หากเอาการท่องเที่ยวชุมชนเป็นธุรกิจแล้วละก็ น่าเป็นห่วงชุมชนครับ

เช้าวันจันทร์ที่สดใส ที่เชียงใหม่

ได้รับการติดต่อจาก มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น  เชิญให้เข้าร่วมประชุม ตามโครงการ"พัฒนามาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Home Stay) "ที่ทาง สกว.สำนักงานภาคส่วนของการท่องเที่ยว และ องค์กร REST. ร่วมกับทางมหาวิทยาลัย พัฒนามาตรฐาน Home Stay ขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับชุมชน ความเป็นจริง และสามารถยอมรับได้

งานนี้มีภาคีเข้าร่วมหลากหลาย ทั้งหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอนชมรมธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ภาครัฐ มหาวิทยาลัยต่างๆ ในภาคเหนือ พร้อมกับภาคชุมชนเข้ามาร่วม ระดมความคิด

ซึ่งประเด็นนี้ตรงใจผมมาก ก็อึดอัดมาหลายปีกับ เรื่อง "Home stay"วันนี้คงมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนประเด็นนี้กันอย่างจริงจัง

ค่ำคืนหนึ่ง ที่ผมไปพักโฮมสเตย์กับพี่น้องลาหู่ บ้านจะแลเชียงราย

ด้วยกระแสการท่องเที่ยวที่เป็นกระแสแรงในขณะนี้และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ก็เช่นเดียวกันเป็นการท่องเที่ยวทางเลือกที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆเพราะเป็นการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้และได้มากกว่าการท่องเที่ยวที่ให้ความสนุกแต่เพียงอย่างเดียว

นิยามที่หลากหลาย ของ Home stay  ทำให้แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวระดับชุมชนเปลี่ยนแปลงไป home stay ก็มีหลากหลายและทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ภายใต้ชื่อโฮมสเตย์แทบทั้งสิ้น...

แล้วนิยามจริงๆคือ อะไร???นิยามคงต้องชัดเจนก่อนครับ

นิยาม Home stay ที่ผมเห็นว่า ครอบคลุมและถูกต้อง น่าจะเป็น

การมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แบบสังคมชนบท เป็นจุดขายที่สำคัญ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ การจัดกิจกรรม ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท จึงเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน และเป็น ตลาดการท่องเที่ยวทางเลือกในท้องถิ่น ที่ไม่ใช่คู่แข่งในเชิงพาณิชย์ ในพื้นที่ที่มีโรงแรม รีสอร์ต จึงไม่ถือว่าเป็นการประกอบการที่พักเชิงธุรกิจ

อย่างไรก็ตามนิยามที่สับสนที่แต่ละบุคคล หน่วยงาน ตั้งนิยามต่อ Home stay ก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์พัฒนาที่หลากหลาย คนละทิศ คนละทาง กลุ่มที่ทำงานด้านมาตรฐานhome stay ก็ค่อนข้างหนักใจที่จะใช้มาตรฐานเข้าไปจับ ไปวัด

ถึงแม้วันนี้จะคุยเข้มข้นลงเฉพาะ Home stay แต่ผมก็คิดว่า พูดถึงเรื่องนี้ ก็หมายถึง การท่องเที่ยวโดยชุมชน ในความหมายที่ไม่แตกต่างกัน Home stay ก็เป็นหนึ่งในนั้น เกี่ยวเอานิยามการท่องเที่ยวโดยชุมชนไว้หมด

ส่วนมาตรฐานของ Home stay มีความเห็นว่าควรปรับรื้อใหม่ ให้ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับวิถีความเป็นจริงมากขึ้นเพราะนักท่องเที่ยวแสวงหาความเป็นจริงที่เป็นธรรมชาติ ...เวทีมาตรฐาน จึงจะมีเวทีที่สอง สาม ต่อไปอีก...

มีความเห็นที่ผมนำเสนอในเวทีนี้ และ ทางกลุ่มธุรกิจก็แย้ง ขึ้นมาทันใด!!!!

ในเรื่อง การทำให้การท่องเที่ยวเป็นธุรกิจ และรายได้หลักของชุมชน

ในวันนี้ผมไม่เชื่อว่า ชุมชนจะทำธุรกิจการท่องเที่ยว และ ให้การท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก เพราะพื้นฐานของคนไทยคืออาชีพเกษตรกรรม นั่นคืออาชีพหลัก อาชีพอื่นรองมาก็น่าจะเป็นอาชีพเสริม

เมื่อไหร่ก็ตามที่การท่องเที่ยวรุกคืบเข้าไปในชุมชน ชุมชนต้องจัดการให้ได้ และเท่าทัน แต่ไม่ได้หมายความว่าชุมชนต้องทำธุรกิจ...ชุมชนไม่ทันกลุ่มธุรกิจข้างนอกที่แฝงตัวมาเป็น แนวร่วมเพื่อกอบโกยผลประโยชน์อย่างแน่นอน

 

วิถีชีวิตลาหู่ ที่รองรับการท่องเที่ยว "เต้นจะคึ"

ในวันนี้ผมจึงคิดว่าเรา ยังไม่พร้อมเรื่อง ธุรกิจ กับ ชุมชน ในด้านการท่องเที่ยว

ผมมองเรื่องของการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาชุมชนมากกว่า ครับ เป็นเครื่องมือที่สำคัญเลยทีเดียวสอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวทางเลือกที่เป็นอยู่ขณะนี้

การท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่มีการจัด Home stay น่าจะเป็นอย่างไร ???(ในความคิดผม)

  • ·       เป็นการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับวิถีมนุษย์ที่ชอบรวมตัวเป็นสังคม
  • ·        ไม่ใช่ธุรกิจ เป็นการท่องเที่ยวทางเลือก
  • ·        เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน
  • ·        เป็นเพียงอาชีพเสริม
  • ·        เป็นไปเพื่อการเรียนรู้และแลกเปลี่ยน
  • ·        เป็นไปเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต

ส่วนประเด็น เป็นอาชีพหลักนั้น ผมก็คิดว่า ไม่น่าจะเป็นแนวคิดที่เราตั้งเป้าไว้ นักธุรกิจกับนักพัฒนาจึงมองไปคนละเป้าหมาย...ซึ่งก็ไม่แปลก การมองกำไร ขาดทุน เป็นเรื่องของโลกทุนนิยมอยู่แล้ว ผมไม่ปฏิเสธ แต่หากเอาการท่องเที่ยวชุมชนเป็นธุรกิจแล้วละก็ น่าเป็นห่วงชุมชนครับ