ช่วงนี้อากาศร้อนครับ แต่บางคนอาจไม่รู้สึกร้อน (ในกรณีที่วิทยาลัยก็คนที่อยู่ในห้องพักอาจารย์หรือสาขาวิชา จะไม่ร้อนเพราะเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่คนที่อยู่ในห้องคณบดี ร้อนตับแล๊บ) น้ำจะเป็นส่วนสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตเลยครับ
หลายครั้งที่คนอยู่ในห้องแอร์ (โดยเฉพาะผมเองเมื่อในอดีต) ไม่ได้ดื่มน้ำเนื่องจากอากาศในห้องกำลังสบายถึงเย็น ซึ่งในความเป็นจริง ร่างกายของเราก็ยังต้องการน้ำอยู่นั่นแหละ เพียงแต่เราไม่อยากดื่มเท่านั้นเอง สุดท้ายก็จะมีอาการของคนขาดน้ำครับ เช่น เป็นแผลในปากเป็นต้น ซึ่งตอนที่ผมอยู่ในห้องแอร์ ผมมักจะเกิดอาการแบบนี้
หลักการจริงๆ คือ เราจะต้องดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว โดยตื่นเช้ามาปั๊บก็น้ำอุ่นๆ สักแก้วหนึ่งก่อน (โดยไม่ต้องแปรงฟันหรือล้างปากนะครับ) อันนี้ คุณตาของผมสอนให้ทำตั้งแต่เด็ก (แต่ผมก็ไม่ทำ) สุดท้ายเมื่อวานซืนพาลูกไปหาหมอ เห็นป้ายนิเทศอันหนึ่งแนะนำคล้ายๆ กับคุณตาของผมแนะนำเมื่อยี่สิบปีก่อน ออ. น้ำอุ่นอีกแก้วหนึ่งนั่นคือ ก่อนจะนอนครับ แต่ผมเคยเจอข้อมูลหนึ่งบอกว่า ก่อนนอนไม่ควรดื่มน้ำเยอะๆ นะครับ เพราะจะทำให้กระเพาะปัจสาวะทำงานหนัก
หลังจากนั้นก็ในช่วงเช้าของวันสัก 3 แก้ว ตอนบ่ายอีก 3 แก้ว แอ๋ ดื่มตอนไหนอีกสองแก้ว ผมลืมไปแล้วครับ
ข้อควรปฏิบัติอีกประการหนึ่ง คือ ไม่ควรดื่มน้ำทันทีหลังการรับประทานอาหาร (ซึ่งผิดกับผมที่หลังอาหารต้องสองแก้วทันที)
น้ำเย็นจัดหรือร้อนจัดไม่เหมาะนะครับ หลีกเลี่ยงไว้ดีที่สุด
ผมอ่านป้ายนิเทศดังกล่าวแล้วสะท้อนใจไปยังพระวัจนของท่านศาสนฑูต ที่ระบุไว้ว่า เวลารับประทานอาหารให้ทานเพียงหนึ่งในสามของกระเพาะ และทานนำอีกหนึ่งในสาม ส่วนอีกหนึ่งส่วนให้เว้นว่างไว้สำหรับอากาศครับ (ถ้าจำตัวบทไม่ผิดนะครับ)
พระวัจนของท่านศาสนฑูตช่างสัจจริงอะไรเช่นนี้