สวัสดีครับ... yamol

ในช่วงเวลาเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ชอบมากๆ พอแสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง ความร้อนเริ่มหดหายไปและมีความเย็นเข้ามาแทนที่ ความเงียบสงบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  แต่มันไม่น่ากลัวเลยสักนิดสำหรับผม มันกลับดีซะอีก อากาศกำลังสะบาย มีเสียงกบ เขียดและแมลงร้องแข่งกันให้ฟัง ไม่ผิดอะไรกับการฟังเพลงโอเปร่าของคนไฮโซ แต่ผมโชคดีกว่า ที่ไม่ต้องไปซื้อตั๋วราคาแพงๆทุกสิ่งทุกอย่างที่ฟรีหมดเถียงนาเปรียบดั่งโรงละคร สัตว์ทั้งหลายเสมือนนักร้องนักดนตรี เราคือแขก  VIP.จะนั่งฟังนอนฟังก็ได้

ผมอ่านข้อความเหล่านี้ในระยะแรกๆ  ประทับใจและอึ้ง จนไม่รู้จะเขียนตอบด้วยถ้อยคำใดดี  จึงทิ้งเลยให้ล่วงมาจนบัดนี้เลยทีเดียว...

ผมชอบคำเปรียบที่ว่าเถียงนา..เป็นดั่ง "โรงละคร" ..มาก  มันชัดเจนและเปรียบเปรยได้อย่างมีชีวิต และสื่อให้เห็นสัมพันธภาพ และเรื่องราวอันงดงามที่ปราศจากการปรุงแต่ง และสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องแลกซื้อด้วยเงิน

ในช่วงที่เรียนมัธยมต้น..
ทุกวันศุกร์-เสาร์  ผมกับเพื่อนจะนอนเฝ้าฝูงวัวที่เถียงนาปลายทุ่ง  ห่างหากครัวเรือนหลังสุดท้ายพอสมควร  ปลายทุ่งใกล้ๆ เถียงนา เคยเป็นที่เผาศพคนมาก่อน-บรรยากาศวังเวงจับใจ

เรามีกิจกรรมกันต่อเนื่อง  ทั้งตำแตง, ตำส้ม, ร้องเพลง, บันทึกเสียงเอง  รวมถึงทำการบ้านกันที่นั่น  ไม่เคยหลบไปมั่วสุมกันที่ไหน  ถึงแม้วัยรุ่นส่วนใหญ่จะตระเวนไปจีบสาวตามหมู่บ้านต่างๆ  ..พวกเราก็ไม่ใคร่สนใจเท่าไหร่..

ยิ่งเป็นหน้าหนาว,
บรรยากาศยิ่งประทับใจ  กองฟางและกองไฟ เป็นทางออกที่ดีของการ "นอนนา"  ยิ่งได้ไก่มา "อบฟาง"  สักตัว  ยิ่งช่วยเติมสีสันให้กับชีวิต

ทุกวันนี้  ภาพชีวิตเหล่านี้ ชัดเจนเสมอ...
ในฤดูฝน นอนฟ้าเสียงฟ้าคำรามลั่นทุ่ง.. กบเขียดร้องระงมอย่างครึกครื้น  เสียงฝนกระทบหลังคาเถียงนาราวกับดนตรีร็อคก็ไม่ปาน

ทั้งหมดนั้น ผมยืนยันได้ว่า  ผมเติบโตมาจากท้องไร่ท้องนา, โดยแท้..

ขอบคุณครับ