ผมขอเสนอความคิดเห็นจาก Model ของท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงศ์ลดารมภ์ ในโครงการปริญญาเอก วิชาการจัดการทุนมนุษย์ : นายชัยธนัตถ์กร    

ภวิศพิริยะกฤติ                        ถ้าผมเป็นผู้จัดการสร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์ แล้วจะเห็นด้วยกับรูปแบบของอาจารย์ ยิ่งด้วยมีทั้งระบบความต้องการคนของคนในระบบโดยรวม และความต้องการคนในส่วนของการทำงานในองค์การในภาพรวมแล้วไม่ว่าเป็นความต้องการในมุมของซัพพลายไซด์ที่ต้องการคนที่มีคุณภาพ คนเก่ง คนดี ผลิตออกสู่สังคมด้วยระบบกลไกทางสังคมต่าง ๆ มากมาย ก็จะเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือสังคมที่จะคิดสร้างคนที่เข้ากับสภาพของงาน ระบบและวัฒนธรรมได้ดี จึงเป็นไปได้เสมอว่าสังคมจะผลิตคนที่มีคุณภาพที่หลากหลายเต็มไปหมด แต่ก็จะมีคนในสังคมกลุ่มหนึ่งที่จะสอดคล้องกับตลาดที่ตรงกับความต้องการ และมีหลายส่วนที่จะเป็นส่วนเกินในตลาด และเป็นคนด้อยคุณภาพที่จะบริโภคทรัพยากรของโลกโดยมีผลผลิตที่ต่ำกว่าเกณฑ์            สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โดยภาพรวมแล้วทุกสังคมก็จะพยายามสร้างทุนมนุษย์ให้มีศักยภาพสูงสุด เพื่อจะได้เป็นทุนในสังคมให้ได้พัฒนา เติบโต ก้าวหน้า สร้างความเจริญรุ่งเรืองในสังคมนั้น ๆ ต่อไป จึงเห็นได้เสมอว่าประเทศที่เจริญ สังคมที่เจริญล้วนแล้วแต่มีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ ชั่วโมงการทำงานต่อวันน้อยมีผลผลิตสูง มีความสุขในการดำรงชีวิตในสังคม และคิดสร้างสรรค์ คนจะฉลาด ดูดี มีความสุข ซึ่งก็เป็นที่คาดหวังของวิศวกรทางสังคมที่จะไปให้ถึงจุดนี้ให้ได้            แต่ด้วยระบบของแต่ละสังคมมีความแตกต่างทั้งชาติพันธุ์ ระบบการศึกษา วัฒนธรรม ประเพณี เทคโนโลยี ความมั่งคั่งในทรัพยากร ฯลฯ ทำให้วิศวกรเหล่านี้ไม่อาจผลิตทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าได้ตามต้องการ ซึ่งทำให้มีการเคลื่อนย้ายของโลกาภิวัตน์เกิดขึ้น ที่ใดเจริญ ที่ใดมีระบบ ที่ใดมีคุณภาพ ที่ใดเศรษฐกิจดี องค์ประกอบเหล่านี้ก็จะเคลื่อนย้ายคนไปเพื่อแสวงหาโอกาสและสิ่งที่ดีในที่ต่าง ๆ ทั้งโลก ทุนมนุษย์ซึ่งมีความสำคัญ ประเทศใด ภูมิภาคได้มีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพก็จะมีโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งได้อย่างแน่นอน  เพราะทุนมนุษย์มีคุณภาพจะส่งผลถึงประชากรในแต่ละทุกระดับอายุ มีการศึกษาดี เมื่อเข้าสู่ระบบการทำงานก็จะเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำ ทำให้สามารถแข่งขันได้และพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องยั่งยืนมีความสุข เมื่อต้องออกจากวงจรของแรงงานก็จะมีการสะสมทุนระหว่างงานไว้เลี้ยงชีพในปั้นปลาย ทำให้แรงงานคุณภาพเหล่านี้สามารถจะวางแผนอาชีพ หน้าที่การงาน และอนาคตได้อย่างเหมาะสม            เมื่อเป็นวิศวกรสร้างทุนมนุษย์ผมเห็นว่าพื้นฐานที่สำคัญที่สุดก็ได้แก่ระบบการศึกษา ตราบได้ที่นโยบายของผู้มีอำนาจระบุไว้แต่ในหนังสือตอนแถลงนโยบายว่าจะเน้นทุนมนุษย์ สร้างคนที่มีคุณภาพ   คนดี คนเก่งในซัพพลายไซด์ในทางกลับกันไม่มีรูปแบบใดที่เป็นรูปธรรมในการสร้างทุนมนุษย์ให้สอดคล้องได้ตั้งแต่ครูผู้สอนก็มีความรู้ที่ล้าหลัง มีทัศนคติแบบเดิม มีวิถีปฏิบัติแบบป้อนอาหารเด็กอ่อน มีหลักสูตรที่ไม่ทันสมัยและสอดคล้องกับโลกที่เป็นจริง แหล่งภูมิปัญญา ห้องสมุด สื่อการสอน ฐานข้อมูลก็เก่าล้าสมัย รวมถึงการบริหารจัดการสถานศึกษาเสมือนทำธุรกิจที่ลงทุนน้อยแต่เน้นกำไรมาก นอกเหนือจากนี้ยังมีกระบวนการผลิตทุนมนุษย์ที่คิด ตัดสินใจไม่เป็น ได้แต่เพียงท่องจำ เลียนแบบไปเรื่อย ๆ จึงส่งผลให้ทุนมนุษย์ที่ผลิตขึ้นมาในระบบนี้ขาดคุณภาพแต่มากด้วยปริมาณ จึงพบเห็นได้เสมอในดีมานไซด์จะขาดแคลนเสมอ ต้องสั่งเข้าผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ จากต่างประเทศมาใช้งานเพื่อสนองตอบดีมานไซด์ที่ขาดแคลน            ทุนมนุษย์ที่ผลิตได้ในระบบนี้จึงเป็นทุนมนุษย์ที่มีความเก่งต่ำกว่าเกณฑ์ ความกล้าคิด กล้าทำน้อย คิดสร้างสรรค์ไม่ค่อยเป็น ซึ่งเห็นได้ในสังคมเต็มไปหมดโดยเฉพาะประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา ซึ่งสมควรต้องมาคิดระบบการผลิตทุนมนุษย์กันใหม่ทั้งระบบเสียทีจะได้ทุนมนุษย์ที่เป็นคนเก่ง คนดี คนมีคุณภาพ