เรายังไม่มีแผนฟื้นฟูธรรมชาติที่เป็นรูปธรรมและเกิดเป็นพลังทางสังคมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแท้จริง เป็นแต่เพียงกล่าวอ้าง กล่าวถึง ก็เท่านั้น
สถาบัน/องค์กรที่สนับสนุน
- สำนักงานหลักประกันคุณภาพแห่งชาติ
- สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
- สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุน
ได้ร่วมมือกันสนับสนุนให้ผู้สนใจเรื่องการพัฒนานวัตกรรมบริการปฐมภูมิ ส่งโครงการขอรับทุน มาดำเนินการขับเคลื่อนหรือการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ มหาชีวาลัยอีสานจึงชวนลูกก๊วนเสนอเรื่อง“เห็ด”เป็นตัวเดินเรื่องสุขภาวะชุมชน ดังมีรายละเอียดดังนี้
ฐานคิด
- มหาชีวาลัยอีสานมองว่า ต้นทุนทางธรรมชาติเป็นเสาหลักให้กับวิถีชุมชนคนชนบทแทบทุกเรื่อง ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้งถิ่นฐานในอดีต ตาแหกแรกบ้านจะเลือกพื้นที่ดินดำน้ำชุ่ม มีป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ตระหนักว่าทรัพยากรธรรมชาติคือต้นทุนชีวิตและต้นทุนทางสังคม
- ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นที่มาของจารีต ประเพณี และวัฒนธรรมอีกทอดหนึ่ง เมื่อคนอาศัยธรรมชาติ จึงมีภูมิรู้ภูมิธรรมที่เข้มแข็ง สามารถที่จะอยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติได้อย่างปกติสุข เพราะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในป่าคือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่ซ่อนปัจจัยเอื้อต่อการดำรงชีพไว้อย่างพร้อมมูล ชุดความรู้ที่อยู่ในธรรมชาติ จึงขึ้นมายืนอยู่หัวแถว
- ปัจจุบันต้นทุนธรรมชาติเสียหายทั้งระบบ ทำให้สังคมคนชนบทอ่อนแอ พลังและปัจจัยจากธรรมชาติสูญเสียความสมดุลทำให้เกิดปัญหาติดตามนานับประการ แม้จะใช้เทคนิคเทคโนโลยีหรือวิชาการอย่างไร ก็ยังไม่สามารถรักษาโรคภูมิสังคมอ่อนแอได้ แม้แต่เรื่องสุขภาวะปฐมภูมิก็เป็นเรื่องปลายแถว จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ สร้างเสริมสภาพแวดล้อมให้กลับคืนมาโดยเร็ว
- นโยบายหรือแผนแม่บท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวาระเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ หรือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของธรรมชาติก็ยังยักแย่ยักยัน นั่นก็หมายความว่า เรายังไม่มีแผนฟื้นฟูธรรมชาติที่เป็นรูปธรรมและเกิดเป็นพลังทางสังคมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแท้จริง เป็นแต่เพียงกล่าวอ้าง กล่าวถึง ก็เท่านั้น
ผู้ที่เคลื่อนไหวในกิจกรรมนี้
- บุคลากรในมหาชีวาลัยอีสาน หัวหน้าและคณะกรรมการโครงการฯ 5 คน
- บุคลากรที่ทำงานอยู่ในมหาชีวาลัยอีสาน 7 คน
- ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูในโรงเรียนบ้านเม็กดำ 5 คน
- ผู้อาวุโสในชุมชนครูภูมิปัญญาไทย ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม 5 คน
- ผู้นำชุมชน ตัวแทนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 50 คน
- หมอยาพื้นบ้าน 1 คน
- นักเรียนโรงเรียนบ้านเม็กดำ ชั้นมัธยมต้น 45 คน
- ชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงที่มาในลักษณะคนงาน คน
- องค์กรและคณะที่มาศึกษาดูงาน(4เดือน กุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2550) จำนวน15คณะ จำนวน1,000คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,118 คน
KM.จากจ้าวยุทธจักร สคส.
การเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้คนเดียวโดด ๆ เป็นเรื่องยาก มีวิธีเรียนรู้ที่ง่ายกว่าคือ การรวมตัวกันเรียนรู้เป็นกลุ่ม เรียนรู้จากการนำเอาความรู้ไปปฏิบัติ ต่างคนต่างคิดหาวิธีปฏิบัติ แล้วนำเอาประสบการณ์จากการปฏิบัติมา ลปรร. กันในกลุ่ม มีการจดบันทึกเพื่อให้การเรียนรู้เกิดความต่อเนื่อง กระบวนการนี้เรียกว่าการจัดการความรู้ (KM)
เป็นที่รู้กันว่า KM ที่ได้ผลดีต้องการความเป็นอิสระ ความเป็นตัวของตัวเอง ปลอดจากความครอบงำจากภายนอก
แต่ที่เป็นอยู่ชาวบ้านถูกครอบงำจากภายนอกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะหน่วยราชการและพรรคการเมือง ที่มักเข้าไปจัดประชุมชาวบ้านและแจกเงินค่าเบี้ยประชุม จนกลายเป็นวัฒนธรรมว่าถ้าจะให้ชาวบ้านมาประชุมต้องแจกเงิน
ชาวบ้านส่วนใหญ่สับสนระหว่างการรวมตัวกันเรียนรู้เพื่อตัวเอง กับการไปประชุมตามที่หน่วยราชการหรือพรรคการเมืองเรียกประชุม ซึ่งมีเป้าหมายและธรรมชาติต่างกันแบบคนละขั้ว
ผมจึงฟันธงว่า หน่วยราชการและการที่นักการเมืองหาเสียงกับชาวบ้านเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของชาวบ้าน ทำให้เกิดการครอบงำ เกิดการแจกเงินจนชาวบ้านติดนิสัยรับแจก ไม่ติดนิสัยเรียนรู้อย่างรู้เท่าทัน
ถ้าชาวบ้านจะเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของชาวบ้านและต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้ที่เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน
ความสุข แบบ KM.
ในบางกรณี ความสุขเกิดจากการเปรียบเทียบ เมื่ออากาศร้อนเรารู้สึกไม่สบาย พออากาศเย็นลง ก็รู้สึกสบายขึ้น ผมโชคดีที่เริ่มต้นชีวิตอย่างค่อนข้างลำบาก พอโตขึ้นชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ แต่บางครั้งก็ต้องเผชิญความยากลำบากบ้างเป็นครั้งคราว ในสภาพเช่นนั้น ผมก็จะบอกตัวเองว่า ตอนเด็กๆ เราลำบากกว่านี้มากมายนัก ทำไมเราจะทนความลำบากแค่นี้ไม่ได้ และความลำบาก หรือคับแค้นใจนี้เป็นเพียงชั่วคราว มีคนอื่นอีกมากมาย ที่เขาลำบากยิ่งกว่านี้ โดยที่เขามองไม่เห็นทางออกเลยว่าจะพ้นทุกข์นั้นได้หรือไม่ เราโชคดีกว่าคนเหล่านั้นมากมายนัก คิดอย่างนี้แล้ว ผมก็ไม่ทุรนทุรายใจ เดาว่านี่คงจะเป็นวิธีตั้งสติแบบหนึ่ง
ความสุขเกิดจากการมีปัญญา และมีสติ ไม่ได้เกิดจากการวิ่งไล่ไขว่คว้าหาสิ่งต่างๆ มาบำเรอกิเลส
ขอบคุณค่ะ..แล้วจะมาอ่านอีกนะคะ
ความสุข แบบ KM.
ในบางกรณี ความสุขเกิดจากการเปรียบเทียบ เมื่ออากาศร้อนเรารู้สึกไม่สบาย พออากาศเย็นลง ก็รู้สึกสบายขึ้น ผมโชคดีที่เริ่มต้นชีวิตอย่างค่อนข้างลำบาก พอโตขึ้นชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ แต่บางครั้งก็ต้องเผชิญความยากลำบากบ้างเป็นครั้งคราว ในสภาพเช่นนั้น ผมก็จะบอกตัวเองว่า ตอนเด็กๆ เราลำบากกว่านี้มากมายนัก ทำไมเราจะทนความลำบากแค่นี้ไม่ได้ และความลำบาก หรือคับแค้นใจนี้เป็นเพียงชั่วคราว มีคนอื่นอีกมากมาย ที่เขาลำบากยิ่งกว่านี้ โดยที่เขามองไม่เห็นทางออกเลยว่าจะพ้นทุกข์นั้นได้หรือไม่ เราโชคดีกว่าคนเหล่านั้นมากมายนัก คิดอย่างนี้แล้ว ผมก็ไม่ทุรนทุรายใจ เดาว่านี่คงจะเป็นวิธีตั้งสติแบบหนึ่ง
ความสุขเกิดจากการมีปัญญา และมีสติ ไม่ได้เกิดจากการวิ่งไล่ไขว่คว้าหาสิ่งต่างๆ มาบำเรอกิเลส
พ่อครูบาครับ ผมต้องเป็นตามที่พ่อครูบาให้ได้ในเร็ววันตอนนี้กำลังฝึกอยู่