ไพ่ทาโรต์ หรือที่รู้จักกันมากกว่าในนามไพ่ยิปซี แพร่หลายในทวีปยุโรปมาหลายร้อยปีแล้ว ในปัจจุบัน สำรับที่แพร่หลายไปทั่วโลก คือสำรับที่จัดพิมพ์ในปี 1910 ผู้จัดพิมพ์คือ The Rider Company of London ประเทศอังกฤษ โดยสมาชิกกลุ่ม Golden Dawn เป็นผู้จัดทำ ผู้ค้นคว้าข้อมูลและออกแบบคือ Arthur Edward Waite ส่วนศิลปินผู้ถ่ายทอดแนวความคิดของเขาเป็นรูปภาพ คือ Pamela Colman Smith

ไพ่สำรับนี้รู้จักกันในชื่อ The Rider Waite Deck

เข้าใจว่า แนวความคิดของ Dr. Papus ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ไว้หลายเล่ม มีอิทธิพลต่อแนวความคิดในการออกแบบไพ่ของเขาพอสมควร

Dr. Papus ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเรียงลำดับของไพ่ชุดใหญ่ (ไพ่ทาโรต์ประกอบด้วย 2 ชุด คือชุดใหญ่ และชุดเล็ก) หรือ The Trumps Major ว่าควรเรียงลำดับโดยสัมพันธ์กับทางเดินของวิญญาณที่มาจากความมืดมิด มาสู่โลกที่เป็นเลือดเนื้อ เติบโต แตกสลาย แล้วกลับคืนสู่สรวงสวรรค์

ทางเดินชีวิตมนุษย์ เมื่อเรียงจากลำดับตาม The Trumps Major ของไพ่ทาโรต์ตามความเห็นของ Dr. Papus จึงอาจเป็นดังนี้ก็ได้ค่ะ

มนุษย์เกิดขึ้นบนโลกโดยโชคชะตา หรือกรรมเก่า(1 The Magician )

เทพเจ้า (ในศาสนาอื่นๆ)ให้พรมนุษย์เพื่อให้เดินทางชีวิตอย่างราบรื่น(หรือความเคยชินในด้านดีอันเป็นวาสนาเดิมทำให้คิด และทำตามแนวทางที่ดีเพื่อพบสิ่งดีๆในชีวิตในศาสนาพุทธ)ไม่หลงผิด ดำเนินชีวิตโดยใช้สามัญสำนึก ( 2 The High Priestess )

ต่อมาเมื่อมนุษย์เติบโตขึ้น เขาได้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตด้วยการสะสมประสบการณ์ และเก็บเกี่ยวผลของการกระทำของตนเอง (3 The Empress )

จนมีสถานภาพในสังคม ( 4 The Emperor)

แต่บางครั้งก็อาจขาดการควบคุมไปบ้าง ทำอะไรตามใจไปบ้าง สังคมจึงต้องมีกฎเกณฑ์ มีการรักษากฎ ( 5 The Hierophant )

เพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อให้มนุษย์พบความภูมิใจในตนเอง รักตนเองและเผื่อแผ่ความรักไปยังผู้อื่น ( 6 The Lover )

เกิดการไขว่คว้าหาความสำเร็จ หรือความรักเป็นการตอบแทน ( 7 The Chariot)

ประสบการณ์ต่างๆในชีวิต ทำให้มนุษย์เข้มแข็ง ( 8 Strength )

พบสัจธรรมในชีวิต หรือเป็นผู้ให้ ( 9 The Hermit )

อย่างไรก็ดี มักมีสิ่งที่ไม่คาดคิด กุศลกรรม และอกุศลกรรมจากอดีต เกิดขึ้นในชีวิต หรือส่งผลให้ได้เสมอ ( 10 Wheel of Fortune)

มนุษย์จึงต้องพยายามทำชีวิตให้สมดุล ( 11 Justice)

เมื่อพบปัญหา ก็ไตร่ตรอง ครุ่นคิดหาทางแก้ไข ( 12 The Hanged Man )

เพื่อพบทางเดินชีวิตใหม่ที่มั่นคงขึ้น(13 Death )

เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น (14 Temperance)

แล้วมนุษย์ก็พบว่า การจะใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุข สมดุล ต้องต่อสู้กับกิเลสอย่างมาก ( 15 The Devil )

เพื่อปลดปล่อยจิตให้เป็นอิสระจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวง ( 16 The Tower )

จึงเริ่มต้นค้นหาเหตุผลเพื่อพบกับความสุขอย่างแท้จริง ( 17 The Star )

และต่อสู้กับตนเอง เพื่อพัฒนาตนเองไม่ให้ถูกควบคุมโดยอำนาจฝ่ายต่ำ ( 18 The Moon )

แต่เมื่อพ้นขั้นตอนของการพัฒนาแล้ว ความสำเร็จ ความสุข ก็เกิดขึ้น ( 19 The Sun )

มนุษย์เดินบนเส้นทางที่เหมาะสม ทางที่ค้นพบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ได้รับการตัดสิน และเกิดใหม่ ( 20 Judgment )

อย่างผู้บริสุทธิ์ ( 0 The Fool )

เพื่อไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล ( 21 The World )

เชื่อว่า Arthur Edward Waite ผู้ออกแบบไพ่ เป็นผู้ที่แสวงหาหนทางแห่งการหลุดพ้น หรือปรารถนาความสงบสุขอันเป็นนิรันดร์

ทำไมดิฉันจึงเชื่อเช่นนั้น ลองสังเกตจากไพ่ 4 ใบ ที่นำมาบันทึกไว้ในที่นี้ดูซิคะ

6 The Lover

ไพ่คู่รัก เป็นภาพของดวงอาทิตย์ที่โคจรมาถึงจุดสูงสุดของวงโคจร ใต้ดวงอาทิตย์ เทพองค์หนึ่งกำลังอวยพร หรือถ่ายเทพลังสู่ร่างที่เปลือยเปล่าของหญิงชายคู่หนึ่ง เบื้องหลังชายหญิงทั้งสองคือต้นไม้ที่มีความหมายต่างกัน

ต้นไม้หลังมนุษย์ผู้ชาย คือต้นไม้แห่งชีวิตที่ออกดอกเป็นเปลวไฟ 12 ผล ( น่าจะหมายถึงมนุษย์ทั้ง 12 ราศี ผู้เขียน ) ส่วนเบื้องหลังหญิงสาว คือต้นไม้แห่งสำนึกที่ออกผลสีแดงเต็มต้นและมีงูตัวหนึ่งเลื้อยพันโดยรอบ ผลไม้สีแดงและงูสื่อถึงความรู้สึกชั่วดี กิริยาสนใจในตัวชายหนุ่มของหญิงสาว หมายถึง ความเย้ายวนของชีวิต และชายหนุ่มก็ตอบสนองด้วยกิริยาเดียวกัน อันหมายถึงต้องมีเธอ หรือก็คือต้องมีสำนึกชั่วดี ชีวิตจึงจะสมบูรณ์

มนุษย์ทั้งสองยังเยาว์วัย เปรียบเสมือนความ บริสุทธิ์ ก่อนที่จะแต่งแต้มด้วยตัณหา

สิ่งที่ไพ่สื่อถึงมีหลากแง่มุม เช่น ความรักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต , มนุษย์หรือก็คือชีวิต ต้องเลือกระหว่างความดีและความชั่ว

15 The Devil

ไพ่ปีศาจ ปีศาจที่ทีศีรษะเป็นแพะ ดาว 5 แฉกกลับหัวอยู่บนศีรษะ มีปีกคล้ายค้างคาว จับอยู่บนแท่นพิธี ปีศาจตนนี้เป็นตัวแทนของตัณหา ความหลงใหลในวัตถุ อบายมุข มือขวาหงายและแบขึ้นขึ้นทุกนิ้ว ( กิริยานี้ตรงข้ามกับ The Hierophant ที่นาบนิ้วสองนิ้วลงกับฝ่ามือ ) มือซ้ายถือคบเพลิงชี้ลงเบื้องล่าง หน้าแท่นพิธีมีห่วงใหญ่ฝังอยู่ ห่วงนี้เป็นที่คล้องโซ่ 2 เส้น ซึ่งไปล่ามคอหญิงชายคู่หนึ่งไว้

หญิงชายคู่นี้ เป็นชายหญิงคู่เดียวกับในไพ่คู่รัก ไพ่แสดงถึงปีศาจหรือตัณหา ได้เปลี่ยนคู่รัก หรือชีวิตบริสุทธิ์ให้ตกเป็นทาสของมัน หญิงชายทั้งคู่นี้มีหาง หมายถึงสัญชาตญาณสัตว์ในตัวมนุษย์ ความฉลาดและสำนึกชั่วดีทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ เขาจึงควบคุมสัญชาตญาณดิบนั้นไว้ แต่สัญชาตญาณดิบนั้นยังคงอยู่ มันอยู่ข้างหลังเขา และรอโอกาสที่จะแสดงออกมา

หญิงชายคู่นี้ เป็นบุคคลเดียวกันกับหญิงชายในไพ่ The Lover นั่นคือชายหนุ่ม เปรียบเสมือนชีวิต หญิงสาว เปรียบเสมือนสำนึกดีชั่ว ไพ่ใบนี้จึงสื่อถึงเมื่อชีวิตขาดสำนึกชั่วดี ก็อาจตกเป็นทาสของตัณหาหรือปีศาจได้

Arthur Edward Waite กล่าวว่า กิริยาของชายหนุ่มที่ผายมือไปยังหญิงสาว เป็นการแสดงอาการเยาะเย้ยสำนึกชั่วดีซึ่งเขาไม่มีอีกต่อไป

โปรดสังเกตว่าไฟแห่งชีวิตของชายหนุ่มดับไปแล้ว มือข้างหลังของเขาช้อนอยู่ใต้คบไฟของปีศาจ อันหมายถึงเขาถูกหล่อเลี้ยงด้วยไฟแห่งกิเลส

(จึงดูเหมือนฝ่ายชาย จะไม่สามารถควบคุมมันได้ ในขณะที่ฝ่ายหญิง ต้องพยายามอย่างมากที่จะควบคุมมันไว้ - ผู้เขียน )

20 Judgement

ไพ่การตัดสิน เป็นภาพของเทพที่โผล่ออกมาจากก้อนเมฆ เป่าแตรของเขาเพื่อปลุกวิญญาณให้ตื่นจากการหลับใหล ฝาโลงของเหล่าผู้ตายเปิดออก ร่างวิญญาณของผู้ตายผลุดลุกขึ้นมา ด้านขวาเป็นร่างของหญิงสาว ด้านซ้ายเป็นชาย และตรงกลางเป็นเด็ก ทั้งสามหมายถึงสภาพทางกายภาพตามที่เป็น และหมายถึงความสัมพันธ์คือ แม่ พ่อ และลูกด้วย ไกลออกไปเป็นเหล่าผู้ที่ถูกปลุกขึ้นมารับข่าวด้วยเช่นกัน วิญญาณผู้ตายล้วนแล้วแต่แสดงอาการตื่นเต้น ยินดีกับชีวิตใหม่ สื่อถึงความยินดีหลังจากที่ได้พบพลังใหม่ในตนเอง

บางท่านให้ความเห็นว่าครอบครัวนี้หมายถึงการพัฒนา การปฏิรูป แต่บางท่านว่าไม่มีความหมายอื่นใดแอบแฝงนอกจากการฟื้น ตื่นจากความตายเพื่อให้ไปสู่การมีชีวิตนิรันดร์

Arthur Edwart Waite ได้ให้ข้อสงสัยว่า มนุษย์รู้หรือไม่ ว่าอะไรในเราที่เสียงแตรต้องการปลุกให้ตื่นขึ้นมา และใช้เวลานานเท่าใด สิ่งนั้นจึงจะตื่นขึ้นมาเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป ผู้ที่หาคำตอบ ( ซึ่งมีอยู่แล้วภายในตัวเอง ) ยังไม่ได้ ก็คงกลับคืนสู่หลุมศพ หรือจมอยู่ในความมืดตามเดิม แต่สำหรับผู้ที่หาคำตอบได้แล้ว จะเข้าใจว่าสิ่งนั้นหมายถึงอะไร เมื่องานใหญ่คือการตื่นของสิ่งที่หลับเกิดขึ้นและถูกทำต่อ ( คือพัฒนาต่อ ) จนสำเร็จแล้ว มนุษย์ก็จะสามารถมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์สืบไป

21 The World

ไพ่โลก ( หรือจักรวาลในบางสำรับ ) หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเต้นรำอยู่ในพวงมาลัยรูปไข่ พวงมาลัยนี้แทนความหมายถึงสิ่งที่มีเหตุผลและสติสัมปชัญญะ หญิงสาวเปล่าเปลือย มีเพียงผ้าแพรสีม่วงบางๆคาดรอบสะโพก เธอถือคทาไว้ในมือทั้งสอง กิริยาของเธอบอกถึงความรื่นเริง อันสื่อถึงความสนุกสนานกับการการหมุนเวียนของชีวิต หรือเป็นวิญญาณที่ตื่นเต้นหรือมัวเมาต่อความงดงามของสวรรค์ เธอกำลังอยู่ในการมองดูหรือได้รับความคุ้มครองของผู้กำหนดชะตา หรือก็คือพระเจ้า ซึ่งสื่อด้วยธาตุทั้งสี่ในรูปของสัตว์ประจำราศีที่มุมภาพ

ผู้แปลบางท่านเปรียบพวงมาลัยนี้กับมงกุฎ และเปรียบหญิงสาวกับความจริง ดังนั้นหญิงสาวในพวงมาลัย จึงหมายถึงความจริงอันสูงค่า บางท่านเปรียบทั้งสองสิ่งนี้กับความสมบูรณ์ การตระหนักถึงงานอันยิ่งใหญ่ บางท่านเปรียบว่าเป็นรางวัลจากการใช้ชีวิตไปในทางที่ดี

Arthur Edward Waite กล่าวว่าไพ่ใบนี้หมายถึงความสมบูรณ์แบบ และการสิ้นสุดของจักรวาล ความปิติของจักรวาลเมื่อมันเข้าใจว่าตัวเองมีความหมายต่อพระเจ้าอย่างไร

หรือก็คือ ความปิติของวิญญาณที่รู้ว่าการเดินทางของตนสิ้นสุดแล้ว คงจำได้ว่า Dr. Papus ได้ให้ความเห็นต่อลำดับตัวเลขของไพ่ Trumps Major ว่าสัมพันธ์กับทางเดินของวิญญาณ ที่มาจากความมืดมิด มาสู่โลกที่เป็นเลือดเนื้อ เติบโต แตกสลาย ไปรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาล เมื่อวิญญาณรู้ว่า ผลจากการดำเนินชีวิตในโลกมนุษย์อย่างถูกธรรมนองคลองธรรม ทำให้ขณะนี้กำลังอยู่ในการดูแลของพระเจ้า และรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาลแล้ว จึงแสดงความปิติออกมา

( โปรดสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสรีระหญิงสาวคนเดียวกันตั้งแต่ในภาพไพ่ The Lovers, The Devil จนถึง The World ในไพ่ The Lovers หญิงสาวดูอ่อนต่อโลก และอ่อนวัย ร่างกายอวบอัด สามารถอวดความงามของเรือนกายได้เต็มที่ ต่อมาในไพ่ The Devil หญิงสาวดูซูบเซียวเพราะถูกเผาผลาญด้วยไฟกิเลส ทรวงอกเริ่มหย่อนคล้อยเพราะวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนในไพ่ The World ร่างวิญญาณที่เต็มไปด้วยริ้วรอย ทรวงอกที่หย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัดเพราะการใช้ชีวิต และการต่อสู้อย่างยาวนานบนโลกของหญิงสาวทำให้เธอไม่สามารถอวดความงามได้อีกแล้ว จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ศิลปินคาดผ้าแพรไว้บนเรือนร่างเธอ ผู้เขียน )

ไพ่ทาโรต์เป็นการนำเหตุการณ์และคำสอนต่างๆในศาสนาคริสต์ รวมทั้งความเชื่อจากทุกมุมโลก (เช่นความเชื่อในศาสนาอาซาทรู ความเชื่อเกี่ยวกับเทพกรีก อิยิปต์ ความเชื่อทางซีกโลกตะวันออก) สภาพสังคมในยุโรปสมัยกลาง มาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน จึงเปรียบเสมือนการรวมกันของรวมประวัติศาสตร์ ความรู้ และความไม่รู้

สำหรับผู้ใช้ จึงก่อให้เกิดได้ทั้งความสนใจที่จะศึกษาความรู้ที่แฝงไว้ให้กระจ่างยิ่งๆขึ้นไป จนมั่นใจในศักยภาพของตน แล้วหันหลังให้กับความไม่รู้ หรือสนใจในความไม่รู้ที่ได้จากการนำไพ่ไปใช้ในการพยากรณ์และยึดติดกับความไม่รู้นั้นๆ

ไพ่ทาโรต์จึงเปรียบเสมือนดาบสองคมโดยแท้

จากแนวความคิดที่ Arthur Edwart Waite สื่อในไพ่หมายเลข 20 Jusgement ถ้าเทียบกับบุคคลในศาสนาพุทธน่าจะหมายถึงมนุษย์ที่เป็นกัลยาณปุถุชน มีความคิดที่จะพัฒนาตนเพื่อพบความสงบสุขที่แท้จริง (กุศลฉันทะ) แล้วกำลังเข้าสู่บุพนิมิต 7 เพื่อนำไปสู่มรรคมีองค์ 8

อันนำไปสู่การพัฒนาตนตามทางอันสูงค่านี้เพื่อพบความสงบสุขอย่างแท้จริงต่อไป

................................................................

Ico64_tm14http://www.gotoknow.org/blog/nadrda/453311

Ico64_tm12-1http://www.gotoknow.org/blog/nadrda/450790

Tiny_tm19-1http://www.gotoknow.org/blogs/posts/390412

อ้างอิง

Atthur Edward Waite The Pictorial Key to The Tarot U.S.Games Systems, Inc.,Stamford USA . 1971