ตนเองไม่มีความรู้ ต้องเบียดบังเวลาทั้งส่วนตัวและครอบครัว ต้องควักกระเป๋าตัวเองทั้ง ๆที่รายได้ก็น้อยเงินเดือนก็ตันชนิดที่ชนเพดานประมาณ 50% และในช่วงเวลา3-5 ปีนี้ จำนวนการลาออกของพยาบาลสูงมาก ซึ่งไม่เคยปรากฏเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เป็นเพราะไม่มีการเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากรก่อนการปรับเปลี่ยนแม้จะเขียนกลยุทธ์ไว้อย่างสวยงามแต่ไม่พัฒนาศักยภาพของคนองค์กรก็มีแต่ความมืดมน แต่ผู้บริหารกลับไม่เห็นคุณค่าแห่งการเสียสละเหล่านี้ อาจจะมีบ้างคำหวานหูล้วนแต่เป็นภาพลวงตาทั้งสิ้น ก็ต้องเรียกว่าทำงานไปตามที่ผู้บริหารให้ทำเช่นการเก็บตัวชี้วัดต่าง ๆ ขนาดผ่านการรับรองและการ Re-accredit แล้วก็ตามถ้าลองเดินไปชนเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลระดับนี้ (ได้ HA)แล้ว และถามเรื่องตัวชี้วัดว่าเก็บไปทำอะไรรับรองเป็นบทพิสูจน์ได้เลย….สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์ความรู้เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความต้องการขั้นพื้นฐาน ในทางกลับกัน การเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้ครอบคลุมในทุกมิติที่ทันต่อเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจะส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จ บุคลากรต่างมีความภาคภูมิใจเกิดการจงรักภักดีกับองค์กร พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจในความเป็นจริงมนุษย์ทุกคนต่างมีความต้องการพื้นฐานหลักที่สำคัญอยู่แล้วเมื่อใดที่มีการเติมเต็มในเรื่องนี้สิ่งดี ๆก็จะตามมา เพราะเชื่อในความต้องการขั้นพื้นฐาน (Basic need) ของคนเป็นสิ่งสำคัญต้องมีความมั่นคง (Firmness) ก่อนจึงจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาของคนซึ่งเป็นรากฐานการForm ในเรื่องของทุนมนุษย์ (Human Capital) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้ความรู้โดยการเปิดโอกาส ให้โอกาสและส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรในการศึกษาหาความรู้มีสวัสดิการและค่าตอบแทนที่เหมาะสมมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สามัคคี ปรองดองร่วมแรงร่วมใจในการทำงาน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขในการทำงาน เกิดขวัญและกำลังใจแต่การมีความรู้ต้องมีศีลธรรม มีคุณธรรม จริยธรรมด้วยเพื่อมิให้ความคิดมันฟุ้งซ่านแตกกระจายออกไป ทำให้คิดเป็นระบบมีความสุข พอใจ ไม่โลภไม่เห็นแก่ตัว ไม่ถือตนและจะเป็นผู้มีประโยชน์ต่อสังคมโลกและที่สำคัญคือให้เป็นคนดีเพราะถ้าเป็นคนดีแล้วจะเก่งได้เอง แต่คนเก่งจะมุ่งแต่จะเอาความรู้อย่างเดียว ขาดคุณธรรม จริยธรรม ทำให้เห็นแก่ตัว วัฒนธรรมองค์กรในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็ไม่เกิดสังคมโลกอันแคบในปัจจุบันนี้คนที่ดี มีคุณภาพตรงต่อเวลา รับผิดชอบ ก็จะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ตั้งแต่ระดับหน่วยงาน องค์กร ประเทศและระดับโลก ส่งผลทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ยกตัวอย่างในเชิงบวกยุคโลกาภิวัฒน์ ถ้าในทางวิทยาศาสตร์เปรียบเสมือนตัวเร่งในปฏิกิริยาทางเคมีในการพัฒนาการของมนุษย์ในเรื่องการศึกษา โดยอาศัยข้อมูลที่เป็นจริงซึ่งปัจจุบันมีความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล และดูแนวโน้มทางด้าน Demand แม้แต่ทางด้านสุขภาพก็มีการเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น มีสิทธิและมีอิสระในการเลือกผู้ที่จะทำการรักษาหรือปฏิเสธการรักษา แต่ถ้ามองในเชิงลบในมุมเดียวกันก็อาจทำให้ตามไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่ารวดเร็วเกิดความเครียดในการทำงาน มีปัญหาทางสุขภาพจิต ไม่มีความสุข อัตราการลาออกโอนย้ายสูง ภาครัฐอาจขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางเนื่องจากได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าภาคเอกชน เกิดมลภาวะทางธรรมชาติทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวหรือจุดหนึ่งหนึ่งของการจัดการทุนมนุษย์ที่นับวันยิ่งดูเหมือนว่าจะไม่สมดุลระหว่าง Demand &Supply ที่เห็นได้ชัดเจนในอาชีพที่ต้องใช้Tacit knowledge เพราะกว่าจะได้มาต้องใช้เวลาในการสั่งสม ความรอบรู้ความชำนาญและเมื่อมีความสามารถเต็มที่ก็ถึงเวลาต้องเกษียณ…..ช่างน่าเสียดาย……..ที่สังคมเปิดโอกาสให้ผู้เกษียณน้อยไป เพราะความจริงแล้วผู้เกษียณนั้นเปรียบเสมือนมรดกที่สำคัญ <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt">
อรพินท์ มณีรัตน์
[email protected] </div></td></tr></tbody></table></span> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตอบคำถามข้อที่ 1</p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.95pt; padding-left: 7.95pt; padding-bottom: 4.35pt; padding-top: 4.35pt">HR Architecture</div></td></tr></tbody></table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.95pt; padding-left: 7.95pt; padding-bottom: 4.35pt; padding-top: 4.35pt">
FamilyNutritionWelfare /InfrastructureHealthEnvironmentEducation Media & social
</div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt">Population & migration</div></td></tr></tbody></table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.95pt; padding-left: 7.95pt; padding-bottom: 4.35pt; padding-top: 4.35pt">
Statusfamily Relationship
Class of worker Social ability work Experience Occupational mobility</div></td></tr></tbody></table></span> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">Labor force</p></div></td></tr></tbody></table> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.95pt; padding-left: 7.95pt; padding-bottom: 4.35pt; padding-top: 4.35pt">
Agriculture
Industry
Service
Government
</div></td></tr></tbody></table></span> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.95pt; padding-left: 7.95pt; padding-bottom: 4.35pt; padding-top: 4.35pt">
Competencies
Competitiveness
Occupational
WageNatural ResourcesCulture /PublicTechnologyEnvironmentDisability </div></td></tr></tbody></table></span>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt">
Productive sectors
</div></td></tr></tbody></table> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div>
Competitiveness
& </div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div> Sustainability</div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt">Life after retirement</div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"> อรพินท์ มณีรัตน์[email protected] </div></td></tr></tbody></table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 8.7pt; padding-left: 8.7pt; padding-bottom: 5.1pt; padding-top: 5.1pt">HR Architecture</div></td></tr></tbody></table> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 8.7pt; padding-left: 8.7pt; padding-bottom: 5.1pt; padding-top: 5.1pt">
- Education - Health - Nutrition - Family - Media - Achievement - Attitude -</div></td></tr></tbody></table></span></span></font></span> <p> </p> Population <p> </p> Labor force <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 8.7pt; padding-left: 8.7pt; padding-bottom: 5.1pt; padding-top: 5.1pt">
- Valuable
- Rarity - Imitable - Organization</div></td></tr></tbody></table></span> <p> </p> Productive Sectors <p> </p> Human Resource Capital Human Resource Practices - Knowledge - Training- Skill - Ability <p> </p> Sustainable Competitive Advent age In <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">Globalization</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p>โลกาภิวัฒน์กระทบกับรูปนี้คือ ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเราจะทำอย่างไรให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงหรือสารถดำรงค์อยู่ได้ในโลกนี้ การจัดทรัพยากรมนุษย์นับว่ามีส่วนสำคัญอย่ายิ่งไม่ว่าจะเป็น ประชากรก็จะสัมพันธ์กับ การศึกษา สุขภาพ ครอบครัว ทัศนคติ สมอง และความทะเยอทะยานความมุ่งมั่นต่างก็เป็นส่วนประกอบที้งสิ้น แรงงาน ก็มีแรงงานภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการและอาชีพอิสระ ทุนมนุษย์มี องค์ความรู้ ความชำนาญ ความสามารถ ระบบการบริหารการจัดการ มีการฝึกอบรม การสร้างทักษะต่างๆ สิ่งต่างเหล่านี้มันก็จะทำให้เกิดองค์ที่ยั่งยืน สามารถต่อสู้กับคู่แข่งขันได้และจะมีผลในทางบวกมากขึ้นแล้วจึงนำไปสู่ระดับชาติได้ ดังนั้นจากรูปภาพของอาจารย์จึงถือว่ามีผลกระทบต่อโลกาภิวัฒน์และอาจนำไปสู่ นวัตกรรมที่ดีที่จะเกิดขึ้นในโลกนี้</p><p> </p><p>
เรียน ท่าน ศ.ดร.จีระ</p><p> เนื่องหนูได้ส่งการบ้านเป็น flow chart มาให้ท่านอาจารย์แต่ปรากฎว่าส่งไม่ได้ดังนั้นหนูขอส่งเป็นเอกสารที่พิมพ์ให้อาจารย์ในวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.นี้นะคะ</p> ขอขอบพระคุณอย่างสูง <p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p><p> </p>
ประชากร (Population)
สังคมและสิ่งแวดล้อม (Socialability and Environment) <== ข้อสิ่งที่ผมเพิ่มเข้าไป
แรงงาน (Labor Force)
ภาคการผลิต (Productive Sectors)
ความสามารถในการแข่งและอยู่รอด (Competitiveness and Sustainability)
ระดับคุณภาพชีวิตที่ดี (Human Security)
คืนกำไรให้สังคม
จุดอ่อนใน HR Architecture ; Supply Side
สังคมและสิ่งแวดล้อม (Socialability and Environment)
เนื่องจากมนุษย์หรือคนเป็น สัตว์สังคม อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน คนเราเกิดมาต้องมีสังคม,
ต้องมีชีวิตและอยู่ร่วมกันในสังคม ก่อนที่จะกลายเป็นแรงงานในภาคเกษตร, อุตสาหกรรม,
บริการ หรือ ภาครัฐ สังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เขาร่วมนั้นล้วนเข้ามามีบทบาท ไม่น้อยไปกว่าครอบครัว,
ฐานะความเป็นอยู่, การเลี้ยงดู, สุขภาพ, การศึกษา และสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
จุดอ่อนใน HR Architecture ; Demand Side
ระดับคุณภาพชีวิตที่ดี (Human Security)
ระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เมื่อประชากรในประเทศมีระดับคุณภาพชีวิตที่ดี
ก็จะส่งผลให้เกิด Innovation ใหม่ๆ คืนกำไรให้สังคมใน Diagram ที่ผมเพิ่มเติมลงไป
เปลี่ยนจาก ชีวิตหลังเกษียณ (Life After Retirement) หากต้องการให้เกิด Innovation อย่างยั่งยืน
ขอชี้ชัดลงไปว่าต้องเป็น การคืนกำไรให้สังคม เนื่องจากเราทุกคนใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เมื่อเรามีระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สบายขึ้น จำเป็นที่จะต้องนำความรู้ความสามารถต่างๆ ช่วยการพัฒนาสังคม
ช่วยเหลือสังคม ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมที่เราอยู่ ต้อง Value Chain กับ สังคมและสิ่งแวดล้อม
การช่วยกันคืนกำไรให้สังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นการต่ออายุแก่โลกใบนี้ ให้ลูกหลานพวกเราได้อยู่กันต่อไป
Homework 2. ผลกระทบของโลกาภิวัฒน์ที่มีต่อ HR Architecture
Supply Side
ประชากร (Population)
- IQ ถูกทำลายด้วยความยากจน (Difficult) เนื่องไม่รับอาหารตามหลักโภชนาการ, ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบต้องแข่งขัน
- ไร้ที่อยู่อาศัย เนื่องจากปัญหาการย้ายถิ่นฐาน เข้ามาอยู่อย่างแออัดในเมืองใหญ่
- ปัญหาการศึกษา ไม่ทั่วถึง หรือ ไม่มีคุณภาพ
- ปัญหาครอบครัว เนื่องจากเศรษฐกิจรัดตัว สมาชิกในครอบครับไม่มีเวลาให้กัน และสั่งสอนดูแลบุตร.
สังคมและสิ่งแวดล้อม (Socialability and Environment)
- อาชญากรรมต่อชีวิตและทรัพย์ ไม่เพียงเท่านั้นการถาโถมเข้ามาของกระแสโลกาภิวัฒน์
อาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกซ์ ความเป็นส่วนตัวน้อยลงเหมือนมีใครบางคนเฝ้ามองเราอยู่ตลอดเวลา.
- ปัญหาการเสื่อมถอยทางวัฒนธรรมเนื่องจาก Internet เป็นหนึ่งในกระแสโลกาภิวัฒน์
ที่ทำให้เกิดการติดต่อสื่อสารอย่างไร้พรหมแดน ตัวอย่างการเสื่อมถอยทางวัฒนธรรม
เช่น การแพร่กระจายของสื่อลามก , ภาพโป๊ , Clip VDO และเกิดการเรียนแบบอย่างเป็นวงกว้าง.
- ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผลจากความเจริญด้านเทคโนโลยีของโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดปัญหาดังนี้ เช่น ปัญหาโลกร้อน,
ปรากฏการณ์เอลนินโย, Tsunami.
- ปัญหาขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องจากความเจริญของกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้เราใช้ทรัพยากธรรมชาติอย่างขาดการยั้งคิด.
แรงงาน (Labor Force)
- เกิดอัตราการว่างงาน เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของเครื่องจักรอุตสาหกรรม มาแทนแรงงานคน.
- แรงงานต่างด้าวค่าแรงถูก ที่อพยบเข้ามากแย้งงานคนในประเทศ.
Demand Side
การผลิต
- ผลิตสินค้าได้มากขึ้นเนื่องจากกระแสโลกาภิวัฒน์นำมาซึ่งความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีเครื่องจักรที่ทันสมัย
ความสามารถในการแข่งและอยู่รอด (Competitiveness and Sustainability)
-ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย (Stackholder) คนขาดจริยธรรมในการทำงาน ประกอบธุรกิจ ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดและให้แข่งขันได้
โดยไม่สนใจว่าใครจะได้รับผลกระทบอย่างไร
-การไหลเข้ามาของกระแสโลกาภิวัฒน เช่นการทำเขตการค้าเสรี (FTA : Free Trade Area), FTA จีนกับอินเดีย,
FTA ซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ซึ่งไทยเสียผลประโยชนเนองจากการทะลักเข้ามาของผักผลไม้จากจีนที่ราคาถูกว่า
ผลผลิตการเกษตรในประเทศไทย
ระดับคุณภาพชีวิตที่ดี (Human Security)
- คุณภาพชีวิตความเป็นแย่ลง.
- ไม่มีเวลาพักผ่อน, ท่องเที่ยว
คืนกำไรให้สังคม
- ไม่มีการคืนกำไรสู่สังคม, เพราะคิดแต่ตัวเองมากขึ้น
- กระโลกาภิวัตน์ นำมาซึ่งความเจริญทางด้านวัตถุเป็นหลัก, แต่มิได้นำมาซึ่งความเจริญทางด้านจิตใจ
จากรูปแบบ HR Architecture
1. มีอะไรเพิ่มเติม หรือ มีอะไร หรือมีอะไรเป็นจุดอ่อนบ้าง
2. โลกาภิวัฒน์มีอะไรกระทบต่อรูปแบบนี้บ้าง
จากรูปแบบ HR Architecture ไม่มีจุดอ่อนแต่ขอเพิ่มเติมตามความคิดเห็นว่า ในเรื่องทุนมนุษย์นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเสริมสร้างให้เป็นทุนที่มีคุณค่า เพื่อไปทำให้ประเทศเกิดผลผลิตที่เป็นผลผลิตที่มีทั้งคุณค่าและมูลค่า ทั้งในสังคมชุมชนท้องถิ่น ชุมชนเมือง ให้อยู่รอดพึ่งตนเอองได้ แข่งขันได้อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ดังนั้นเป้าหมายของเสริมสร้างทุนมนุษย์ คือ
1. ให้มนุษย์เป็นทุนของการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้
2. ให้มีทุนมนุษย์ที่ทำให้ท้องถิ่นเป็นชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้
3. ให้มีคนในครอบครัวที่ทำให้ครอบครัวอบอุ่น พึ่งตนเองได้
ซึ่งความหมายของคำว่า เข้มแข็ง นั้น คือ เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นในสังคม คือ
1. เศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชนดี พอกินพอใจเป็นพื้นฐานเป็นบันไดไปสู่ความร่ำรวย
2. คนในสังคมมีจิตใจเมตตา เสียสละ
3. ครอบครัวมีความรักความเข้าใจความมีเหตุผล สนใจ ใฝ่เรียนรู้ อยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น
4. ชุมชนทำงานร่วมกัน ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม
5. คนมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ
6. สิ่งแวดล้อมดี
7. มีวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่ร้อยรัดให้คนอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกัน มีความรัก ความสามัคคี มีความเข้าใจกัน
ชุมชนเข้มแข็ง เป็นชุมชนที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมไม่แยกส่วน เป็นรากฐานของการเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ที่เป็นความต้องการของคนไทย ในขณะนี้ ที่เรียกร้องคืนประชาธิปไตยให้คนในประเทศไม่มีใครคืนสิ่งเหล่านี้ให้ นอกจากคนในสังคมจะช่วยกันสร้างขึ้นมาจากทุนมนุษย์
การเสริมสร้างทุนมนุษย์นำไปสู่เป้าหมาย
ในด้านการศึกษานั้น ในลักษณะของการให้การศึกษาแก่คนในสังคมไทยต้องปรับเปลี่ยนการให้การศึกษาเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติจนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ผู้ให้การศึกษาปรับบทบาทเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ซึ่งในระบบนอกโรงเรียนนั้นเป็นการสร้างทุนมนุษย์ที่สำคัญ เพราะเป็นจำนวนประชากรที่มากกว่าอยู่ในระบบโรงเรียนและเป็นคนที่อยู่ในภาคเกษตร อุตสาหกรรม หน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และที่สำคัญคือ คนที่อยู่ในชนบท ภาคเกษตร คนในภาคแรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนเมือง ที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นคนที่มีความรู้เพื่อให้ตนเองรอดก่อนสังคมไปรอด เป็นบันไดขั้นแรก สร้างฐานให้แข็งแรงต่อยอดให้แข็งแรงและไม่ล้ม การจัดกระวนการเรียนรู้ โดยการแยกกลุ่มเป้าหมาย เพราะจุดประสงค์ของการให้การเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกัน แต่ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน หากเริ่มต้นที่การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ ทุกเรื่องที่เป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างทุนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพอนามัย การดูแลครอบครัว การมีระดับการศึกษาที่สูงขึ้นอย่างมีคุณค่า การมีอาชีพที่สร้างรายได้อย่างพอเพียงกับชีวิต เพื่อไปทำให้เกิดปัจจัย 4 ที่พอเพียงกับการดำเนินชีวิต ก็จะเกิดขึ้นและการดำเนินชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพึ่งตนเอง
ในส่วนของความต้องการผลผลิต สังคมโลกวันนี้มีความต้องการเรื่องการเกษตรแน่นอน เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องการบริโภค และเป็นความต้องการที่ไม่วันจะหมดความสำคัญ นอกจากจะเกี่ยวกับเรื่องอาหารแล้วยังเกี่ยวข้องไปถึงอุตสาหกรรมที่ต้องใช้การเกษตรเป็นวัตถุดิบ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร หากภาคเกษตรเป็นคนที่มีการเรียนรู้ ใฝ่รู้ นำความรู้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อยอดูมิปัญญาจะเกิดนวัตกรรมใหม่ๆที่หลากหลาย ประเทศไทยจะหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่เราไม่สามารถสู้ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ แต่เราสามารถนำความหลากหลายทางภูมิปัญญาคนไทยมาเพิ่มมูลค่าได้ เป็นการแข่งขันที่อยู่บนฐานความสมดุล ความพอประมาณ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น การเสริมให้เกิดการนำทุนทางปัญญา เป็นจุดของการสร้างฐานการแข่งขันเช่นนี้ทำให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ ที่หลากหลาย เพราะไม่ใช่จำมาทำเลียนแบบแต่เกิดจากการเสริมสร้างกระบวนการคิดเชิงศิลปวัฒธรรม ความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นวิถีชีวิตเข้าไปด้วย อุตสาหกรรมของประเทศไทยจะมาจากฐานความหลากหลายของแต่ละชุมชนท้องถิ่นที่แตกต่างกัน อาจจะเริ่มต้นจากวิสาหกิจชุมชน ขยับขึ้นเป็นธุรกิจชุมชน เริ่มจากอุตสาหกรรมครัวเรือนเป็นอุตสาหกรรมระดับชุมชน ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องมีการสร้างเครือข่าย ที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงความหลากหลายให้เป็นหนึ่งตามลักษณะของธรรมชาติ ที่หมายถึงความหลากหลาย(ในป่ามาใช่มีแต่ต้นไม้) เมื่อส่วนการผลิตสอดคล้องกับความต้องการ ทุนมนุษย์มีที่ปัญญาที่สามารถพึ่งตนเองได้ ที่เกิดจากการสร้างการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ความยั่งยืนก็เกิดขึ้น ส่งผลให้ชีวิตของผู้คนมีความสุขสังคมไม่ทอทิ้งกัน มีการดูแลช่วยเหลือกันมีการจัดตั้งเป็นสวัสดิการของชุมชน เพื่อดูแลช่วยเหลือกันตั้งแต่เกิดจนตาย นี่คือการเสริมสร้างให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ ชีวิตทุกวัยไม่เฉพาะวัยหลังเกษียนเท่านั้นที่จะมีอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า มีความหมาย
แต่อย่างไรก็ตาม โลกของเราเป็นโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ที่ฟ้าบ่กั้น ให้คนรู้เท่าทันกันหมด(แต่อาจรู้ได้ไม่เท่ากัน) แต่เพียงการรู้ แต่ขาดภูมิคุ้มกันที่ดี ก็จะนำความรู้นั้นมาใช้ในทางที่เป็นผลเสียหายได้ วันนี้ประเทศไทยมีผลกระทบจากความเป็นโลกาภิวัฒน์อยู่มาก ทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกนั้น คือ การมีเทคโนโลยี การมีเครื่องมือ เครื่องทุนแรง ที่ทันสมัย สร้างความสะดวกสบายให้ผู้คน ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น ทำงานได้มากขึ้น มีการสื่อสารรวดเร็ว รู้ทันเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างรวดเร็ว การเปิดตลาดเสรีทางการค้ามีสินค้าราคาถูกเข้ามาให้เราได้บริโภคกันมากขึ้น แต่มีด้านบวกก็มีด้านลบ แม้กระทั่งในด้านบวกเองก็มีด้านลบด้วย แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ประเทศไทยจะพบกับผลกระทบด้านลบของยุคโลกาภิวัตน์เสียมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น
การเป็นวังคมบริโภคนิยม ขาดภูมิคุ้มกัน การคิดตัดสินใจใช้จ่ายอย่างมีความพอประมาณ เพราะโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดการสื่อสารสะดวกรวดเร็ว การขาดการปลูกฝังเรื่องการคิด อย่างมีข้อมูล วิเคราะห์ให้เป็น สังเคราะห์ความรู้ให้ได้ให้กับคนในสังคมมาตั้งแต่เล็ก เมื่อมีสื่อโฆษณาที่ทำซ้ำๆ ทุกวัน คนในสังคมก็ถูกสื่อบังคับให้ตัดสินใจคล้อยตาม ซื้อเพราะความอยากมากกว่าความจำเป็น ยิ่งวิทยาศาสตร์พัฒนาไปมาก สินค้าจากภาคอุตสาหกรรมก็มีมากขึ้น เมื่อตัวผลิตภัณฑ์มีมากก็ต้องการจำหน่ายให้มาก ธุรกิจการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีมากขึ้น คนไทยก็จนลงมากขึ้นเงินไหลออกนอกประเทศมากขึ้น ยิ่งพัฒนาคนรวยกับคนจนยิ่งมีช่องว่างมากขึ้นหรือมีภาพเป็นรวยกระจุก จนกระจาย
ตัวอย่างที่เห็นชัดอีกตัวอย่างของด้านลบโลกาภิวัฒน์ คือ สภาพการใช้ชีวิตในสังคมของกลุ่มที่มีช่วงอายุระหว่างเรียนระดับมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษา(หมายถึงวัยของช่วงที่เรียนในระดับโรงเรียน) กระแสโลกาภิวัฒน์ที่ฟ้าบ่กั้นนี้เอง วัฒนธรรมตางประเทศ(คือไม่เฉพาะวัฒนธรรมตะวันตกเท่านั้นเดี๋ยวนี้มีวัฒนธรรมเกาหลี ญี่ปุ่น)ได้เข้ามาเป็นกระแสความนิยมของวัยรุ่นวัยดังกล่าว การขาดภูมิคุ้มกันนี้เองที่สะท้อนออกมาเป็นการแต่กายที่ไม่รู้จักกาลเทศะ การใช้สินค้าฟุ่มเฟือยตามกระแสโฆษณาบ้าเลือด การบ้าดาราอย่างขาดความละอาย ความอ่อนโยนทางจิตใจซึ่งเป็นนิสัยของคนไทยมาแต่บรรพบุรุษ ขณะนี้ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นไม่เห็นใจผู้อื่นไม่เคารพผู้อาวุโสกว่า เห็นแก่ตนเองแข่งขันเพื่อเอาชนะ โดยจะทำร้ายจิตใจใครหรือเบียดเบียนใครไม่สนใจขอให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ สภาพเหล่านี้มีให้เห็นมากขึ้นมนสังคมไทย ทั้งนี้เพราะในการศึกษาขาดการสร้างกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้ที่ใช้ข้อมูลที่มีผลต่อชีวิตมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้รู้จักตัวเองรู้จักสังคม อย่างมีปัญญา
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้กระแสโลกาภิวัฒน์จะทำให้เกิดผลเสียในหลายประการ แต่ก็มีสิ่งที่เป็นจุดแข็ง เป็นโอกาสให้กับสังคมไทยได้ไม่น้อย เหรียญมีสองด้านเสทอ จะใช้ด้านใดอยู่ที่คนจะใช้ วันนี้โลกเห็นวิกฤตที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ โลกร้อนขึ้น คนเป็นโรคที่มาจากการกินอาหารไม่ถูกต้องมากขึ้นคนหันมามองเรื่องชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ กินอาหารที่ปลอดภัย การออกกำลังกาย การมีแพทย์ทางเลือก การใช้สมุนไพร กันมากขึ้น สังคมโลกมีแนวโน้มจะพูดเรื่องGDH มากกว่า GDP กันมากขึ้น นี่เป็นโอกาสของประเทศไทยเพราะไทยยังมีธรรมชาติที่สวยงาม คนไทยอยู่ในภาคเกษตรมากที่สุด และยังมีโอกาสที่จะทำให้เกษตรที่เป็นเกษตรเชิงเดี่ยวหันมาเป็นเกษตรที่หลากหลายกันมากขึ้น เปลี่ยนวิธีการผลิตที่มุ่งเชิงปริมาณมาเป็นเชิงคุณภาพ ประเทศไทยประกาศตัวเป็นครัวของโลก หากได้มีการสร้างพื้นฐานสังคมให้เข้มแข็ง มีการเสริมสร้างทุนมนุษย์ให้เป็นนักคิดนักสร้างนวัตกรรมจากการประกาศว่าเป็นครัวของโลก จะเกิดอาชีพหลากหลาย สร้างงานสร้างอาชีพ ที่ทำให้เกิดเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ใช้กระแสโลกาภิวัฒน์มาเป็นโอกาสสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนให้ประเทศได้ ขอแต่เพียงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะมีการปรับกระบวนทัศน์และลงมือปฏิบัติให้เป็นไปเพื่อความยั่งยืนและการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยหลังเกษียณร่วมกันได้เพียงใด
1.สิ่งที่ต้องการเพิ่มใน diagram.
ประชากร => มีงานทำ => สินค้า,บริการ,ผลิต => อยู่รอดและแข่งขันได้ => รายได้มั่นคง => ชีวิตหลังเกษียณ
2.ผลกระทบของโลกาภิวัฒน์ที่มีต่อ HR Architecture.
Supply Side
- IQ ถูกทำลาย เนื่องจากไม่ได้คุณค่าทางโภชนา
- EQถูกทำลาย จากการเลี้ยงดูที่ไม่ดี
- การศึกษาต่ำ เนื่องจากยากจน
- ครอบครัวไม่มีเวลาให้กัน
Demand Side
- คุณภาพชีวิตแย่ลง
- ผู้คนไร้จริยธรรม
- การประกอบอาชีพแข่งขันการมากขึ้น
- หลังเกษียณไม่มีเงินเก็บ