GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรียน Palliative Care จากการสวรรคตของ ร. ๔

                                     พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากจะทรงพระปรีชาสามารถในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้นำราชอาณาจักรไทยฝ่าวิกฤติการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตกแล้ว พระองค์ยังทรงเป็นที่ยอมรับในฐานะ ผู้เป็นเลิศทั้งทางโลกและทางธรรมในขณะเดียวกัน อันจะเห็นได้จากพระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านดาราศาสตร์ เช่น การคำนวณการเกิดสุริยคราสได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และทางธรรมในฐานะผู้ให้กำเนิดธรรมยุตินิกาย ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นวชิรญาณภิกขุ

              การศึกษาพระราชประวัติของพระองค์ โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของพระชนมชีพ นอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับ ทัศนคติและการเตรียมตัวเผชิญกับความตายของคนไทยในอดีต เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยในสังคมไทยปัจจุบันแล้ว ยังนับเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ในวาระครบรอบ ๒๐๐ ปี ของการพระราชสมภพ ในปี ๒๕๔๗ ที่ผ่านมาด้วย

ทรงตระเตรียมการแผ่นดินทั้งหลายให้เป็นที่เรียบร้อย

...แล้วรับสั่งว่า ฉันจะขอพูดด้วยการแผ่นดิน ยังหาได้สมาทานศีล ๕ ประการไม่ ฉันเป็นคนป่วยไข้จะขอสมาทานศีล ๕ ประการเสียก่อนแล้วจึงจะพูดด้วยการแผ่นดิน จึงทรงตั้งนโมขึ้น สามหน  ทรงสมาทานศีล ๕ ประการจบแล้ว เลยตรัสภาษาอังกฤษต่อไปอีกยืดยาวหลายองค์ แล้วรับสั่งว่า  สมาทานศีลแล้วทำไมจึงพูดภาษาอังกฤษต่อไปอีกเล่า เพื่อจะสำแดงให้ท่านทั้งหลายเห็นว่าสติยังดีอยู่ ไม่ใช่ภาษาของตัวก็ยังทรงจำได้แม่นยำอยู่ สติสตังยังดีอยู่ จะพูดด้วยการแผ่นดิน ท่านทั้งหลายจะได้สำคัญว่าไม่ฟั่นเฟือนเลอะเทอะ สติยังดีอยู่ ตัวท่านกับฉันได้ช่วยกันทำนุบำรุงแผ่นดินมา ได้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดมาจนสิ้นตัวฉัน ถ้าสิ้นตัวฉันแล้ว ขอท่านท้ั้งหลายจงช่วยกันทำนุบำรุงการแผ่นดินต่อไปให้เรียบร้อย…
...อนึ่งผู้ที่จะเป็นเจ้าแผ่นดินต่อไปภายหน้า ให้พร้อมกันเลือกหาเอาเถิด จะเป็นพี่ก็ตาม จะเป็นน้องก็ตาม จะเป็นลูกก็ตาม จะเป็นหลานก็ตาม สุดแต่จะเห็นพร้อมกัน ท่านพระองค์ใดมีปรีชาญาณควรจะรักษาแผ่นดินได้ ก็จงยกขึ้นเป็นเจ้าจะได้ทำนุบำรุงแผ่นดินและพระราชวงศานุวงศ์และราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุขต่อไป...   
 

จดหมายเหตุ เรื่องพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประชวร ฉะบับเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง                   

                     เราสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยของเราให้ประกอบ.. กิจสุดท้าย หรือ กิจที่ยังคั่งค้างสำคัญๆ (unfinished business) เพื่อให้หมดห่วง รวมถึงการเปิดโอกาสให้ได้แสดงเจตจำนงที่จะรับหรือไม่รับการดูแลรักษาต่างๆ (advanced directives) ทั้งนี้จะต้องมีการประเมินสติสัมปชัญญะของผู้ป่วยเสียก่อน

 

ทรงลาพระและขอสมาสงฆ์ เป็นคาถาภาษาบาลี เผดียงไปที่วัดราชประดิษฐ์

คำแปลในพระคาถา ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาไทยภายหลัง ความตอนหนึ่งว่า

...วาจาเช่นนี้ดีฉันได้กล่าวแล้วเนืองๆ เมื่อครั้งเป็นภิกษุ บัดนี้ดีฉันเป็นคฤหัสถ์เสียแล้ว จักทำอะไรได้ เพราะเหตุนั้นดีฉันจึงส่งเครื่องสักการเหล่านี้ไปยังวิหารบูชาสงฆ์ ซึ่งทำปวารณากรรมกับทั้งพระธรรรม ด้วยเครื่องสักการเหล่านี้ทำให้เป็นประหนึ่งตน วันมหาปวารณาวันนี้ก็เป็นวันพฤหัสบดี เช่นกับวันดีฉันเกิดเหมือนกัน อาพาธของดีฉันก็เจริญกล้า ดีฉันกลัวอยู่ว่าจะทำกาลเสียณเวลาวันนี้ ดีฉันขอลาพระสงฆ์ อภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธ แม้ปรินิพพานแล้วนาน นมัสการพระธรรม นอบน้อมพระอริยสงฆ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ดีฉันได้ถึงพระรัตนตรัยไรเล่าว่าเป็นสรณที่พึ่ง โทษล่วงเกินได้เป็นไปล่วงดีฉันผู้พาลอย่างไร ผู้หลงอย่างไร ผู้ไม่ฉลาดอย่างไร ดีฉันผู้ใดได้ประมาทไปแล้วด้วยประการนั้นๆ ทำอกุสลกรรมไว้แล้วณอัตตภาพนี้ พระสงฆ์จงรับโทษที่เป็นไปล่วง โดยความเป็นโทษเป็นไปล่วงจริงของดีฉันผู้นั้น เพื่อสำรวมระวังต่อไป…

คำแปลพระราชนิพนธ์ขอขมาพระสงฆ์ ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๕๒ จดหมายเหตุเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

                     เราสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยของเราให้ได้แสดงความรู้สึก ความต้องการ เช่น การกล่าวคำขอบคุณ ขอขมา กล่าวลาหรือสั่งเสียต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในอดีตและปัจจุบัน

 

ทรงภาวนาครองสติ ด้วยพระองค์เอง

…ครั้นเวลาสองทุ่มหกบาท จึงรับสั่งเรียกพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ  ว่าพ่อเพ็งเอาโถมารองเบาให้พ่อที พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ จึงเชิญเอาโถพระบังคนขึ้นไปบนพระแท่นถวาย ลงพระบังคนแล้วก็พลิกพระองค์ไปข้างทิศตะวันออก รับสั่งบอกว่าจะตายเดี๋ยวนี้แล้ว แล้วพลิกพระองค์หันพระพักตร์สู่เบื้องตะวันตก ก็รับสั่งบอกอีกว่าจะตายเดี๋ยวนี้แล้ว แล้วก็ทรงภาวนาว่า อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ทรงอัดนิ่งไปแล้วผ่อนอัสสาสปัสสาสเป็นคราวๆ ยาวแล้วผ่อนสั้นเข้าทีละน้อยๆ หางพระสุรเสียงมีสำเนียงดังโธๆ ทุกครั้ง สั้นเข้าโธก็เบาลงทุกที ตลอดไปจนยามหนึ่งก็ดังครอกเบาๆ พอระฆังยามหอภูวดลทัศไนย์ย่ำก่างๆ นกตุ๊ดก็ร้องขึ้นตุ๊ดหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสู่สวรรคต เวลาเต็มปฐมยาม ท่าบรรทมเมื่อสวรรคตเหมือนกับท่าพระไสยาสน์ในวัดบวรนิเวศฯ พระสรีรร่างกายและพระหัตถ์พระบาท จะได้กระดิกกระเดี้ยเหมือนสามัญชนทั้งหลายนั้นหาบมิได้ แล้วก็มีหมอกคลุ้มมัวเข้าไปในพระที่นั่งเวลานั้น…

จดหมายเหตุ เรื่องพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประชวร ฉะบับเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง             

                    เราสามารถช่วยพูดโน้มนำให้ผู้ป่วยมีสติ คิดถึงสิ่งดีๆ สิ่งที่เคารพสักการะ คุณงามความดีของตนเอง ในขณะจิตสุดท้ายตามความเชื่อของแต่ละบุคคล


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 71528
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

ความเห็น (4)

  • ขอบคุณข้อมูลดีๆ ที่ช่วยให้ได้อ่านบันทึกดีๆ คะ

เรียนท่านอาจารย์ เต็มศักดิ์

เป็นบันทึกที่ดิฉันเข้ามาอ่านสองรอบ..อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์และซาบซึ้งมากค่ะ..ทั้งเนื้อเรื่องและที่อาจารย์เขียนขมวดเป็นช่วงๆ ..

ขอบพระคุณค่ะ....

 

เช่นกันค่ะ และได้รับคำแนะนำให้ปรับตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้น ทำให้อ่านได้ชัดเจน

แนะนำหนังสือเพิ่มเติมเรื่อง "มรณกรรมที่งดงาม วาระสุดท้ายของเหล่าบรมครูแห่งจิตวิญญาณ : Graceful Exits" แปลโดย ธารา รินศานต์ จากการเรียบเรียงของ สุชีรา แบลคแมนค่ะ

หนุกดีค่ะ