...เอ้าผักหวาน สวย สวย กองละ 10 บาทจ้า เสียงแม่ค้าในตลาดสดเทศบาล 1 มุกดาหารเชิญชวนผู้ที่มาจับจ่ายตอนเย็นวันหนึ่ง เอามาจากไหนครับ ผู้เขียนถาม ..ช่วงเด็กนักเรียนว่างๆก็ขึ้นไปเก็บบนภูมาขายค่ะ..แม่ค้าตอบ หน้านี้เป็นหน้าผักหวานมีแม่ค้ามากกว่า 10 รายนั่งขายทั้งแบบกองเล็กๆ กองใหญ่ๆ ทั้งใส่ใบตองห่อไว้ และใส่ถุงพลาสติก พร้อมที่จะให้ผู้ซื้อหิ้วกลับบ้านได้ 

 

 ยิ่งฝนแรกตกลงมาอย่างนี้ผักหวานป่าแตกใบอ่อน ขนาดยังเล็กมากอยู่เลย มีดอกมาด้วย นี่เองที่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ชาวดงหลวงว่าเมล็ดผักหวานป่าหายากยิ่งนัก เพราะเอาดอกมาขาย มากินหมด ก็ไม่มีเหลือให้ผสมพันธ์เป็นเมล็ดเพื่อขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป ผู้เขียนเห็นแล้วก็นึกว่า การเก็บผักหวานป่ามาขายเอาเงินนั้นรุกรานธรรมชาติมากเพียงใด  

   ยอดอ่อนผักหวานป่า 

                   ดอกผักหวานป่าที่ยังอ่อน

  การขยายพันธุ์ผักหวานป่าต้องเซียนเท่านั้น : เป็นที่รู้กันดีว่าการขยายพันธุ์มันยากเย็นมากนัก สหายธีระ บ้านโพนสว่างเป็นผู้หนึ่งที่บุกเบิกความรู้ด้านนี้จนเรียกได้ว่าเป็นผู้มีประสบการณ์มากที่สุดคนหนึ่งในดงหลวงและในเครือข่ายอินแปง ท่านได้สรุปกับผู้เขียนแบบคร่าวๆถึงโอกาสรอดของการขยายพันธุ์ผักหวานป่าดังนี้  

วิธีการ

% การรอดชีวิต

เหตุผลประกอบ

การเพาะเมล็ดพันธุ์ 70-80 ·       เป็นวิธีที่รอดชีวิตสูงสุด·       แต่เมล็ดพันธุ์หายากมากขึ้นทุกวัน·       ใช้เวลานานกว่าจะโตพร้อมที่จะเก็บใบอ่อนกินได้·       ต้องปลูกใต้ร่มไม้ใหญ่ หรืออยู่ในกลุ่มไม้ใหญ่
การตอน 20-30 % ·       ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์เท่านั้น เพราะต้องการเทคนิคเฉพาะสูงทีเดียว·       แต่เติบโตพร้อมจะเก็บใบอ่อนกินได้เร็วกว่าวิธีเพาะเมล็ดพันธุ์
ขุดเอาต้นอ่อนมาปลูก 5-10 % ·       โอกาสรอดน้อยมาก

  สหายธีระเริ่มตั้งแต่ออกจากป่ามาก็ทดลองตอนผักหวานป่าที่ริมเถียงนา 2 กิ่ง นำมาปลูกตายไป 1 เหลือ 1 ปีต่อมาตอน 3 กิ่ง นำมาปลูกตายไป 2 กิ่ง เหลือ 1 กิ่ง ปีถัดมาคราวนี้คิดการใหญ่เตรียมวัสดุการตอนพร้อมจึงขึ้นภูทำการตอน ที่ภูไก่เขี่ย 300 กิ่ง ภูวัดดอย 200 กิ่ง ผลปรากฏว่าไม่ได้สักต้นเดียว 

 

                                        สหายธีระเซียนผักหวานป่า

            การตอนผักหวานป่า

จึงสรุปบทเรียนว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น  ปีถัดมาจึงเอาใหม่ ตอน 30 กิ่งโดยใช้เทคนิคใหม่ได้ผักหวานออกรากที่ตอน 10 กิ่ง นำมาปลูกเหลือเจริญเติบโตเพียง 3 กิ่ง สรุปบทเรียนอีกว่าทำไม ก็พบว่า ต้องเลือกกิ่งที่มีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น อ่อนหรือแก่กว่านี้ไม่ได้  และการนำไปปลูกอิงไม้ใหญ่พี่เลี่ยงนั้นก็ต้องปลูกด้านตะวันออก เพื่อตอนบ่ายแสงแดดจัดร่มไม้ใหญ่จะช่วยบังแสงให้ และเมื่อปลูกลงหลุมแล้วไม่พอใจอยากย้ายไปปลูกที่อื่น ไม่ได้ ตายสนิท และ..... 

ลักษณะเฉพาะของผักหวานป่า: การนำเมล็ดผักหวานป่ามาปลูกก็ไม่ง่ายนัก เพราะหายากขึ้น และต้องเก็บเมล็ดที่ไม่แก่จัด ซึ่งการขึ้นไปเก็บในป่าต้องพอดีกับช่วงนั้นหากเร็วไป หรือเลยไปก็ไม่ได้ โอกาสการงอกก็ลดลงมาก เมื่อได้เมล็ดมาก็ต้องมีกรรมวิธีหลายขั้นตอนก่อนปลูก ต้นผักหวานป่ามีทั้งต้นตัวผู้และตัวเมีย ต้นตัวผู้นั้นหลังออกดอกแล้วก็จะไม่ติดเมล็ดจะล่วงหล่นหมด  แต่ต้นตัวเมียจะติดเมล็ด  ดอกของต้นผักหวานตัวเมียจะออกที่ลำต้นมีขนาดดอกยาวกว่า โตกว่า ส่วนดอกผักหวานป่าตัวผู้จะออกที่กิ่งฝอยหรือกิ่งแขนงมีขนาดเล็กกว่า ดอกผักหวานป่าตัวผู้นี้เก็บเอาไปกินได้ ราคาแพงมากถึง กิโลกรัมละ 300 บาทขึ้นไป   

 ต้นผักหวานป่าอายุ 20 ปีเศษ

  สหายธีระมีข้อสังเกตว่า ช่วง 3 ค่ำเดือน 3 ซึ่งเป็นวันตรุษโซ่นั้น หากหลังทำพิธีแล้วฝนตกลงมาผักหวานป่าจะทิ้งใบเกือบหมดต้นแล้วออกใบใหม่พร้อมดอกที่พร้อมเป็นเมล็ดเต็มต้นเลย  หากฝนไม่ตกใบจะล่วงลงน้อยกว่า แต่ก็แตกใบอ่อนเช่นกัน  

พ่อเวช ไชยเพชร กล่าวว่า รากผักหวานป่าแปลกมาก ไม่เหมือนรากพืชอื่นๆ มันจะมีรากใหญ่เพียง 1-3 รากที่ชอนไชไปใต้ผิวดินเท่านั้น ไม่ลงลึกเหมือนรากแก้ว มันเป็นพืชป่าและชอบที่จะขึ้นตามซอกหิน การชอนไชของรากผักหวานใต้ผิวดินนั้นพบว่ามีความยาวถึง 5-10 เมตรเลยทีเดียว และรากนี้บางทีก็แตกเป็นต้นอ่อนขึ้นมาบนผิวดินพร้อมโตเป็นต้นใหม่ด้วย เมื่อระบบรากเป็นอย่างนี้ การปลูกจึงไม่ต้องขุดหลุมลึกมาก  ชาวบ้านบางคนเลียนแบบธรรมชาติ โดยเอาหินมารองก้นหลุม หรือพ่อแสนเอาหินมาวางรอบๆต้นผักหวานป่า พ่อเวชกล่าวต่อไปว่า ศัตรูผักหวานป่าคือ จิ้งหรีด มันจะมากัดกินต้นอ่อนตาย หนอนบางชนิดมาเจาะลำต้น ด้วงบางชนิด และที่สำคัญ ปลวกดิน มันมากินผิวเปลือกลำต้นผักหวาน 

ผักหวานป่าเป็นพืช Sadism : เราเคยได้ยินชาวบ้านบอกบ่อยๆว่า ที่เผาป่าเพราะต้องการกินผักหวานป่า เพราะไฟป่าจะลวกลำต้นเหมือนเป็นการกระตุ้นให้มันรีบออกใบอ่อนเพื่อเตรียมการออกดอก ออกเมล็ด เพื่อขยายพืชพันธุ์ต่อไป  ความรู้นี้มีมานานแล้ว พ่อเวช ไชยเพชร ผู้นำไทบรูคนหนึ่งบอกว่า..บางทีผมก็เลียนแบบธรรมชาติ โดยจุดไฟกับฟางข้าวแล้วเอาไปรนต้น รนกิ่งมัน แล้วใบมันจะล่วงเกือบหมดแล้วก็แตกใบออ่นทันทีอีกไม่กี่วันถัดมา...   

ไข่มดแดงที่ชาวบ้านมักจะเอาไปประกอบอาหารพร้อมกับผักหวานป่า

สหายธีระกล่าวต่อไปว่า อาจารย์เห็นชาวบ้านเขาเก็บใบกระถินมากินไหม เขาเก็บอย่างไรอาจารย์ลองบอกซิ เอ้าก็ต้นกระถินมันอ่อนก็โน้มกิ่งมันลงมาแล้วก็หักเอายอดอ่อนไป  อาจารย์รู้ไหมว่าหากโน้มกิ่งกระถินลงมาแล้วเอากรรไกตัดกิ่งไม้ไปค่อยๆตักยอดอ่อนกระถินลงมามันจะเป็นไง..มันจะไม่แตกใบอ่อนอีกครับ.. ผู้เขียนงง เราคนเมืองไม่เคยสังเกตธรรมชาติของมันเลย ดีแต่กินมัน..

นี่คือเรื่องจริง ผักหวานป่าเหมือนกัน อย่าสงสารมันโดยการเอากรรไกรไปบรรจงเก็บใบอ่อน กลัวมันจะช้ำ  อย่า ให้หักเอาเลยแม้ว่ากิ่งมันจะเหนียวกว่ากระถินก็ไม่ต้องสงสารมัน หักเอาโลด...แล้วมันจะรีบแตกใบอ่อนใหม่  หากไปบรรจงเก็บใบอ่อนมัน เสร็จมันไม่แตกใบอ่อนเลยครับ..  

สหายธีระย้ำข้อเท็จจริงนี้ แถบอธิบายตามความเข้าใจของหมอป่าว่า การหักมันเหมือนการสร้างแรงสะเทือนแก่ต้นมัน  หากไปเก็บอย่างทนุถนอมนั้นมันไม่ได้สร้างแรงสะเทือนแก่ต้นมันครับ  เมื่อพ้นฤดูใบอ่อนแล้วชาวบ้านยังเก็บใบที่ไม่แก่มากมาย่างไฟกินกับป่น แซบ..หรือเอามาผัดน้ำมันเปล่าๆกินก็ได้ พ่อเวชทิ้งท้ายว่า รู้ไหมว่าเอาใบผักหวานไปผัดน้ำมัน น่ะ มันไม่สุกนะ วิธีทำให้สุกคือเอาไปลวกหรือต้มใบผักหวานก่อนแล้วจึงเอามาผัด มันจึงสุก...

สุดยอดจริงๆผักหวานป่านี่ เซียน หรือครูผักหวานป่าที่ดงหลวงคือสหายธีระและพ่อแสน วงษ์กระโซ่ พ่อเวช ไชยเพชร และอีกหลายท่านที่ไม่เปิดเผยนาม