<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อสองสามวันก่อนมีการคุยเรื่องการสอนแบบ “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” และหลายท่านได้ใช้วิธีไม่สอนหรือสนับสนุนการเรียนรู้ แต่กลับปล่อยให้ผู้เรียนคุยกันเอง สรุปกันเอง นำเสนอ แล้วอาจารย์ก็คอยเสนอแนะบ้างแบบผิวเผิน ที่ไม่มีเนื้อหาอะไรมากนัก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเลยสงสัยว่าที่อาจารย์ท่านนั้นทำอยู่นั้น ใกล้เคียงกับ “การศึกษาตามอัธยาศัย” มากกว่า การเรียนแบบ “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ที่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามวัตถุประสงค์และศักยภาพของผู้เรียน โดย “ผู้อำนวยการเรียนรู้” แทบไม่ต้องทำอะไร ที่เป็นการสนับสนุน “การเรียนรู้”</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่จริงเราต้องทำทุกอย่างอย่างพร้อมเพรียงไว้ให้ “ผู้เรียน” เลือกเรียน และคอยสนับสนุนในทุกกระบวนการเรียนรู้ ทุกขั้นตอน </p> โดย “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้” ที่เขาต้องการ (และจำเป็น) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่ตรงข้ามกับ “ผู้สอนเป็นศูนย์กลางของการแจกจ่ายความรู้”</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และผมยังรู้สึกว่าเรายังไม่ค่อยเข้าใจว่า “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” นั้นน่าจะเป็นอย่างไร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และความสับสนในการสนับสนุนตรงนี้ก็อาจเกิดจาก </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรในกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน และ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในเรื่องอะไร </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal">o การหาสิ่งที่จะเรียน หรือ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal">o กระบวนการเรียนรู้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พอผู้สนับสนุน หรือคุณอำนวยไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ (และอาจปะปนกันกับบางมุมของ “การศึกษาตามอัธยาศัย”) ก็เลยไปยึดในบางมุมของประเด็นของผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยเฉพาะการปล่อยให้ผู้เรียน “การหาสิ่งที่จะเรียน” ด้วยตนเอง และละเลยการเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ในมุมของ “กระบวนการเรียนรู้” ที่น่าจะเป็นเป้าหมายที่เป็นหลักและสำคัญกว่า </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นี่เป็นมุมมองของผมครับ ที่เห็นว่า “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” นั้น ควรมีการสนับสนุนกระบวนการเรียนทุกรูปแบบ ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจ และตั้งใจเรียน แล้ววัดผลการเรียนที่การเรียนรู้ของผู้เรียนจริง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไม่ใช่แค่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· วัดการมีส่วนร่วม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· วัดโดยกระดาษเปื้อนหมึก โดยเฉพาะการพิมพ์จากเครื่องพิมพ์นั้น ผมพบว่าเป็นการ copy & paste เท่านั้น และบางทีก็ให้คนอื่นทำให้ แต่ใส่ชื่อตัวเอง (หรือว่าผู้สอนก็ยังทำเหมือนกัน?????)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ควรวัดที่การพัฒนาการทางความคิด ความรู้ ความเข้าใจของผู้เรียนเป็นหลัก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่อาจทำได้ทั้ง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· การทำรายงานจากโจทย์ที่ไม่สามารถคัดลอกมาจากที่ไหนได้ เป็นแบบของตนเองเท่านั้น จะเขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ก็ไม่แตกต่างกัน แต่การพิมพ์จะอ่านง่ายกว่า หรือถ้าส่งเป็น digital file จะตรวจสอบการลอกกันได้ง่ายมากขึ้น ทำได้ทั้งนักศึกษาจำนวนมากเกิน ๑๐๐ คน หรือ จำนวนน้อยก็ได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· การสังเกต และสัมภาษณ์รายบุคคล ในกรณีมีนักศึกษาไม่มากนัก เช่นไม่เกิน ๓๐ คน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมยินดีรับฟัง และขอทราบความเห็นต่างมุมครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่เราจะได้ช่วยกันแต่งเติมให้ระบบการศึกษาเราไปถูกทางมากขึ้นครับ</p>
การสนับสนุนการเรียนรู้แบบ “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง”
เราต้องทำทุกอย่างอย่างพร้อมเพรียงไว้ให้ “ผู้เรียน” เลือกเรียน และคอยสนับสนุนในทุกกระบวนการเรียนรู้ ทุกขั้นตอน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ศิริลัคนา เปี่ยมศิริ · 14 มี.ค. 2550
มลทิพย์ · 14 มี.ค. 2550
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 14 มี.ค. 2550
จารุวัจน์ شافعى · 14 มี.ค. 2550
Anek Thanonghan · 14 มี.ค. 2550
มณฑล สรไกรกิติกูล (Monthon Sorakraikitikul) · 14 มี.ค. 2550
วิธีประเมินการเรียน การสอนที่ดีที่สุดก็คือ
ให้เขียนแผนการสอนลงในบล็อกนี่แหละ
ถ้าทำจริงผมคิดว่า สังคมยินดีช่วยเหลือ ช่วยแนะนำแบบไมตรีจิต ดีกว่าทุกวิธีที่ทำอยู่เดี๋ยวนี้ ลองให้ครูบาอาจารย์แต่ละคน ส่งงาน เสนองาน รวมทั้งทำความดีความชอบทุกระดับ ทำผ่านบล็อกมาให้ดูทีเถิด ดีกว่าจะไปอบรมแบบลิงหลอกเจ้ามากนัก
เรื่องผู้เรียนเป็นศูนยฺกลาง เป๋ไปเป็น ผู้เชี่ยวชาญโหลๆเป็นศูนย์กลาง แล้วละครับผ๊ม!!
เห็นด้วยกับความเห็นของ อ.แสวงครับ
การสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง ใช้แผ่นใสหรือพาวเวอร์พอยต์บรรยายหน้าชั้นลูกเดียว ง่ายที่สุด (ส่วนใหญ่ก็ทำกันแบบนั้น) แต่การสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ครูต้องทำงานหนักตั้งแต่เริ่มคิดจะสอนเลยว่า เมื่อไม่บรรยายแล้วจะทำอย่างไร (บางคนงงทำไม่เป็นเอาเลย)
ผมคิดว่าเราน่าจะปรับปรุงระบบการเรียน ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แล้ว ผลลัพธ์ก็จะออกมาเองแหละครับว่า คนที่เรียนจบมาสอนก็จะทำเป็น
แต่เราจะเริ่มตรงไหน ตอนไหน เท่านั้นแหละครับ
การเรียนรู้โดย “ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ที่มาฮิตติตลมบนในช่วงที่มีการปฏิรูปการศึกษา และมีพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.2542 และจับครูไปอบรมไม่รู้กี่ครั้งตามนโยบาย จนครูทั้งหลายเริ่มไม่แน่ใจว่าดีต่อสภาวะการณ์ปัจจุบันนี้จริง ๆ หรือเพราะที่ผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็ไม่ได้ดีขึ้น เด็กยังคิดวิเคราะห์ไม่เป็นจากการประเมินของ สมศ.เด็กไม่ผ่านทั้งประเทศ ยิ่งเป็นผู้มีคุณธรรมก็แย่ ถูกหลอกได้ง่ายและหลงในวัตถุ ไม่ว่าครูหรือผู้จัดการเรียนรู้ก็ยังไม่เข้าใจดีเท่าที่ควร หรือเพราะไม่เหมาะสมกับสังคมไทย(อันนี้พูดไม่ได้นะครับเพราะเดี๋ยวถูกหาว่าขวางการปฏิรูปการศึกษา) เพราะหลักและทฤษฎีการจัดการเรียนรู้มีมากมาย ใคร(ครู)คนไหนที่เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ไม่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางก็จะถูกว่าถูกดูถูกดูแคลนว่าเป็นครูพันธุ์เก่า ไม่เป็นมืออาชีพ ครูเก่า ๆ ก็ได้แต่น้อยใจ ตั้งแต่การเรียนรู้ที่มีมาแต่โบราณจากวัดที่พระท่านเป็นคนบอกสอนก็ทำให้เด็กวัดเป็นนายกรัฐมนตรีมีคุณธรรม ไม่คดโกงได้เหมือนกัน ก็ไม่เห็นจะต้องพูดว่าสอนโดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ผู้คนที่เกิดจากผลิตผลในยุคสมัยนั้น(ดร.หลายท่านก็ได้เป็น รมต.ในสมัยนี้แหละ)ก็เป็นคนดีมีคุณธรรม อ่านออก เขียนได้ คิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ผมก็มีความเห็นอย่างนี้หละครับท่านอาจารย์
อาจารย์ ดร. แสวงหายไปร่วมสองสัปดาห์ได้แล้ว ... คิดถึงนะครับ แต่ก็ทำให้ผมได้มีเวลากลับมาทบทวนบล็อกที่ผมไม่ได้อ่าน เพราะหายไปเนื่องจากงานยุ่งเช่นกัน
เห็นบล็อกนี้แล้วอดไม่ได้จริงๆ ครับ
ผมขอเสนอสามประเด็นในมุมมองอาจารย์มหาวิทยาลัยนะครับ
หนึ่ง ผมคิดว่านักศึกษาหวังว่าครูต้องสอน ครูไม่สอน คือครูขี้เกียจ เอาเปรียบ ไม่เตรียมตัว
สอง ครูไม่สอน ไม่เป็น คือทำได้แต่สอน ผมไม่แน่ใจว่ารากฐานความคิดและสัญลักษณ์ที่่ว่าครูคือผู้รู้นี้ ย้อนกลับไปได้ไกลแค่ไหน เริ่มตั้งแต่เราเรียนกันในวัดหรือไม่ เพราะเราเคารพครู ครูเลยมีทุนทางสัญลักษณ์ที่ต้องแบกไว้ว่าเป็นผู้รู้ ไม่รู้แล้วน่าอาย พอให้ครูมาเป็นผู้อำนวยการ ก็เลยทำตัวกันไม่ถูก
สาม ประเด็นนี้ผมเถียง ส่วนใหญ่เถียงกับตัวเองครับ ว่าถ้ามองว่าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นธุรกิจ (ซึ่งก็เป็นจริงๆ ยอมรับกันซะดีๆ) ผมสงสัยว่า ใครคือลูกค้า? ผมมองอย่างนี้นะครับ บริการที่สถานศึกษาจัดให้คือความรู้ ซึ่งพิสูจน์ในตลาดด้วยปริญญา หลายแห่งเลยลักไก่ขายปริญญาซะอย่างนั้น เรื่องนี้ผมยังคงต้องเถียงกับตัวเองต่อไป
การเรียนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเป็นเรื่องท้าทายมากครับ โดยเฉพาะในบริบทของครูไทย ที่น่าเบื่อก็คือการเหมารวม การแห่ตามกระแสของผู้มีอำนาจน่ะครับ เห็นว่าดีก็เอาเลย ใช้เลย ไม่เคยได้เตรียมตัวเตรียมคน มันก็เลยลักลั่นแบบนี้