เถียงนา, เป็นหนึ่งในความทรงจำอันมากมายที่เกิดขึ้น และดำเนินไปอย่างไม่รู้จบในชีวิตของผม ซึ่งในช่วงหน้าแล้งนั้น ผมมีโอกาสได้สัญจรไปยังที่ต่าง ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง และไม่หลงลืมที่จะแวะลงบันทึกภาพของ “เถียงนา” มาเก็บไว้เป็นภาพเตือนใจ – เตือนชีวิตของตนเอง
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่เคยลืมความเป็น “เด็กบ้านนอกขอบชนบท” ของตนเอง ชีวิตของผมวิ่งเล่นและเติบโตมาจากทุ่งนาป่าโคก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> 


</p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในสมัยที่เรียนมัธยมต้นนั้น ในทุกวันศุกร์และวันเสาร์ผมจะไปนอนค้างคืนที่เถียงนาของตนเองซึ่งตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน โดยมีภารกิจหลักคือการนอนเฝ้าฝูงวัวในคอกที่อยู่ใต้ถุนของเถียงนาหลังใหญ่ บางค่ำคืนผมพามิ่งมิตรมานอนค้างเป็นเพื่อน เราก่อไฟทำอาหาร, ตำส้มตำ, ตำแตง กินกันอย่างเอร็ดอร่อย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แรกเริ่มก็รู้สึกกลัวต่อความมืดอยู่มาก ครั้นผ่านพ้นค่ำคืนนั้นไปได้ ความกลัวดังกล่าวก็มีอันมลายหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ… </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะว่าไปแล้ว, เถียงนา ก็เป็นเสมือนงานสถาปัตยกรรมอย่างหนึ่งของชาวนาก็ว่าได้ หากแต่เป็นงานสถาปัตยกรรมที่ไม่มีต้นทุนในการปลูกสร้างที่มากมายนัก วัสดุเศษไม้ หรือท่อนไม้เนื้อแข็งหยาบ ๆ ที่หาได้ตามหัวไร่ปลายนาก็สามารถนำมาทำเป็นเสาได้ ขณะที่หลังคาก็มุงด้วยฟาง, ใบไม้, หญ้าคา หรือไม่ก็สังกะสีเก่าโทรมสนิมเกรอะที่ปลดระวางแล้ว ก็ถือว่าเป็นวัสดุหลังคาชั้นเยี่ยมของเถียงนาเลยทีเดียว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ในอีกมุมหนึ่งของชีวิต, เถียงนาก็เป็นเสมือนบ้านอีกหลังของชาวนาเหมือนกัน ชาวนาจะสร้างเถียงนาเป็นที่พักพิงชั่วคราวในห้วงของฤดูกาลแห่งการไถหว่าน … </p><p></p><p>
</p><p>
</p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมจำได้อย่างแจ่มชัดว่า เถียงนาในหน้าฝนดูจะมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ข่า, ตะไคร้, ผักอีตู่, กระถิน, มะเขือ , พริก, มะละกอ, สะเดา, ชูช่อใบออกหมากออกผลรายรอบเถียงนา กองไฟถูกก่อขึ้นเพื่อการหุงหาอาหารยังคงโชยเปลวแสงวูบวาบอยู่ใต้ถุน ผ้าขาวม้าผืนยาวผูกโยงจากเสาหนึ่งสู่อีกเสาหนึ่งเป็นเปลให้ลูกตัวน้อยได้นอนพัก – หลับรอ พ่อและแม่ที่กำลังก้มหน้า หลักขดหลังแข็งปักดำอยู่กลางสายฝน …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่เถียงนาในหน้าแล้งที่ผมพานพบกลับมีสภาพที่แตกต่างไปจากเถียงนาในหน้าฝนอย่างสิ้นเชิง แต่นั่นก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมดาสามัญที่พบได้ เพราะหน้าแล้งเช่นนี้ ชาวนาแทบไม่มีกิจวัตรใดจะลงทุ่งไปประกอบการกสิกรรม เถียงนาจึงเหมือนถูกปล่อยทิ้งให้เคว้งคว้าง, ต้านแดดลมอย่างเปลี่ยวดาย หลังคาถูกเปลวแดดอันเริงแรงบดขยี้จนแห้งกรอบ บางส่วนแหว่งโหว่ไปตามแรงลมพัด, เสาหลายต้นเอนโอนโยกคลอน, บันไดทรุดพัง, ตุ่มน้ำบนเถียงแห้งขอดและแตกกระจาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เถียงนาในหน้าแล้งจึงเป็นแค่ที่พักริมทางของคนสัญจรผ่าน เป็นที่พักหลบแดดของเด็กเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเท่านั้นเอง หรือแม้แต่กลายเป็นที่มั่วสุมของบรรดาหนุ่ม ๆ ที่คะนองเดชเสพยาและของมึนเมา ก็มักยึดเอาเถียงนาเป็นฐานที่มั่นประกอบกิจอันไม่สร้างสรรค์ โดยไม่ยินดียินร้ายต่อสายตาอันดีงามของสังคม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p></p><p>ครั้งหนึ่งในวัยแรกหนุ่ม, ก่อนที่พ่อ, พี่ชายและเพื่อนบ้านจะยกเสาเถียงนาหลังใหม่ที่เคลื่อนจากหัวนามาสู่ปลายนา ผมได้ยินพ่อบอกเล่ากับพี่ชายว่า การสร้างเถียงนาต้องไม่หันหน้าไปยังทิศตะวันตก เพราะถือว่าเป็นทิศ “ผีตาย” เป็นข้อขะลำเตือนใจให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตและท้องทุ่ง เพาะปลูกคราใดก็จะเป็นผลบุญหนุนส่งให้สามารถเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ได้อย่างอุดมสมบูรณ์ </p><p></p><p>เถียงนาในหน้าแล้ง, ยังคงหยัดยืนอยู่กลางทุ่งโล่งอันแห้งแล้ง เถียงนาหลายหลังตั้งอยู่บนพื้นที่สูง (อีสานเรียก “โนน”) หรือไม่ก็ตั้งแนบแอบชิดกับต้นไม้ใหญ่ พึ่งพิงกิ่งก้านใบของต้นไม้เป็นร่มเงาอีกชั้นของหลังคาอันกร้านแดด </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เถียงนาในหน้าแล้งของวันนี้ยังคงดูเงียบเหงาเหมือนที่เคยเป็นมาอย่างยาวนาน .. เป็นความเงียบเหงาที่คงอยู่และดำเนินไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อถึงหน้าฝนโน่นแหละ ความเปลี่ยวเหงาเหล่านี้จึงจะบอกลาไปจากเถียงนาและทุ่งแล้ง พร้อม ๆ กับการมาเยือนของฤดูกาลแห่งชีวิตและการปักดำอย่างหนักหน่วงของผู้คน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พนัส ปรีวาสนา,</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นฤดูฝน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สารคาม, 50</p>
เมื่อต้องเดินทาง มักจะชอบดูเถียงนาค่ะ เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของแต่ละท้องถิ่น เพิ่งทราบว่าเค้าไม่ให้หันหน้าไปทิศตะวันตก แต่ด้านไหนเป็นด้านหน้าของเถียงนาละคะ ที่พักชายนา เอ ภาคอื่นๆ เค้าเรียกที่พักแบบนี้ว่าอะไรกันบ้างคะเนี่ย
สวัสดีครับ
ด้านหน้าของเถียงนาก็คือด้านที่มีบันไดพาดผ่านนั่นแหละครับ , แต่ช่วงหน้าแล้ง ส่วนใหญ่ที่บันทึกภาพมาได้ บันไดจะชำรุดเสียหายไปหมดแล้ว ซึ่งเชื่อว่า ตอนต้นฝนเช่นนี้ เจ้าของที่นาคงซ่อมแซมแล้วกระมัง เพราะไหน ๆ ก็ย่างเข้าฤดูการทำนาอย่างเต็มตัวแล้วนะครับ ขืนปล่อยไว้ก็ไม่มีบันไดให้ไต่ขึ้นไปบนเถียงนาเป็นแน่
ส่วนกรณีชื่อของเถียงนานั้น ผมก็ไม่ใคราแน่ใจนัก ภาคใต้เรียก ขนำ, ภาคกลางเรียกโรงนา หรือเปล่าครับ แต่คำว่าเถียงนาก็ใช้กันกว้างขวางเลยทีเดียวนะครับ
สวัสดีค่ะ
ใช่ค่ะ ทางภาคกลาง ใช้ว่า โรงนาค่ะ เคยไปคลุกคลีกับชาวนาสุพรรณอยู่พักหนึ่ง ได้ความรู้อะไรอยู่บ้างต่ะ
ขอบคุณมากครับ.. <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><div class="content"><p>ผมไม่ค่อยได้พบเห็นโรงนาของภาคกลางนัก แต่ตอนนี้มีกล้องติดตัว ไปไหนมาไหนก็คงสะดวกที่จะบันทึกภาพตามอำเภอใจของตนเองแล้ว..</p></div><p></p>
แวะมาเพิ่มเติมเรื่องชื่อของเถียงนา อีกสัก 2 ชื่อครับ
- ห้างนา
- กระท่อมปลายนา
ตอนนี้นึกออกแค่นี้แหละครับ
สวัสดีครับ น้องสายลม <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ไปหลายคน, พอมีคนเถียงก็คงนอนไม่หลับกระมัง…</p><p>ตามที่ศึกษามา การสร้างเถียงนา ต้องแกล้งให้คนสองคนไปยืนเถียงกันเสียงดัง ๆ อยู่บริเวณที่จะปลุกสร้างนะ … เขาบอกว่าภูตผี ที่อยู่ตรงนั้นจะได้ตกใจเตลิดหนีไปไกล ๆ จากนั้นจึงจะสามารถขุดหลุมลงเสาและปลูกสร้างเถียงนาได้ตามที่ต้องการ</p>
สวัสดีครับ คุณแผ่นดิน
การบรรยายถ้อยคำประกอบภาพพื้นถิ่น ท้องนาของคุณแผ่นดินเห็นแจ่มชัดดีจัง ชอบครับ
แต่"เถียงนา"ที่เห็นในภาพ แถวถิ่นบ้านผมเขาเรียกกันว่า"ขนำ" ..คงไม่ต้องบอกนะว่าผมอยู่ถิ่นไหน...แหะๆ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยือน ครับผม
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนเช่นกันนะครับ …</p><p>ขนำ ที่ภาคใต้รูปทรงเป็นยังไงบ้างครับ … ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสไปภาคใต้เลย นับครั้งได้ก็ราว ๆ 3 ครั้ง ส่วนใหญ่เห็นแต่สวนยาง..และท้องทะเล ..</p><p>ขอบคุณครับ</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>มุมหนึ่งของสังคม ณ มุมนี้..ถ้าจะดิ้นรน ก็คงแต่เฉพาะการดิ้นรนต่อสู้กับดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ</p><p>เสียดายจัง… ห้าง (นา) ไม่มีของขาย แต่มีน้ำใจแบ่งปัน , กันฟ้ากันฝนได้เป็นอย่างดี ครับ..</p>
สวัสดีครับ น้องสายลม <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>น่าอิจฉาเวลาคุณภาพในพื้นที่คุณภาพเช่นนั้นจังเลย สำหรับพี่นานและนานมากแล้วที่ไม่เคยได้ไปกินข้าวบนเถียงนา..เฮฮา ตามประสาคนคุ้นเคยกับผองเพื่อนและญาติมิตร</p><p>ช่วงฝนนี้ เชื่อว่าเถียงนาหลายที่กลับมามีชีวิตชีวาอย่างมากมาย กระนั้นพี่เองก็ยังไม่ได้ลงทุ่งเลยนะครับ</p><p> </p>
พอพูดถึงเถียงนาก็อดคิดถึงสมัยเด็กๆไม่ได้ สิ่งที่ปรารถนาที่สุดคือได้นอนนา ในช่วงเวลาเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ชอบมากๆ พอแสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง ความร้อนเริ่มหดหายไปและมีความเย็นเข้ามาแทนที่ ความเงียบสงบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่มันไม่น่ากลัวเลยสักนิดสำหรับผม มันกลับดีซะอีก อากาศกำลังสะบาย มีเสียงกบ เขียดและแมลงร้องแข่งกันให้ฟัง ไม่ผิดอะไรกับการฟังเพลงโอเปร่าของคนไฮโซ แต่ผมโชคดีกว่า ที่ไม่ต้องไปซื้อตั๋วราคาแพงๆทุกสิ่งทุกอย่างที่ฟรีหมดเถียงนาเปรียบดั่งโรงละคร สัตว์ทั้งหลายเสมือนนักร้องนักดนตรี เราคือแขก VIP.จะนั่งฟังนอนฟังก็ได้ บรรยากาศก็แสนหวานอาหารก็เลิศรส ฝีมือกุ๊กมือ 1 ของโลก(แม่ผมเอง) ว่าแล้วก็อยากจะกลับบ้านไปนอนนาซักคืนสองคืนเน๊าะ ....แต่หน้าที่การงานบังคับทนอีกหน่อยละกันต้องมีสักวันที่ผมจะกลับไปนออนนาให้ได้...................สายเลือดชาวนา
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมค่ะ มาเขียนไปแล้วรอบนึง แต่เน็ตรวน นึกว่าบล็อกนี้มีอาถรรพ์ อิๆ เห็นเถียงนาก็ยิ่งคิดฮอดบ้านค่ะ คิดถึงบรรยากาศที่สุดคลาสิคนั้น
ประโยชน์ของเถียงนา
หน้านาเอาไว้ทานเข้าเช้า เที่ยง และ นอนกลางวันก่อนจะลงนาในตอนบ่าย
หน้าฝนหลังปักดำเอาไว้นอนใส่เบ็ดในนาข้าว
หน้าเก็บเกี่ยว เอาไว้นอนเฝ้าลอมข้าว นอนนา ใต้หนู เล่นว่าวธนู
หน้าแล้ง เอาไว้พักเวลาออกไปเลี้ยงควาย
เอาไว้เก็บค่าตํง เมื่อมีผีการพนันมาเล่นโบก
แล้ว เป็นที่เอาผู้สาวออกยามมีหมอลำ
ฯลฯ
สวัสดีค่ะ
*แวะมาเยี่ยมทุ่งนา
* เห็นภาพนี้แล้วคิดถึงวัยเด็กค่ะ
* ต้นไม้ใหญ่ๆ ชอบปืนขึ้นไปกินนอนบนนั้น หิวก็ลงไปงมหอยในหนองน้ำมาย่างกินกัน...บ่ายๆ เย็นๆ ก็ได้เวลากลับบ้าน...หนีโรงเรียนไปเที่ยวทุ่งนากันค่ะ..
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับ... yamol
ในช่วงเวลาเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ชอบมากๆ พอแสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง ความร้อนเริ่มหดหายไปและมีความเย็นเข้ามาแทนที่ ความเงียบสงบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่มันไม่น่ากลัวเลยสักนิดสำหรับผม มันกลับดีซะอีก อากาศกำลังสะบาย มีเสียงกบ เขียดและแมลงร้องแข่งกันให้ฟัง ไม่ผิดอะไรกับการฟังเพลงโอเปร่าของคนไฮโซ แต่ผมโชคดีกว่า ที่ไม่ต้องไปซื้อตั๋วราคาแพงๆทุกสิ่งทุกอย่างที่ฟรีหมดเถียงนาเปรียบดั่งโรงละคร สัตว์ทั้งหลายเสมือนนักร้องนักดนตรี เราคือแขก VIP.จะนั่งฟังนอนฟังก็ได้
ผมอ่านข้อความเหล่านี้ในระยะแรกๆ ประทับใจและอึ้ง จนไม่รู้จะเขียนตอบด้วยถ้อยคำใดดี จึงทิ้งเลยให้ล่วงมาจนบัดนี้เลยทีเดียว...
ผมชอบคำเปรียบที่ว่าเถียงนา..เป็นดั่ง "โรงละคร" ..มาก มันชัดเจนและเปรียบเปรยได้อย่างมีชีวิต และสื่อให้เห็นสัมพันธภาพ และเรื่องราวอันงดงามที่ปราศจากการปรุงแต่ง และสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องแลกซื้อด้วยเงิน
ในช่วงที่เรียนมัธยมต้น..
ทุกวันศุกร์-เสาร์ ผมกับเพื่อนจะนอนเฝ้าฝูงวัวที่เถียงนาปลายทุ่ง ห่างหากครัวเรือนหลังสุดท้ายพอสมควร ปลายทุ่งใกล้ๆ เถียงนา เคยเป็นที่เผาศพคนมาก่อน-บรรยากาศวังเวงจับใจ
เรามีกิจกรรมกันต่อเนื่อง ทั้งตำแตง, ตำส้ม, ร้องเพลง, บันทึกเสียงเอง รวมถึงทำการบ้านกันที่นั่น ไม่เคยหลบไปมั่วสุมกันที่ไหน ถึงแม้วัยรุ่นส่วนใหญ่จะตระเวนไปจีบสาวตามหมู่บ้านต่างๆ ..พวกเราก็ไม่ใคร่สนใจเท่าไหร่..
ยิ่งเป็นหน้าหนาว,
บรรยากาศยิ่งประทับใจ กองฟางและกองไฟ เป็นทางออกที่ดีของการ "นอนนา" ยิ่งได้ไก่มา "อบฟาง" สักตัว ยิ่งช่วยเติมสีสันให้กับชีวิต
ทุกวันนี้ ภาพชีวิตเหล่านี้ ชัดเจนเสมอ...
ในฤดูฝน นอนฟ้าเสียงฟ้าคำรามลั่นทุ่ง.. กบเขียดร้องระงมอย่างครึกครื้น เสียงฝนกระทบหลังคาเถียงนาราวกับดนตรีร็อคก็ไม่ปาน
ทั้งหมดนั้น ผมยืนยันได้ว่า ผมเติบโตมาจากท้องไร่ท้องนา, โดยแท้..
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ narumon6
ขึ้นจากนาค่ำๆ ..กินข้าวเย็นที่เถียงนาแล้วค่อยเดินกลับบ้าน หรือไม่ก็อาบน้ำตามแปลงนา-
สวัสดีครับ..ลูกอีสาน
ประโยชน์ของเถียงนา
หน้านาเอาไว้ทานเข้าเช้า เที่ยง และ นอนกลางวันก่อนจะลงนาในตอนบ่าย
หน้าฝนหลังปักดำเอาไว้นอนใส่เบ็ดในนาข้าว
หน้าเก็บเกี่ยว เอาไว้นอนเฝ้าลอมข้าว นอนนา ใต้หนู เล่นว่าวธนู
หน้าแล้ง เอาไว้พักเวลาออกไปเลี้ยงควาย
เอาไว้เก็บค่าตํง เมื่อมีผีการพนันมาเล่นโบก
แล้ว เป็นที่เอาผู้สาวออกยามมีหมอลำ
ยอมรับเลยว่า ทั้งหมดนั้น ถอดบทเรียนจากชีวิตจริงโดยแท้กระมังครับ โดยเฉพาะ...เรื่องหลังนั้น มีหลายคู่เลยแหละที่ลงท้ายด้วยการต้องขอขะมาลาโทษผู้ใหญ่ ตบแต่งกันตามครรลอง...
จะให้เรียกว่า ประโยชน์ของเถียงนา..ก็ไม่ผิดจริงๆ...
ยิ้มๆ..