เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับ....ดังนั้นจงใช้เวลาแต่ละวินาทีอย่างรู้คุณค่า เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ยังไม่ได้กระทำ ด้วยข้ออ้างที่ว่า “ไม่มีเวลา"
ตื่นขึ้นมายามเช้าในวันที่อากาศขมุกขมัว แต่อารมณ์แจ่มใส...วันนี้ตื่นก่อนนาฬิกาปลุก ตอนแรกว่าจะนอนต่อ เพราะว่ายังไม่ถึงเวลาตามปกติที่ตื่น แต่คำที่แม่เคยบอกไว้ผุดขึ้นมาในศีรษะรวดเร็วกว่าชั่วเวลาตากระพริบ แม่เคยบอกไว้ว่า ถ้าตื่นแล้วฝืนนอนต่อ มันจะเป็นการนอนหลับๆ ตื่น ๆ ยิ่งทำให้ง่วงนอนเข้าไปอีก...แล้วก็คงจะจริงอย่างแม่ว่า เลยตัดสินใจดีกว่า จริงๆ แล้วก็ไม่รู้จะนอนต่อไปทำไม งงตัวเองเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะชอบคิดว่าตนเองนอนหลับพักผ่อนไม่พอล่ะมั้ง(ข้ออ้างของคนที่ขี้เกียจ อิอิ)
 
วันแห่งการพักผ่อนของข้าพเจ้าช่างผ่านไปเร็วเสียจริง...เนี่ยแหล่ะนะ เค้าถึงเปรียบว่า วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วต่างกับช่วงเวลาที่มีความทุกข์ที่ เวลามักเดินอย่างช้าๆ อันที่จริงเวลาก็เดินไปเท่าๆ เดิมนั่นแหล่ะ เพียงแต่ว่าตอนมีความสุขใจเราอยากจะให้ผ่านไปช้า...ก็เลยรู้สึกว่ามันเร็ว แต่พอเราทุกข์ก็อยากให้ผ่านไปเร็วๆ ก็เลยรู้สึกว่าช้า ใจเรากำหนดทั้งนั้น
 
เวลาคนเรามี  24 ชั่วโมงเท่าๆกัน เพียงแต่ใครจะจัดสรรปันส่วนใช้อย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน คนที่อ้างว่าไม่มีเวลา....จริงๆ แล้วเพียงแต่จัดแบ่งมีเวลาไม่เหมาะสมต่างหาก
 
เคยอ่านเรื่องราวของ “เวลา” ในมุมมองที่แปลกๆ แต่น่ารัก.....
 
ครอบครัวนักเดินทาง
 
ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็พบว่าตนเองเดินได้แล้ว และต้องเดินตลอดเวลา
 
แม่ของวิที่เดินช้ากว่าบอกว่า
“การเดินเป็นหน้าที่ การเดินทางเป็นชีวิตของพวกเรา ถ้าหยุดเดินเมื่อไหร่ ก็ตายเมื่อนั้น”
 
วิพบว่าตนเองเดินเร็วกว่าแม่เกือบ 60 ก้าว
ส่วนแม่ก็เดินเร็วกว่าพ่อซึ่งเตี้ย และอ้วน ประมาณ 60 ก้าว
 
แต่ครอบครัวของวิก็อบอุ่น
เพราะทุกๆ ชั่วโมงจะมาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา
ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่จะเจอกันเฉพาะตอนเย็นหรือวันหยุด
 
น่าเสียดายที่แม้ครอบครัวของวิ(นาที) จะเป็นนักเดินทางตลอดชีวิต
 แต่ก็ไม่เคยที่จะเดินพ้นหน้าปัดนาฬิกาเลย
 
(ที่มา: นิทานพริบตา  โดย อาทิเช่น )
 
 
 
เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับ....ดังนั้นจงใช้เวลาแต่ละวินาทีอย่างรู้คุณค่า เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ยังไม่ได้กระทำ ด้วยข้ออ้างที่ว่า  “ไม่มีเวลา” !!!