ความน่าพึงใจที่เห็นคนหนุ่มสาวยังยึดมั่นและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมพื้นถิ่นของตนเอง โดยไม่รู้สึกว่าวัฒนธรรมของตนเอง “ด้อย” ไปกว่าวัฒนธรรมใด ๆ
   

แกลมอ ..บอกตามตรงในชีวิตของผม,    ผมไม่เคยได้ยินคำ ๆ นี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย  กระทั่งในวันนั้น (3  พฤษภาคม)  นิสิตเรียนล่วงหน้า กลุ่มที่  7  ได้แสดงแสงยานุภาพทางการแสดง  โดยเลือกเอา  แกลมอ   มาแสดงบนเวทีนั่นแหละ  ถึงได้รู้  ได้เห็นกับตาว่าเป็นเช่นไรกันแน่ !

 

 

 

แต่การแสดงในวันนั้นต้องถือว่า เหนือความคาดหมาย  อย่างที่สุด   ตลอดระยะเวลาที่การแสดงดำเนินไปนั้น   ผู้คนที่นั่งชมต่างเงียบงันราวกับต้องมนต์   ส่วนหนึ่ง (เพียงไม่กี่คน)  อดรนทนไม่ไหวถึงขั้นขออนุญาตลุกเดินออกไปจากบริเวณงาน  เพียงเพราะหวาดกลัวต่อบรรยากาศที่เกิดขึ้น...

 

 

 

และก่อนการแสดงเพียงไม่กี่วัน   ผมก็พอทราบมาบ้างว่า   กลุ่มนี้ทุ่มเทกายและใจต่อการแสดงเป็นอย่างมาก   เริ่มจากการคัดสรรนางรำที่มีทักษะ,   การทำความเข้าใจในเรื่องเนื้อหาการแสดงกับเพื่อน ๆ  รวมถึงการเดินทางกลับไปยัง จ.สุรินทร์  เพื่อนำชุดแต่งกายจากบ้านเกิดมาสวมใส่ให้ดูสมจริง

 

   

นั่นแหละ  คือ  สิ่งที่ผมประทับใจ, ประหลาดใจ  และถือเป็นปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายเกินกว่าที่ผมตั้งไว้อย่างลิบลับ

 

 

 

    

 

แกลมอ   เป็นวัฒนธรรมพื้นถิ่นของชาวอีสานตอนล่างที่สืบเชื้อสายมาจากขอม    ส่วนใหญ่ก็คือคนเมืองช้าง (สุรินทร์)  นั่นเอง   ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วย  โดยการเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมาเป่าปัดรักษาอาการเจ็บไข้ของลูกหลาน  รวมถึงการขอความช่วยเหลือผ่าน แม่หมอ  (คนทรง)  ในการไต่ถามถึงสาเหตุของการเจ็บไข้สู่แนวทางการบำบัดรักษา

 

 

    

ในพิธีกรรมดังกล่าวนี้   จะต้องมีการตระเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ให้ครบครัน อาทิ พานบายศรี,  ดอกไม้ธูปเทียน,  เงินทองของใช้, เสื้อผ้าหน้าแพร ของประดับ,  ดาบ 1  เล่ม,  ไข่ไก่ 1 ฟอง,  หมากพรู  เป็นต้น

 

 

    

ในเย็นวันนั้น,   นิสิตได้ผูกเรื่องราวขึ้นจากการที่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งล้อมวงดื่มสุราฮาเฮอย่างถึงพริกถึงขิง   ครั้นเมาได้ที่ก็เดินไปปัสสาวะอย่างไม่เป็นที่เป็นทาง    ซึ่งการปัสสาวะครั้งนั้นกลับกลายเป็นการไปฉี่รดศาลพระภูมิของชุมชน   และทันทีที่กลับมานั่งในวงเหล้า   ก็ล้มชักดิ้นชักงอหมดสติลงอย่างรวดเร็ว   ทั้งพ่อแม่และเพื่อน ๆ  ต่างช่วยกันปฐมพยาบาลอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นคืนสติเลยแม้แต่น้อย  จึงต้องพาไปให้   แม่หมอ  ได้ใช้พิธีกรรม  แกลมอ  ช่วยเหลือ  ทั้งการสอบถามสาเหตุและการนำไปสู่การบำบัดรักษา

 

 

     

 

แม่หมอ   เริ่มต้นพิธีกรรมด้วยการอัญเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมาเข้าประทับร่างทรงของตนเอง  และเมื่อร่างกายของแม่หมอถูกประทับทรงเป็นที่เรียบร้อยก็จะมีอาการสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง  จากนั้นผู้คนก็จะห้อมล้อมเข้าไปผูกข้อมือให้แม่หมอ   พร้อมทั้งแจ้งเจตนารมณ์ให้ทราบว่าต้องการสิ่งใด  และเมื่อแม่หมอได้ดื่มกินเครื่องเซ่นสังเวยเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จะลุกขึ้นร่ายรำไปรอบ ๆ  เครื่องสังเวย  รวมถึงการร่ายรำไปรอบ ๆ  คนที่ล้มป่วยไม่ได้สติ  

 

 

 

 

 

เวลาผ่านไปได้สักระยะ    เมื่อแม่หมอมีท่าทีของการรับรู้ถึงสาเหตุของการเจ็บไข้ที่แน่ชัดแล้ว  ก็เริ่มเข้าสู่พิธีกรรมรักษาคนป่วยด้วยการร่ายรำปัดรังควานจนช่วยให้คนป่วยฟื้นคืนสติและในที่สุดก็หายเจ็บไข้เป็นปลิดทิ้ง   จากนั้นจึงได้นำพาเจ้าหนุ่มคะนองคนนั้นไปขอขมาลาโทษต่อศาลพระภูมิ  ซึ่งนำพาความปลื้มปิติมาสู่ผู้คนและญาติมิตร

 

     

ตลอดการแสดงของนิสิต,  ไม่เพียงแต่เฉพาะผมเท่านั้นที่นั่งชมอย่างตั้งอกตั้งใจ  แต่นิสิตทั้งปวงก็นิ่งเงียบ   ใจจดใจจ่ออย่างไม่ไหวติง, ไม่แพ้กัน

 

 

    

บรรยากาศที่ถูกจัดแต่งด้วยแสงไฟอันสลัว ๆ  กอปรกับควันธูปที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนเวทียิ่งชวนให้บรรยากาศการแสดงดูขรึมขลัง -  น่าเกรงกลัวไปโดยปริยาย   ยิ่งดนตรีที่โหยหวนและนางรำที่กรีดกรายอย่างเนิบช้า   ยิ่งเติมบรรยากาศให้ชวนวังเวงใจอย่างเหลือหลาย..

 

 

       

 

นั่นเป็นแต่เพียงบรรยากาศที่เกิดขึ้นในเวทีแห่งความคิดของนิสิตใหม่   ซึ่งผมไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะมุ่งมั่นและจริงจังกับ บทเรียน  ที่ให้ไปมากมายถึงเพียงนี้   และโดยส่วนตัวแล้ว    ผมค่อนข้างให้เครดิตการแสดงของกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะหัวเรือใหญ่ที่สามารถขับศักยภาพของวิถีวัฒนธรรมของตนเองออกสู่ผองเพื่อนได้อย่างมีพลัง

 

 

 

   

ปรากฏการณ์เช่นนี้   คือความน่าพึงใจที่เห็นคนหนุ่มสาวยังยึดมั่นและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมพื้นถิ่นของตนเอง  โดยไม่รู้สึกว่าวัฒนธรรมของตนเอง ด้อย  ไปกว่าวัฒนธรรมใด ๆ   เพราะนั่นคือการสะท้อนให้เห็นถึงว่า   นิสิตท่านนั้น  มีศรัทธาอันแรงกล้าต่อรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเองอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

 

 

 

ผมยังไม่มีเวลาและโอกาสได้ค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธี  แกลมอ  แต่ก็ตั้งใจว่าจะศึกษามาประดับชีวิตตนเองในไม่ช้า   และจะว่าไปแล้ว แกลมอ  ก็ละม้ายคล้ายเคียงกับการรำผีฟ้า  ของชาวอีสาน    ซึ่งต่างก็เป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมของการบำบัดรักษาผู้ป่วย  เพียงแต่แกลมอ  จะสัมพันธ์กับการบนบานศาลกล่าวในโอกาสต่าง ๆ  และดวงวิญญาณของบรรพบุรุษก็จะคอยทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาชาวบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุขด้วยก็เท่านั้นเอง    

 

แล้วท่านล่ะครับ    เคยพบเห็นพิธีกรรมเช่นนี้บ้างหรือเปล่า  ?

 

 

 

 

 หรือหากท่านใดมีความรู้ในเรื่องดังกล่าวนี้  คงต้องรบกวนให้ความกรุณา  ต่อยอดความรู้แก่ผม  ในบันทึกนี้สักครั้ง... (จะเป็นพระคุณอย่างสูง..นะครับ)