แสดงว่าคนที่อยู่ในค่ายกักกันคิดหนีตลอดเวลา ที่เด็กหนีเรียน ไม่เข้าห้องเรียนนี่ก็สภาพเดียวกัน แต่ก็ไม่เคยมีการคิดแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อย่างมากก็ไล่ตามบ้าง จับมาบ้าง ภาคทัณฑ์บ้าง เด็กเตลิดเปิดเปิงสูญหายไปบ้าง ท้อง แท็งก์ ติดยา ติดสุรา ตั้งแก๊งกวนสังคม ยิงรันฟันแทง ตบตีกัน ถ่ายภาพคลิปวีดีโอ

แหกค่ายมฤตยู ภาค 1

   สมัยที่ผมยังเป็นเด็กรุ่นกระเต๊าะ ไปดูหนังเรื่อง "แหกค่ายมฤตยู”ยังประทับใจมาเท่าทุกวันนี้ เชลยทุกคนต่างคิดหนีออกจากค่ายกักกันของนาซี  ร่วมแรงร่วมใจกันขุดรูออกมานอกค่าย แล้วแยกย้ายหนีคนละทิศละทาง บ้างไปทางรถไฟ รถยนต์ เรือ เครื่องบิน จักรยาน พ่อสตีฟ แมคควิน ควบมอเตอร์ไซด์หนีฉวัดเฉวียนเอาเถิดเอาล่อกับทหารนาซีอย่างระทึกใจ
   แสดงว่าคนที่อยู่ในค่ายกักกันคิดหนีตลอดเวลา ที่เด็กหนีเรียน ไม่เข้าห้องเรียนนี่ก็สภาพเดียวกัน แต่ก็ไม่เคยมีการคิดแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อย่างมากก็ไล่ตามบ้าง จับมาบ้าง ภาคทัณฑ์บ้าง เด็กเตลิดเปิดเปิงสูญหาย ตั้งท้อง แท็งก์ ติดยา ติดสุรา ตั้งแก๊งกวนเมือง  ยิงรันฟันแทง ตบตีกัน ถ่ายคลิปวีดีโอ เห็นๆกันดาษดื่นแต่ก็แก้อะไรไม่ได้อ้อแอ้เหมือนเด็กปัญญาอ่อน
   โรงเรียนระดับมัธยมขนาดใหญ่ เด็กไม่เข้าห้องเรียนวันละ 300-400 คน จับกลุ่มกันหาเรื่องมอมเมามั่วกันสารพัด คณะครูและอาจารย์ฝ่ายปกครองจะสู้กับปัญหาอย่างเต็มสติปัญญา ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ สุดท้ายก็อธิบายว่า มันเป็นอย่างนี้แหละทุกโรงเรียน
  ในระดับนโยบาย รัฐมนตรีตื่นตูมกับเรื่องเด็กตบตีกันเป็นข่าวออกทีวี. แต่พอเว้นวรรคบ้างก็เข้าอีหรอบเดิม แก้ไม่ตก มีแต่กำชับให้โรงเรียนดูแลให้ดี เด็กติดยาเสพติดก็ให้นำไปบำบัด จับขี้ยามานั่งสมาธิ พวกหัวขี้เลื่อยอ่านหนังสือไม่ออก ให้ไปอยู่โยงเฝ้าโรงเรียนป้องกันคนมือบอนมาเผา ออกใบสั่ง สั่งเสีย สั่งทิ้งสั่งขว้างกันอยู่แค่นี้ ไม่ได้มีวิธีผ่าตัดรักษาโรคมันหายได้ โบ้ยไปให้ผู้ปกครอง กระแสสังคม ลัทธิเอาอย่าง มั่วกันทุกวิธีการ
  ในความเป็นจริงภาพรวมของเด็กทั่วไป 
• เด็กหัวดีรักการเรียนประมาณ 30%
• เด็กหัวกลางๆไปวัดไปวาประมาณ 40%
• เด็กหัวขี้เลื่อยประมาณ 30%

   พวกหัวขี้เท่อไม่ใช่เด็กไม่ดีนะครับ เขาก็เป็นเด็กดีของพ่อแม่ของครูของประเทศชาติเท่าๆกับเด็ก2ประเภทข้างบนนั่น เพียงแต่ประเทศนี้ออกหลักสูตรการศึกษาแบบมัดมือชก และผู้บริหารการศึกษาก็เถรตรง ไม่ปรับวิธีการจัดการศึกษาให้ยืดหยุ่น นโยบายการศึกษาเองก็ตาบอดสีมองไม่เห็นความเป็นจริงของสังคมการศึกษา ครูบางคนก็ขาดจิตวิทยาและไม่มีวิญญาณครูอยู่ในหัวใจ เห็นแก่ตัวไม่ได้ใส่ใจในส่วนของการที่จะค้นหาศักยภาพในตัวลูกศิษย์แต่ละคน เรื่องมันก็เลยอลเวง

 


  เมื่อวันที่8มกราคม พ.ศ.2550 เวลา 10.49 น.-15.34 น.มีหน่วยก่อการจำนวน4ชีวิต บุกมหาชีวาลัยอีสาน ถือเสบียงอาหารกลางวันลงจากรถ คณะก่อการซึ่งเป็นทีมบริหารโรงเรียนบ้านเม็กดำ ดังนี้
1. ผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านศักดิ์พงศ์ หอมหวน
2. ท่านพยงค์ การิเทพ รองผู้อำนวยการ
3. ท่านบัวผัน ฝาแก้ว รองผู้อำนวยการ
4. ท่านเจริญ ขาวเมือง รองผู้อำนวยการ

  จอมยุทธทุ่งกุลาร้องไห้ ไม่ได้มานั่งร้องห่มร้องไห้หรอกนะครับ ท่านเหล่านี้มานั่งปรึกษาหารือกันว่าจะแก้ไขการศึกษาของชาติให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้อย่างไร ถามว่าสถานการมันย่ำแย่นักหรือ ท่านก็บอกว่าเปล่า เด็กเม็กดำยังน่ารักมีระเบียบมีวินัยดี แต่กว่าจะคุมจุดนี้ได้ท่านพยงค์ การิเทพ และเพื่อนครูต้องเอาเถิดเอาล่อจี้ติดปัญหาอย่างฉบับพลัน แต่ละวันเสียเวลาไปกับเรื่องเหล่านี้มาก

  เมื่อก่อน..บางวันทำโทษเด็กไม้เรียวขาดเป็นมัดๆ พ่อแม่เขาไม่โกรธไม่โวยวายหรือ ท่านพยงค์บอกว่าก็ไม่นะ ผมทำโทษเด็กในฐานะที่เป็นครูไม่ใช่คนที่โอ๋ให้เด็กตายใจแต่เสียคนในภายหลัง ผู้ปกครองและชุมชนเข้าใจกติกานี้ดี เพราะเรารู้จักหมดลูกใครหลานใคร ไม่อย่างนั้นมันไม่สงบเสงี่ยมเอี้ยมเฟี้ยมอย่างนี้หรอก
   ถามว่าเด็กพวกหัวโจกที่เรากล่าวถึงนี่ละเป็นอย่างไร คนที่เป็นครูทั้งตัวและหัวใจอึ้ง!!และอึ้งๆๆ!! ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นใจและสงสารเด็กพวกนี้มาก ชั่วโมงคณิตศาสตร์ ชั่วโมงภาษาอังกฤษ เขาเหล่านี้จะเลี่ยงออกจากห้อง ไปเข้าห้องน้ำ ดูแดดดูลมไปตามเรื่อง พวกที่ทนนั่งก็เรียนอย่างหวานอมขมกลืนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาครู ผู้สอนเองก็รู้ๆกันว่าลูกศิษย์แต่ละคนมีต้นทุนความรู้แตกต่างกัน ก็กล้ำกลืนฝืนเรียนฝืนสอนไปอย่างนี้ เพราะระเบียบและหลักสูตรเขากำหนดมาอย่างนี้ เขตพื้นที่ ศึกษานิเทศก์ก็มีแต่กำชับให้ดูแลเรื่องการสอบให้ครบเนื้อหาและเวลาเรียนต้องครบ ตัวบ่งชี้บ้าๆบอๆแปดหมื่นธรรมขันธ์นั้นก็ต้องให้ครบด้วย

  ทั้งหมดนี้คือการตั้งแท่นการศึกษาไทยที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ วิกฤตที่เกิดก็มีแต่บัญชาการต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่คิดระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพของเด็กแต่ละกลุ่ม พวกหัวขี้ทื่อที่ไม่ชอบการเรียนทางทฤษฎี ก็ยังจะข่มขืนโคให้กินหญ้า บังคับให้คั้นกะทิจากมะพร้าวอ่อน ออกกฎเหล็กมาครอบชีวิตเด็กในวัยสดใสให้อยู่ในค่ายนรกการศึกษา ทุกขเวทนาเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายปีหนึ่งไม่รู้กี่หมื่นล้าน ครูหัวอกกลัดหนองฟันธงว่ามันไม่ใช่หรอก  ที่จะมาบีบบังคับให้เด็กหัวขี้เลื่อยให้เก่งรักการเรียนผ่านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ไม่เชื่อรึ ไม่เป็นไรแน่จริงเชิญครูระดับเชี่ยวชาญที่สุดในระบบสุริยะจักรวาลมาสอนให้ดูหน่อยเถอะ จะจัดเอากลุ่มที่นิสัยไม่ชอบเรียนทฤษฎีที่มาให้สอน แล้วจะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ขอท้าตรงๆเลยละ ครูเชี่ยวชาญพิเศษที่สุดคนไหนก็ได้ขอเชิญ 
  ในที่สุดเราก็มาสรุปกันว่า อาการวงการศึกษาไทยที่เป็นสาเหตุทำให้การประเมินไม่ผ่านเป็นหมื่นๆโรงเกิดจากผลที่เราจัดหลักสูตรการศึกษาไม่สอดรับกับศักยภาพของเด็ก จะเอาแต่ผลสัมฤทธิ์การเรียนโดยไม่มีความถูกต้องและเป็นจริง จัดเพื่อสนองการศึกษาสายสามัญโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ถ้าเตรียมปูพื้นฐานการเรียนสร้างเสริมทักษะชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม มีคะแนนให้ปรับหน่วยกิตให้กับเด็กที่เรียนทางด้านการงานอาชีพให้เท่าเทียมกับคะแนนวิชาสามัญ  เราจะบริหารความเสี่ยงทางการศึกษาได้ดีขึ้น ขอให้ความเห็นว่า  เราน่าจะให้โอกาสโรงเรียนร่วมคิดร่วมวิจัยตามที่เขาเห็นช่องทางแก้ไขปัญหา  สนับสนุนโอกาสให้ครูกับลูกศิษย์จับมือกันแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเองได้ไหม เลิกทำหน้าที่คุณพ่อรู้ดีสักระยะยหนึ่ง บอกว่าจะเอาเด็กเป็นศูนย์กลางไม่ใช่หรือ ศูนย์กลางแบบที่เป็นอยู่ ทำให้เด็กส่วนหนึ่งเสียศูนย์ พากันผละหนีออกจากศูนย์หลอกๆ  เรายังจะจัดการศึกษาแบบผีหลอกอยู่อย่างนี้ทำไมละครับ