(32)
การรู้เท่าทันการสื่อสาร : โลกในบ้าน กับ โลกนอกบ้าน
ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าดิฉันชอบ(และรัก)คนที่มีจิตใจละเอียดอ่อน อ่อนโยน มีความเป็นมิตร รู้จักคิดถึงใจผู้อื่น มีจิตใจดี และมีน้ำใจงาม
และดิฉันก็มักจะฝึกเด็กๆให้มีนิสัยเช่นนั้น.... ทั้งๆที่รู้ว่าการอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงข้างนอกนั่น เด็กๆต้องมีเครื่องมือป้องกันตัวที่เข้มข้นกว่านี้นับสิบนับร้อยเท่า
เรียนตรงๆว่าดิฉันกลัวเหลือเกินว่า ถ้าสอนให้เขาจิตใจดี มีน้ำใจงาม เขาอาจถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนที่ไม่เห็นคุณค่าของน้ำใจ และจิตใจที่ดีงาม คือจนบัดนี้ก็ยังหวั่นๆอยู่เสมอ
ดิฉันจึงย้ำกับเด็กๆเสมอว่า “อย่าเชื่อครูเป็นอันขาด” เพราะสิ่งที่ดิฉันสอนอาจไม่เข้ากับปริบทชีวิตของเขา ขอเขาให้ดูให้ดี และคิดให้ดีก่อนที่จะทำอะไรลงไป เพราะโลกนี้มีคนหลายจำพวก เมื่อต้องไปพบคนหลากหลายจำพวก ก็ต้องหาวิธีรับมือกับคนเหล่านั้นให้ได้ด้วย
อย่าเชื่อครู แปลว่าเขาต้องมีวิธีคิด มีวิจารณญาณ ที่จะวินิจฉัยไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ คิดให้ดีเสียก่อนที่จะเชื่อครู
สามารถกล่าวให้ดูดีมีระดับขึ้นมาอีกหน่อยว่า ดิฉันตั้งใจสอนให้เด็กๆเป็นคนดี...ที่ฉลาดและรู้เท่าทันการสื่อสารด้วย
เรียนตรงๆอีกทีว่า ถึงแม้จะบอกแล้วบอกอีกไปเช่นนี้ ดิฉันก็ยังคงห่วงกังวล เหมือนแม่ที่กลัวว่าภัยจะมาถึงตัวลูก กล่าวอย่างเปิดเผยได้ว่าดิฉันพอจะเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่....โดยที่ยังไม่ต้องเป็นแม่คน! และยังหวังลึกๆอยู่เสมอ ว่าขอให้เด็กๆได้พบแต่สิ่งที่ดี...
แต่หากเขาจำต้องพบสิ่งที่เป็นภัยแก่ชีวิตที่ดีงาม ก็ขอให้พวกเขารู้เท่าทันการสื่อสาร มีจิตใจเข้มแข็ง มั่นคง มีวุฒิภาวะ มีความสามารถที่จะรับมือกับสถานการณ์อันแตกต่างหลากหลายในชีวิตได้อย่างดี
เป้าหมายของการฝึกนิสัย ก็เพื่อให้เป็นคนดีโดยจิตใจเนื้อแท้ ดิฉันตั้งใจมุ่งมั่นของดิฉันเช่นนี้ แต่ดิฉันยังเขียนอย่างนี้ในแผนการสอนไม่ได้ เพราะไม่รู้จะเอาอะไรเป็นตัวชี้วัด ก็เลยได้แต่วัดและชี้เอาตามใจตัวอยู่จนถึงทุกวันนี้
.......................................................................
ปรับเพิ่มเติมจาก เว็บไซต์วิชาการด็อตคอม กระทู้ การรู้เท่าทันการสื่อสาร (Communication Literacy) ความเห็นที่ 50 (14 ธ.ค. 2549)
ขอบคุณค่ะ อ.ลูกหว้า ดิฉันเคยตอบโพสติ้งประเด็นนี้ ขออนุญาตยกมาตอบอีกครั้งนะคะ
"ดิฉันก็อยากให้เด็กๆเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา และเห็นด้วยกับ อ.ลูกหว้าอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมมองหนึ่ง การที่ดิฉันสอนเน้นย้ำเรื่องความมีน้ำใจ การนึกถึงแต่ผู้อื่นก่อนตนเองอยู่เสมอ การคิดถึงใจผู้อื่นและการไม่ทำร้ายจิตใจใคร จนอาจเกินพอดีไปนั้น (คือไม่ทราบว่าจะเกินพอดีไปหรือยังนั้น)
ก็ทำให้ดิฉัน "กลัวไปเอง " ว่าเด็กบางคนที่เขาจิตใจดีจริงๆ(อยู่แต่เดิม ไม่ใช่เป็นเพราะดิฉันสอน)และไม่เคยคิดทำร้ายใครทั้งกาย วาจา ใจ แต่ลืมนึกถึงการรู้เท่าทันการสื่อสาร ก็อาจจะเสียใจเมื่อเห็นความจริงอีกชุดหนึ่ง...ว่าหากยอมให้ถูกเอาเปรียบได้ ก็จะอาจจะถูกเอาเปรียบจนถึงที่สุด หากยอมให้ถูกเบียดเบียนได้ ก็อาจถูกเบียดเบียนจนถึงที่สุด จนในที่สุดเขาอาจจะไม่นึกอยากทำดีอีก
ดิฉันรักพวกเขาและอยากให้เขาพบแต่สิ่งดี ก็เลยทำให้กลัวไปเอง และห่วงไปเองอย่างนี้นะคะ..."
พอตอบไปอย่างนี้ เพื่อนๆดิฉันก็บอกว่าเป็น "คนแก่คิดมาก" อ่ะค่ะ ... ...เฮ้อ...! :)