ความฝันของพวกเขา เกษตรกรปริญญาตรีรุ่นใหม่ ยังคงแจ่มชัด สดชื่นเช่นธรรมชาติที่ผมสัมผัสในช่วงวันสองวันนี้

 อ่านเรื่องเดิม : หนุ่มแดนอีสาน...เกษตรกรปริญญาตรี :เรื่องเล่าจากอีสาน (๑)

....................

(๒)

อากาศยามเช้า ที่บ้านริมทุ่ง สดชื่นอย่างที่ผมคุ้นเคยที่เมืองเหนือ แต่เวลานี้ผมอยู่ที่อิสานความสดชื่นก็ไม่ต่างกัน ฝนเพิ่งตกหนักเมื่อคืน กลิ่นไอดินยังกรุ่นๆอยู่เลย

ภูเขาทอดสันยาวไล่ตามแนวขวางของตัวอำเภอภูเขียว พ่อใหญ่บอกผมว่าอยู่ที่นี่ไม่อดตาย อยากจะหาอะไรกินก็ขึ้นค้นไปหาบนภูนั่นหละมีหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ไข่มดแดง ผักหวาน และผักอื่นๆที่เรียกชื่อเป็นภาษาท้องถิ่นอิสาน

ผมกินข้าวเสร็จ  นายต้นตอชวนผมออกเดินไปยังกระท่อมเถียงนา ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังใหญ่ เราต้องเดินลัดเลาะไร่อ้อยที่ตัดแล้ว แต่ยังมีหน่ออ่อนผลิใบที่พร้อมจะเติบโตให้ผลผลิตต่อไป

ถัดจากไร่อ้อย ผ่านพื้นที่เล็กๆที่ลงต้นไม้ปลูกเป็นระเบียบ ผมทราบภายหลังจากน้องพันธ์ บอกว่า คือ ไม้กฤษณา หรือไม้หอมนั่นเอง พื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่แต่ได้ปลูกต้นกฤษณามากกว่า ๒๐๐ ต้น

กระท่อมไม้ใผ่ ที่ดูน่าอยู่แปลกตา ท่ามกลางแมกไม้ ดูเผินๆก็เหมือนบ้านเถียงนาธรรมดา แต่คนที่อยู่ตรงนั้นไม่ธรรมดาแน่นอน ผมหมายถึง น้องไก่ และ น้องพันธ์ หนุ่มเกษตรกรปริญญาตรีคนเก่งของเรานั่นเองครับ ผมเขียนไว้ที่ หนุ่มแดนอีสาน...เกษตรกรปริญญาตรี :เรื่องเล่าจากอีสาน (๑)

สองคนเพื่อนรักที่มีอุดมการณ์เดียวกัน กอดคอหันหน้ากลับมาบ้านเกิดหลังร่ำเรียนจนจบปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม (ที่ออกชื่อ มหาวิทยาลัยฯ ผมต้องขอขอบคุณสถาบันที่กล่อมเกลาหน่ออ่อนที่คุณภาพดี สู่ชุมชนอย่างมีจิตสำนึก) การที่สองคนเลือกที่จะเรียน คณะเกษตรศาสตร์ เป็นความชอบส่วนตัว และจุดมุ่งหมายในใจในขณะนั้นพวกเขาชัดเจนอยู่แล้ว

พันธ์เล่าถึง การปลูกไม้กฤษณาอย่างน่าสนใจ เมื่อเทียบราคา การปลูก การสกัด ที่ผมไม่เคยได้ยิน (เพราะอาจไม่ได้สนใจมาก่อน) พอสรุปได้ว่าเป็นไม้เศรษฐกิจราคาแพง และมีระบบการดูแลที่ไม่ง่ายนักจนกว่าจะได้ไม้กฤษณาที่ได้คุณภาพ...เขานั่งอธิบายให้ผมฟังเหมือนผมกำลังนั่งฟังเลคเชอร์ ...

นี่หละครับ ศักยภาพการใช้องค์ความรู้ของเกษตรกรยุคใหม่

ด้านหน้าของกระท่อมเป็นโรงเพาะเห็ด และทำปุ๋ยชีวภาพใช้ในไร่ด้วย ทิศเหนือเป็นคอกหมูป่า หน้าแหลมๆ วิ่งกันให้พล่านเมื่อผมดินไปทักทาย ...ผมอยู่บ้านป่าอยู่ภูเขาทางเหนือแต่เพิ่งมาเห็นหมูป่าชัดๆวันนี้เอง หน้าแหลมๆ ขนเยอะๆ วิ่งปราดเปรียว ...น้องพันธ์ เล่าว่า หมู่ป่าเลี้ยงไม่ยาก ทนทานโรค นำเศษผักสดจากตลาด ผสมรำให้กิน และมีชาวบ้านสั่งเนื้อหมูเป็นประจำ ก็ทำส่งเขาไป รายได้จากการขายหมูป่าเป็นรายได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับเลี้ยงหมูบ้าน นอกจากมีหมูป่าแล้วยังมีวัว เป็ด ไก่ อีกมากมายที่กระจายเต็มพื้นที่

ไม่ไกลจากคอกหมูเป็นบ่อเลี้ยงปลา ตามธรรมชาติ น้ำในบ่อเลี้ยงป่าธรรมชาติส่วนหนึ่งนำมาหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ในไร่

น้องไก่ อธิบายให้ผมฟังเมื่อพวกเราเดินทะลุออกไปยังบ่อเลี้ยงปลา ที่ขุดเป็นแนวร่องยาว ลึก เป็นบ่อเล็กๆ กว่า ๑๐ บ่อ เขาบอกว่า นี่เป็นบ่อเลี้ยงปลาดุกอุย จะเลี้ยงเป็นบ่อๆ ละประมาณ ๕,๐๐๐ ตัว  ให้อาหารเป็นใส้ไก่ ผสมรำ ปลาดุกจึงตัวใหญ่สมบูรณ์  มีพ่อค้ามารับเพื่อนำไปขายตลอด ดังนั้นการเลี้ยงปลาหมุนเวียนในบ่อเล็กๆ เพื่อส่งขายจึงไม่ขาดตอน

นอกจากนั้น ยังมีการปลูกหญ้าขาย เป็นหญ้าที่ใช้เลี้ยงวัว  เป็นทุ่งกว้างไกลออกไปจากตัวกระท่อม ผมชอบนั่งดูความเขียวขจี ดูสดชื่น...การปลูกหญ้าก็ถือว่าเป็นรายได้ส่วนหนึ่งที่เข้ามาเพิ่ม

พืชเศรษฐกิจที่ปลูกนอกจากอ้อย พื้นที่ปลูกประมาณ ๑๒ ไร่แล้ว ยังมีข้าวที่ปลูกไว้เพียงพอกินไปหนึ่งปี

กิจกรรมเกษตรที่หลากหลาย และมีการคาดคะเนความต้องการของตลาด การใช้องค์ความรู้ที่ได้ร่ำเรียน บวกกับการอบรมศึกษาดูงานที่น้องทั้งสองคนได้เรียนรู้มา ถูกนำมาใช้กับพื้นที่เกษตรของพวกเขาอย่างเต็มที่

พื้นที่ที่ไม่กว้างมาก แต่สามารถสร้างรายได้ตลอดปี ผลผลิตจากไร่ของพวกเขา ทยอยสู่ตลาดในพื้นที่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ผมจะปลูกพริก พันธุ์ซุปเปอร์... เพราะช่วงหน้านี้ พริกในตลาดจะราคาแพง ไม่มีใครปลูก แต่ผมเจียดพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ปลูกตรงนี้

พันธ์พูดพร้อมกับชี้ให้ผมมองพื้นที่นาที่ถูกปรับเป็นลานดินโล่ง  กล้าพริกที่เพาะเป็นกล้าอ่อน ผมคาดคะเนอีกว่าประมาณสักครึ่งเดือนน่าจะแข็งแรงพอที่จะลงปลูกได้

เท่าที่ผมดูพื้นที่การเกษตรแล้ว ที่นี่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำท่าทำการเกษตรได้ไม่ขาดแคลน นอกจากมีฝนตามฤดูกาล ยังมีการขุดบ่อ ขุดสระเก็บน้ำไว้ใช้อีกด้วย

หลังจากที่พวกเรา ประมาณ ๔ ชีวิต ในเช้าวันนั้นเดินชมบ้านไร่ของพวกเขาจนอิ่มเอมแล้ว  นายต้นตอเพื่อนผมก็ชวนไปดูพื้นที่ใกล้ภู ที่เขาได้ซื้อไว้

พวกเราขับมอเตอร์ไซต์มุ่งตรงเข้าไปใกล้ภูที่ทอดยาวข้างหน้า

นายต้นตอ เล่าให้ผมฟังว่าผมได้ซื้อพื้นที่นี้มานานแล้ว เป็นพื้นที่กว้างพอสมควร มีชาวบ้านทยอยมาตั้งบ้านเรือนบ้างแล้ว ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และที่ตั้งเหมาะแก่การทำการเกษตร ในอนาคตผมอาจจะชวนน้องไก่ และน้องพันธ์มาอยู่ที่นี่ ทำเกษตรพอเพียงครบวงจร

หากที่นี่มีจำนวนบ้านมากพอ จะขอขึ้นทะเบียนเป็นหมู่บ้านได้

นายต้นตอบอกถึงอนาคตการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่พวกเรายืนอยู่

หากถึงเวลานั้น ผมจะยกให้นายไก่ เป็นผู้ใหญ่บ้าน  ส่วนนายพันธ์เป็น อบต. ช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน ให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่างพอมีพอกิน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

นายต้นตอ พูดทีเล่นทีจริง ผมพวกเรานั่งหัวเราะกันครื้นเครง เมื่อเราคุยถึงอนาคตที่วาดหวังไว้

ผมคิดว่า มีลู่ทางที่เป็นไปได้ และจะดีมากขึ้นเมื่อผู้นำชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ พัฒนาชุมชนโดยใช้องค์ความรู้ผสมผสาน ...เป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังของชาติที่มีคุณภาพ

พวกเราทั้ง ๕ คนนั่งพูดคุยกันบนเนินใกล้ภู ที่สามารถมองวิวทิวทัศน์ป่าเขาแถบนั้นได้กว้างไกล อากาศยามสายๆยังสดชื่น เมื่อเราได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

ความฝันของพวกเขา เกษตรกรปริญญาตรีรุ่นใหม่  ยังคงแจ่มชัด สดชื่นเช่นธรรมชาติที่ผมสัมผัสในช่วงวันสองวันนี้

ผมจะคอยให้กำลังใจพวกเขา และสัญญากับพวกเขาว่า ผมจะกลับไปเยี่ยมอีก


ขอขอบคุณ

  • น้องไก่ เฉลิมพล วิกุณชร  อายุ ๒๔ ปี หนุ่มร้อยเอ็ด ที่หลงรักชัยภูมิ
  • น้องพันธ์ คำพันธ์ ก่อศิลป์  อายุ ๒๔ ปี หนุ่มชัยภูมิที่รักบ้านเกิด

และเพื่อนของผม

  • นายต้นตอ  อ.ทวีศักดิ์ ประสิทธิ์อ้น หนุ่มชัยภูมิ ทำงานที่สำนักที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  นายต้นตอเป็นพี่ที่ให้คำปรึกษาและดูแล ไก่และพันธ์ ในการก่อร่างสร้างฝัน


ห้กำลังใจพวกเขาได้ที่:

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บ้านไร่ก่อศิลป์ หมู่บ้านโนนแดง ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>