แม่ชอบอยู่ที่บ้านนี้มากกว่าอยู่กับลูกๆ ที่กรุงเทพเพราะมีคนคุ้นเคยแวะเวียนมาคุยอยู่เรื่อยๆ ไม่เหงา

ช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ดิฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานบ้านและงานอาชีพที่คั่งค้างอยู่ ไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวเปียกน้ำ นัดกับพี่สาวไว้ว่าจะไปเยี่ยมและรดน้ำขอพรจากแม่ที่บ้านนครนายกในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ เมษายน

ดิฉัน ลูกสาว ลูกชาย และลูกเขยออกเดินทางจากกรุงเทพเมื่อใกล้ ๑๓.๐๐ น. แวะซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดในหมู่บ้านเสนานิเวศน์เอาไว้เป็นเสบียงเผื่อไปถึงแล้วหิว ลูกสาวขับรถให้ เราเดินทางแบบไม่เร่งรีบไปทางถนนวงแหวนแล้วเข้าถนนเลียบคลองรังสิตมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครนายก เมื่อถึงตัวจังหวัดก็เดินทางต่อไปทางตำบลดงละคร แล้ววิ่งตามถนนที่ตัดผ่านทุ่งนาไปถึงบ้านท่าแห ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี

บ้านดิฉันอยู่ริมคลองเล็กๆ ด้านหลังเป็นทุ่งนา สมัยเป็นเด็กถนนที่เราวิ่งรถอยู่นี้เป็นทางเดินเท้าหรือขี่จักรยาน พอหน้าน้ำก็ต้องเดินทางโดยใช้เรือไปตามลำคลองอีกด้านหนึ่ง แต่มีบ้างเหมือนกันที่บางครั้งชาวบ้านก็ถ่อเรือไปในทุ่งนาเลยเพราะระยะทางใกล้กว่าไปตามลำคลอง ถ้าเป็นอย่างนี้ดิฉันจะเมาเรือเพราะตัวเล็กนั่งเรือจึงมองเห็นแต่ต้นข้าวที่สูงท่วมหัว

เราเดินทางไปถึงบ้านแม่เกือบ ๑๕.๐๐ น. แล้ว อากาศและแดดยังร้อนมากอยู่ ครอบครัวของพี่สาวไปถึงก่อนหน้าเราและกำลังรับประทานอาหาร (ไม่ทราบมื้ออะไร) กันอยู่ เหมือนเป็นธรรมเนียมกันไปแล้วว่ามาถึงบ้านเวลาไหนก็ตามจะมีอาหารพร้อมไว้ให้เสมอ เราเอาข้าวเหนียวไก่ทอดมาร่วมวงด้วย น้องสาวที่บ้านก็นึ่งข้าวเหนียวใหม่ๆ ไว้เช่นกัน แม่นั่งดูลูกหลานกินอาหารกันอย่างมีความสุข

ปีนี้แม่มีอายุ ๙๔ ปีแล้ว ไม่มีหลงลืม ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ไม่ค่อยได้เดินไปไหนไกลๆ แม่มีความดันโลหิตสูงเล็กน้อยมานานแล้ว เมื่อตอนที่แม่อายุ ๙๑ ปี มีอาการหัวใจวายและตรวจพบว่าลิ้น aortic ตีบมากจากมีแคลเซียมเกาะ ได้รับการรักษาที่ รพ.รามาธิบดี โดยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ครูบาอาจารย์และเพื่อนฝูงของดิฉันเป็นห่วงกันมากที่ดิฉันตัดสินใจให้แม่ทำผ่าตัด เพราะเห็นว่าอายุมากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

ตอนนั้นดิฉันคุยกับแม่สั้นๆ ถึงเหตุผลที่ต้องผ่าตัดและแม่ก็ตัดสินใจเอง ต้องขอบคุณทีมแพทย์พยาบาลที่ดูแลแม่อย่างดี แม่กลับบ้านได้หลังทำผ่าตัดประมาณ ๑๐ วัน สุขภาพดีขึ้นมาก ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนก่อน ทุกวันนี้ไปพบแพทย์ทุก ๓-๔ เดือน อากาศที่บ้านร้อน เราชวนแม่ว่าไปอยู่กับพวกเราที่กรุงเทพไหม แม่บอกว่าขอไปตอนหมอนัดดีกว่า แม่ชอบอยู่ที่บ้านนี้มากกว่าอยู่กับลูกๆ ที่กรุงเทพเพราะมีคนคุ้นเคยแวะเวียนมาคุยอยู่เรื่อยๆ ไม่เหงา

อิ่มข้าวกันแล้ว เราก็รดน้ำขอพรจากแม่ พี่ๆ ที่อยู่บ้านใกล้ๆ กับแม่ก็มาพร้อมหน้ากัน พวกเราน้องๆ ก็ถือโอกาสรดน้ำขอพรจากพี่สาวคนโตที่มีอายุเลย ๗๐ ปีไปนานแล้วด้วย

พอแดดเริ่มร่มลงบ้าง เราก็ออกสำรวจพืชผลต่างๆ ที่ปลูกไว้รอบบ้าน

 

 มะเฟืองหวานที่อยู่ข้างบ้านออกดอกเต็มต้น

 ส้มโอก็ออกดอกเยอะ

  <p>เดิมครอบครัวของดิฉันทำนา เมื่อพ่อเสียแม่แบ่งที่นาให้ลูกๆ ทุกคนเท่าๆ กัน บางคนก็ขุดบ่อเลี้ยงปลา ส่วนดิฉันและพี่สาวคนติดกันได้ถมที่และปลูกผลไม้ทิ้งไว้ ที่เหลือรอดโตขึ้นมาให้ผลก็มีกล้วยน้ำหว้าและมะม่วง ใครสะดวกก็มาเก็บไปกินได้</p><p> </p><table border="0" align="center"><tbody>

 กล้วยและมะม่วงที่อยู่รอบๆ

</tbody></table><p>มะม่วงที่ปลูกในที่ของดิฉัน เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้และเขียวเสวย มีลูกดกพอใช้ ยังไม่แก่เต็มที่ คาดว่าน่าจะอีกประมาณ ๒-๓ สัปดาห์คงจะเก็บได้ พี่สาวเก็บยอดขี้เหล็กมาหอบหนึ่งเพื่อเอามาทำแกง มีคนเก็บผักบุ้งยอดอ่อนๆ ไว้เยอะ ดิฉันแบ่งมาส่วนหนึ่ง หลาน-ลูกของพี่สาวคนรองมาถามว่าจะเอามะม่วงหัวช้างไปกันบ้างไหม เราปฏิเสธเพราะหน้านี้มะม่วงเยอะไปหมด รับประทานมากๆ ก็น้ำหนักขึ้นอีก</p><p> </p><table border="0" align="center"><tbody>

 บ่อที่ขุดไว้ มีน้ำใสตลอดปี

</tbody></table><p>ตอนเย็นเราร่ำลาแม่เดินทางกลับกรุงเทพ ลูกชายคนเล็กขับรถให้ ระหว่างทางขากลับมีการเล่นสาดน้ำสงกรานต์เป็นระยะๆ จึงเดินทางได้ช้ากว่าขามา มีรถเข้ากรุงเทพค่อนข้างหนาตา กลับถึงบ้านเกือบ ๒๐ น. ด้วยความปลอดภัย </p><p>วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๐</p>