HR Architecture
สำหรับแรงผลักของแรงงานนอกจากปัจจัยด้านการศึกษา สุขภาพ โภชนาการ ครอบครัว และสื่อต่างๆ แล้ว ข้าพเจ้าคิดว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นแรงผลักคือ เพศ (Gender Issue): ส่งผลต่อการตัดสินใจ,อายุ (Age) : ส่งผลต่อความกล้าได้กล้าเสีย, ทักษะ (Skill) : สิ่งที่แต่ละบุคคลทำได้ดีและสามารถฝึกฝนให้เกิดความชำนาญได้, ความรู้ (Knowledge) : ความรู้เฉพาะด้านของบุคคล, ทัศนคติ (Attitude) : มีทัศนคติในแง่บวก,ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง (Self-concept) : เป็นสิ่งที่บุคคลเชื่อว่าตนเองเป็นอย่างนั้น เช่น คนที่มีความเชื่อมั่นสูงจะเชื่อว่าตนสามารถแก้ไขปัญหาได้, ภาวะผู้นำ และความน่าเชื่อถือ (Leadership & Credibility) : จะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้, แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) : เป็นความตั้งใจของบุคคลที่จะกระทำให้สำเร็จตามที่มุ่งหวัง, จริยธรรม และซื่อสัตย์ (Integrity & Honesty) : ทำให้เกิดการจงรักภักดีในองค์กร, การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ (Expertise), มนุษยสัมพันธ์และการติดต่อประสานงาน (Human Relationship & <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">Communication-Coordination) : ต้องมีเทคนิคในการ สื่อสารกับคนในองค์กร องค์กรจึงเป็นองค์กรการเรียนรู้</p> สำหรับองค์กรนอกจากพิจารณาแง่ของความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าควรพิจารณาด้านความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปด้วยองค์กรจึงจะยั่งยืน ซึ่งจากการพิจาณาสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้ องค์กรจำเป็นต้องมีปัจจัยเหล่านี้ประกอบ คือ สมรรถนะขององค์กร (Competencies) คือสิ่งที่องค์กรทำได้ดีที่สุดเพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์, ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) คือมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร การวิจัยและพัฒนา คุณภาพของสินค้า ยี่ห้อ ต้นทุน กำไร ส่วนแบ่งทางการตลาด จังหวะเวลาในการออกนวัตกรรม เทคโนโลยี การจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) การสร้างทีม (Teamwork) และการใส่ใจในธุรกิจ (Business Mind) , การพัฒนาความก้าวหน้าของอาชีพ (Develop Career Path) ,ระบบค่าตอบแทนและรางวัล, ความสัมพันธ์ของอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการประหยัดต้นทุน อาจมีการรวมกลุ่มในรูปคลัสเตอร์, การลงโทษ (Punishment) เป็นระบบในการควบคุมคน, คุณภาพชีวิต (Quality of Work Life) ทำบรรยากาศการทำงานให้มีความสุข, และระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation) เป็นกระบวนการในการปรับปรุงพัฒนาทั้งแง่ของบุคคลและทีม ในแง่ของภาคการผลิตก็ได้รับผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ฯลฯ ในขณะที่ คู่แข่งขันก็มีผลต่อการดำเนินกิจกรรมขององค์กร <p> เมื่อบุคคลได้สั่งสมความรู้ ความชำนาญ อันเกิดจากการที่องค์กรได้ให้ความสำคัญกับบุคคลในฐานะเป็นหุ้นส่วนขององค์กรแล้ว บุคคลนั้นก็จะกลายเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญของระบบต่อไปในรูปของที่ปรึกษาทางธุรกิจภายหลังจากเกษียณอายุ</p>การจัดการทุนมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ กระแสโลกาภิวัตน์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อ HR ทั้ง Supply Side และ Demand Side โดยแรงงานในปัจจุบันมิใช่ใช้แต่แรงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของฐานความรู้เป็นโลกที่ไร้พรมแดน โดยจะทำให้เกิดความแตกต่าง1. ด้านประชากรศาสตร์ องค์กรในยุคนี้จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และศึกษาบุคคลที่จะเข้าไปทำงานในองค์กรก่อน อีกทั้งยังต้องมีการพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมและวัฒนธรรมในต่างประเทศ และมีการวางแผนการจ่ายค่าตอบแทนในกรณีที่ส่งพนักงานไปต่างประเทศ2. ด้านวัฒนธรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อทัศนคติที่มีต่องาน ความสมดุลในเรื่องของงานและครอบครัว เป็นต้น 3. แรงงานในภาคอุตสาหกรรมจะมีอัตราการขยายตัวที่ต่ำ เมื่อเทียบกับแรงงานภาคบริการ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาแรงงานภาคบริการให้เพิ่มขึ้น4. ด้านกฎหมาย และการดำเนินธุรกิจ ทำให้ได้คู่ค้าทางธุรกิจใหม่ องค์กรสามารถทำธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา ในรูป E-Commerce นอกจากนี้ยังส่งผลดีทำให้ลดการกีดกันทางด้านการค้าและกำแพงภาษี ก่อให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ อาทิ NAFTA, EU, WTO 5. การสร้างความได้เปรียบให้กับองค์กร (Competitiveness) - มีการก้าวสู่ความเป็นโลกาภิวัตน์ (Globalization) การขยายการผลิตออกสู่ตลาดในต่างประเทศ หรือการลงทุนในต่างประเทศ- มีการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Management Change) องค์กรจะต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ทันเวลา โดยมีความพยายามในการคิดใหม่ การจัดรูปแบบการทำงานใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผลการปฏิบัติงานดีขึ้น- มีการลงทุนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวบุคคล เน้นการมองคนว่าเพิ่มคุณค่าให้องค์กรได้ คือการผลักดันให้บุคคลมีความรู้ ทักษะ ความสามารถ ความชำนาญมากขึ้น อันจะทำให้บุคคลนั้นเกิดความชำนาญเฉพาะทาง ทำให้ได้ประสบการณ์ในระยะยาว และสามารถขยายการพัฒนาออกไปได้ในอนาคต ดังนั้นคนในยุคใหม่จึงเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ หรือหุ้นส่วนความรู้ขององค์กร- มีการรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ (Technology) การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ในรูปของ Knowledge Management เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงนำไปใช้ในการวางแผน การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีไปใช้ในรูปของ E-Commerce ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการได้ตลอดเวลา- มีการแสดงความรับผิดชอบต่อกลุ่มตลาด (Market Responsiveness) องค์กรจะต้องเข้าใจถึงความต้องการและความจำเป็นของลูกค้า มีการตอบสนองที่ตรงจุดและทันเวลา พร้อมทั้งสามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันในตลาด และมีการออกนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตลาด - มีการจำกัดต้นทุน (Cost Containment) ทำได้โดยการปรับลดขนาดองค์กร(Downsizing) หรือการใช้บริการจากหน่วยงานภายนอก (Outsourcing) <p> </p>