Human Capital Management Homework. โดยนายปรีติ ปิติอลงกรณ์ เสนอ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์ 1. ใน HR Architecture มีอะไรที่ควรเพิ่มเติม (จุดอ่อน)1.1. ในแรงผลักดันด้าน Supply Side นอกจาก Education, Health, Nutrition, Family, และ Media แล้วผมยังเห็นว่าควรมีแรงผลักดันเพิ่มเติมดังต่อไปนี้1.1.1. วัฒนธรรม (Culture) เนื่องจากวัฒนธรรม, ความเชื่อ และวิถีชีวิต เป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกอยู่ในการดำเนินชีวิตและเป็นตัวกำหนดกรอบความคิดของบุคคลที่อยู่ในวัฒนธรรมนั้น ๆ ในส่วนต่างๆ ของโลกมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่นวัฒนธรรมตะวันตก วัฒนธรรมจีน วัฒนธรรมญี่ปุ่น วัฒนธรรมฮินดู วัฒนธรรมอิสลาม วัฒนธรรมตะวันออก วัฒนธรรมคริตส์ตะวันออก วัฒนธรรมละตินอเมริกา เป็นต้นซึ่งเป็นทั้งตัวเสริมและตัวสร้างอุปสรรคในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่นในตะวันออกกลางวัฒนธรรมอิสลาม สตรีมักจะไม่ได้รับการศึกษาทำให้สตรีส่วนใหญ่ในตะวันออกกลางเป็นแรงงานไร้ฝีมือ หรือวัฒนธรรมญี่ปุ่น วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นที่มักดูแลสุขภาพตนเอง และมีบุตรน้อยทำให้มีผู้สูงอายุจำนวนมากส่วนคนวัยทำงานน้อยลง เป็นต้น1.1.2. สภาพทางภูมิศาสตร์ (Geography) เช่น สภาพภูมิอากาศ หรือ ภูมิประเทศ เช่นหากมีสภาพภูมิประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นในปีหนึ่งๆ ทำงานหรือทำเกษตรกรรมได้เพียงไม่กี่เดือน ทำให้ต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว รวมทั้งรู้จักการวางแผน หรือหากอยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเพาะปลูกสามารถทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์ได้ ก็จะมีอาหารเก็บไว้กินตลอดไม่ต้องไปล่าสัตว์ ทำให้มีเวลาฝึกฝนตนเองคิดค้นความรู้ใหม่ และพัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่อสร้างความเจริญได้ 1.2. ในแรงผลักดันด้าน Demand Side ในส่วน Macro นอกจาก Agriculture, Industry, Service, และ Government แล้วผมยังเห็นว่าควรมีแรงผลักดันเพิ่มเติมดังต่อไปนี้1.2.1. Technology เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคที่ 3 คือยุคข้อมูลข่าวสาร (Information Age) ซึ่งถัดมาจากยุคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้ความสำคัญกับทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน (Intangible Asset ) แทนที่จะนับเอาแต่ทรัพย์สินที่มีตัวตนเพียงอย่างเดียว และดูเหมือนเวลาจะเดินเร็วกว่ายุคเดิม ๆ อย่างมาก ในปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนและเร่งความเร็วในการทำสิ่งต่าง ๆได้อย่างมาก ดังนั้น Technology จึงเป็นแรงผลักดันที่มองข้ามไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวผลักดันการพัฒนาคน หรือพัฒนาสิ่งต่างๆ จะทิ้งห่างประเทศอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น ทำให้เกิดช่องว่างที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เช่น คนจนจะจนลงเรื่อย ๆ ในขณะที่คนรวยยิ่งรวยขึ้น ๆ ซึ่งใน HR Architecture นี้ Technology จะทำให้เกิดช่องว่างของทุนมนุษย์ (Human Capital Gap)–ขึ้นได้เช่นกัน คือ มีความแตกต่างกันในเรื่องความสามารถของคนในการทำสิ่งที่ซับซ้อนอย่างมาก แรงงานที่ใช้เทคโนโลยี จะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าแรงงานไร้ฝีมือหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ที่สำคัญมาก เนื่องจากความรู้เป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ที่ไม่เหมือนปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่ใช้แล้วหมดไป แต่ความรู้ใช้เท่าไรก็ไม่หมด1.2.2. Innovation นวัตกรรม มักสามารถพลิกสถานการณ์ (Turn Around) สิ่งต่าง ๆ ได้อยู่เสมอและมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์มนุษยชาติตลอดเวลา เช่น การคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำทำให้โลกเปลี่ยนจากยุคเกษตรกรรมเป็นยุคอุตสาหกรรม และการคิดค้น คอมพิวเตอร์ทำให้โลกเปลี่ยนไปสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร การปฏิวัติสู่ยุคต่างๆ ดังกล่าวล้วนส่งผลต่อโครงสร้างทุนมนุษย์ และพฤติกรรมของแรงงานอย่างยิ่งยวด เช่นการพลิกสถานการณ์ทางด้านแรงงาน ในประเทศอินเดียโดยแรงงานทางด้านสารสนเทศได้รับความรู้และค่าตอบแทนที่ดีขึ้นมากเนื่องจากการจ้างงานจากต่างประเทศโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศติดต่อสื่อสารกัน เช่น บริการระบบ Call Center และการรับแก้ปัญหา Y2K ให้กับประเทศที่มีค่าจ้างแพงกว่าในคุณภาพงานที่เท่ากันแต่ค่าจ้างถูกกว่าเป็นต้น นับเป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีป็นเครื่องมือที่ทำให้อินเดียอาจขึ้นสู่ผู้นำในเอเชียได้ 2. ผลกระทบของ Globalization ต่อ HR Architecture ทั้งใน Demand Side และ Supply Side ในความคิดของผมสามารถสรุปผลกระทบของ Globalization ต่อ HR Architecture ได้ดังต่อไปนี้2.1. เกิดการเคลื่อนย้ายถ่ายเทปัจจัยและแรงผลักดันทุนมนุษย์ ในด้านต่างๆ เช่น แรงงาน ความรู้ เทคโนโลยี เงินตรา วัฒนธรรม สื่อ ฯลฯ ทำให้โครงสร้างของทุนมนุษย์ถูกปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งที่ถูกถ่ายเทไป-มา เหมือนกับการผสมสี ขึ้นอยู่กับสีใดเข้มข้นกว่าการถ่ายเทก็จะไปสู่สิ่งที่มีแรงผลักที่แข็งแรงกว่า2.2. ดูเหมือนว่าโลกราบเรียบและหมุนเร็วขึ้น โลกาภิวัฒน์จะทำให้การติดต่อสื่อสารและการรับรู้ข่าสารมีความต่อเนื่องไม่สะดุด สภาพทางภูมิศาสตร์ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในการรับรู้ความรู้ด้านต่างๆ มีการพัฒนาสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว2.3. เกิดช่องว่างระหว่างทุนมนุษย์มากขึ้น ระหว่างทุนมนุษย์ที่สามารถตามกระแสการเปลี่ยนแปลงและไม่สามารถตามกระแสการเปลี่ยนแปลง เช่นคนจน จนลงๆ คนรวยจะรวยขึ้นๆ 2.4. เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรงของผู้ที่ตามกระแสทัน (คนส่วนน้อย)โดยทิ้งผู้ที่ตามกระแสไม่ทัน(คนส่วนใหญ่) อยู่เบื้องหลัง แต่ในการแข่งขันนี้ทุกคนจะได้รับผลกระทบหมดไม่ว่าจะตามกระแสทั้นหรือไม่ ซึ่งการแข่งขันนี้อาจนำมาซึ่งการล่มสลายในหลายๆ ด้าน จากความคิดเห็นข้างต้นดูเหมือนว่า ทุนมนุษย์ที่พัฒนาแล้วก็พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ในอัตราเร่งที่เร็วขึ้น ส่วนที่ยังล้าหลังก็ไม่ค่อยพัฒนา และดูเหมือนว่าจะมีช่องว่างห่างกันขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องกลับมานิยามคำว่าทุนมนุษย์ใหม่ ว่าทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพต้องหมายความรวมถึง คุณธรรมและจริยธรรม ที่ดีด้วยหรือไม่เพื่อป้องกันความล่มสลาย ทุนมนุษย์ที่ล้าหลังอาจมีคุณธรรมและจริยธรรมสูงแต่การศึกษาและรายได้ต่ำ เพียงแต่เขามี ความพอเพียง เท่านั้นเอง ส่วนทุนมนุษย์ที่พัฒนาแล้วแต่ขาดคุณธรรมและจริยธรรมก็เหมือนกับยื่นอาวุธให้ผู้ก่อการร้าย ดังนั้นเราต้องพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมรวมทั้งรู้จักแบ่งปันผู้ที่ยังอยู่ในวังวนความล้าหลังเนื่องจากขาดปัจจัยหรือแรงผลักดัน ดังที่ปรากฎใน HR Architecture หากมีผู้ที่ฉุดเขาขึ้นมาจากวังวนนั้นได้ โลกก็จะพัฒนาได้อย่างเท่าเทียมเพราะสังคมอยู่ได้ เราทุกคนอยู่ได้ สังคมล่มสลายเราก็ล่มสลายไปด้วยไม่ว่าจะพัฒนาไปมากเท่าใดก็ตาม