ในนิตยสาร open  ฉบับตีพิมพ์ออนไลน์ วันที่ 2 เม.ย 2550  

คุณ วินทร์ เลียววาริณ เขียนตอบคุณ ปราบดา หยุ่น ไว้ในคอลัมน์ ความน่าจะเป็น ว่า 

"น่าแปลกที่ผมชอบเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กมากกว่า [กรุงเทพฯ] ไม่ใช่เพราะดัดจริตชอบของนอก (แปลก! ใครชอบของนอกต้องหาว่าดัดจริตไว้ก่อน)

แต่มันมีส่วนผสมของด้านมืดและด้านสว่างที่ค่อนข้างลงตัวกว่า มีศูนย์การค้า แต่ก็มีพิพิธภัณฑ์ โรงละคร แหล่งศิลปะ มีโรงหนังที่ฉายหนังทุกประเภท ตั้งแต่ทั้งหนังฮอลลีวู้ด หนังอินดี้ หนังเก่า ไปจนถึงหนังกำพร้าโดยเท่าเทียมกัน นี่กระมังที่ผมว่ากรุงเทพฯขาดไป นั่นคือความสมดุล" 

(ขีดเส้นใต้เพื่อเน้นเพิ่มเติม โดยผู้เขียน)

อ่านบทความฉบับเต็ม เรื่อง NPC (No Problem City) ได้ที่นี่ค่ะ (คลิก)  
--------------------------------------------------------------- 

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ถ้าแต่ละเมืองมีควมหลากหลาย (diversity) มีตัวเลือก อาจจะดีกว่าเมืองที่พยายามเปลี่ยนให้ทุกคนคิดเห็น ชอบอะไรเหมือนๆกัน (เช่น ให้ทุกคนนับถือศาสนาเดียวกัน ห้ามนำภาพยนตร์ที่ผู้นำคิดว่า "ไม่ดี ไม่ถูกต้อง" มาฉาย)

งานเขียนของคุณวินทร์ เปรียบความสมดุลระหว่าง ความมืด ความสว่าง เป็นการแบ่งขั้วเป็น 2 ขั้ว (dichotomy) ซึ่งก็เป็นวิสัยของคนเราจริงๆซะด้วย

แต่จะเป็นไปได้ไม๊ว่า ความสมดุลไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นระหว่างขั้วสองขั้ว แต่เป็นการจัดการกันเองของความหลากหลายมากกว่า 2 ขั้วในระบบ

  • รัฐบาลบุชพูดว่า ถ้าท่านไม่อยู่ข้างเรา สนับสนุนการทำสงคราม แปลว่าท่านอยู่ข้างผู้ก่อการร้าย - จริงๆคนที่ไม่เข้าข้างทั้งสองฝ่ายก็มีถมไป?
  • ฝ่ายที่ไม่เข้าข้างคนที่คุณปราบดาเรียกว่า "คนหน้าด้านในต่างแดน...[ที่]ยังคงให้สัมภาษณ์อวดอ้างมั่วๆแก้เหงาปากไปเรื่อยๆ" ก็มีหลายกลุ่มนัก ไม่ได้เข้าข้างคุณสนธิ (ลิ้ม)ไปซะทุกคน

 

เป็นไปได้ไม๊ ถ้าเรามาช่วยกันส่งเสริม มุมมองที่มองเห็น "ความหลากหลาย" โดยที่ไม่แบ่งเป็นแค่ 2 ขั้ว อะไรๆอาจดีขึ้น จริงอยู่หลายๆอย่างในโลกแบ่งเป็นสองขั้วแล้วมันเข้าใจง่าย แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่แบ่งได้มากกว่านั้น หรือ ไม่ต้องแบ่งเลย เป็น oneness ไป เป็น spectrum ไป

- มีร้อน หนาว แล้วก็อุ่น

- มีมืด สว่าง แล้วก็สลัวๆ หรือไฟกระพริบๆ

- มีขาว มีดำ มีเทาอ่อน เท่าแก่ 

  • มีห้างสรรพสินค้าใหญ่โตที่ขายถูก แต่ เอาเปรียบพนักงานและแรงงานเด็ก มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่ขายแต่ของท้องถิ่นของปลอดสารพิษ แล้วก็มีร้านโชว์ห่วยในชุมชน แล้วก็ยังมีชาวสวนที่ขายของโดยตรงไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางไม่ต้องขึ้นห้าง
  • มีโรงหนัง hollywood มีโีรงหนังอินดี้ มีโรงหนังที่ฉายหนัง hollywood เก่าๆเลยขายตั๋วถูกได้มาก มีที่เช่าวีดีโอหนังหาง่าย มีที่เช่าวีดีโอหนังหายาก
  • มีพิพิธภัณฑ์ pop art จ๋า หรือ ศิลปะ classic สมัยอื่นๆ มีงานโชว์ภาพถ่าย มีการแสดงงานศิลปะของมือสมัครเล่นตามผนังร้านกาแฟ 

ผู้เขียนมั่นใจพูดได้เต็มปากว่าคุณวินทร์เป็นคนที่มองโลกได้ลึกซึ้งและเข้าใจโลกมากๆคนหนึ่ง (หลังจากที่ชื่นชอบและติดตามงานเขียนมานาน)  แต่ขนาดคุณวินทร์ก็ยังอดเปรียบโลกกับความมืด ความสว่างไม่ได้ (ผู้เขียนก็เช่นกันค่ะ การทำงานของ สมองและประสบการณ์ที่สะสมมาของคนเรามันมักจะพาไปคิดแบบนั้นจริงๆ)

  • ความมืด ความสว่าง
  • ความดี ความชั่ว
  • ถูก ผิด

มันแบ่งให้เป็นสองขั้วชัดๆยากเหลือเกินนอกซะจากมันจะ มืดสนิท ชั่วสนิท ผิดทั้งหมด  จริงอยู่สถานการณ์ที่ เห็นจะๆว่า "สนิท" "ทั้งหมด" "สมบูรณ์" นั้นก็มีจริงๆในโลก แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป

อย่าง body กับ mind

แบ่งแค่ 2 แล้ว งง ฝรั่งหาคำตอบกันมานาน ว่า อะไรคือ mind อะไรคือ consciousness แต่ถ้าแบ่งเป็น 5 กอง แล้วมองต่อเป็นช่วง เป็นกระบวนการแบบขันธ์ 5 ก็จะเข้าใจและนำไปใช้ได้!  

.............................. เออ.............

จบไม่ลงค่ะ  ไม่อยากเขียนต่อไปเรื่องปรัชญามากเกินไป เอาเป็นว่าขอจบด้วยคำถามที่ว่า

  • เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะมองโลกให้มากกว่าแค่ 2 ขั้ว 
  • หรือโลกมันมีสองขั้วๆจริงๆ (เหนือ กะ ใต้)!!! เพราะฉะนั้น ยังไงคนเราก็ต้องแบ่งโลกเป็นสองฝ่าย
  • แล้วเอาไงต่อดี เขียนเอง งงเอง ขอความช่วยเหลือให้ผู้อ่านช่วยเขียนต่อละกันค่ะ
ขอจบดื้อๆแบบนี้หล่ะค่ะ : )