KM.จากจ้าวยุทธจักร สคส.       

การเรียนรู้ด้วยตนเอง  เรียนรู้คนเดียวโดด ๆ เป็นเรื่องยาก   มีวิธีเรียนรู้ที่ง่ายกว่าคือ การรวมตัวกันเรียนรู้เป็นกลุ่ม   เรียนรู้จากการนำเอาความรู้ไปปฏิบัติ   ต่างคนต่างคิดหาวิธีปฏิบัติ   แล้วนำเอาประสบการณ์จากการปฏิบัติมา ลปรร. กันในกลุ่ม   มีการจดบันทึกเพื่อให้การเรียนรู้เกิดความต่อเนื่อง   กระบวนการนี้เรียกว่าการจัดการความรู้ (KM)

         เป็นที่รู้กันว่า  KM ที่ได้ผลดีต้องการความเป็นอิสระ   ความเป็นตัวของตัวเอง   ปลอดจากความครอบงำจากภายนอก

         แต่ที่เป็นอยู่ชาวบ้านถูกครอบงำจากภายนอกอยู่ตลอดเวลา   โดยเฉพาะหน่วยราชการและพรรคการเมือง   ที่มักเข้าไปจัดประชุมชาวบ้านและแจกเงินค่าเบี้ยประชุม   จนกลายเป็นวัฒนธรรมว่าถ้าจะให้ชาวบ้านมาประชุมต้องแจกเงิน

         ชาวบ้านส่วนใหญ่สับสนระหว่างการรวมตัวกันเรียนรู้เพื่อตัวเอง   กับการไปประชุมตามที่หน่วยราชการหรือพรรคการเมืองเรียกประชุม   ซึ่งมีเป้าหมายและธรรมชาติต่างกันแบบคนละขั้ว

         ผมจึงฟันธงว่า  หน่วยราชการและการที่นักการเมืองหาเสียงกับชาวบ้านเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของชาวบ้าน   ทำให้เกิดการครอบงำ  เกิดการแจกเงินจนชาวบ้านติดนิสัยรับแจก   ไม่ติดนิสัยเรียนรู้อย่างรู้เท่าทัน

         ถ้าชาวบ้านจะเรียนรู้ตลอดชีวิต   ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของชาวบ้านและต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้ที่เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน