GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Book tag (1) : บันเทิงเริงใจกับหนังสือในดวงใจของข้าพเจ้า

ตลอดห้วงชีวิตที่ผ่านมา ผมเชื่อมั่นเสมอว่า หนังสือ เป็นเสมือนพันธมิตรทางปัญญา ทุกครั้งที่อ่านหนังสือก็ราวกับได้ท่องสวนดอกไม้อันรื่นรมย์

หลังจากที่คุณ ตาหยู     ให้เกียรติ Book tag   ต่อผมตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์  จากนั้นผมก็แวะวนเข้าออกมุมหนังสือและตู้หนังสือตนเองแทบทุกวัน  เลือกเฟ้นหนังสือที่รักและชอบอยู่เป็นนาน  แต่กลับพบว่าหนังสือหลายเล่มเร้นกายหายตน-ซุกซ่อนตัวอยู่มุมใดก็ไม่รู้ ... ผมภาวนาว่าอย่าหายนะ  และบัดนี้ก็ยังค้นหากันไม่เจอ ! (ฮือ ๆ)

 

ก่อนหน้านี้,  ใครต่อใครก็นำเสนอหนังสือที่แน่นด้วยสาระและวิชาการมากมายแล้ว  ลองแวะมาเยี่ยมเสพสวนหนังสืออันรื่นรมย์ของผมบ้างนะครับว่าเป็นเช่นไร   , เชิญครับ....    

 

 

1.   ทุ่งมหาราช :  รื่นผู้เป็นนักรักและนักสู้แห่งคลองสวนหมาก (นครชุม)

 

หลายท่านมองว่า  ทุ่งมหาราช   เป็นนวนิยายรักธรรมดาทั่วไปที่ เรียมเอง (มาลัย ชูพินิจ) แต่งขึ้นในช่วงปี 2497  แต่ในทางสังคม นวนิยายเรื่องนี้ได้สะท้อนภาพสังคมของตำบลคลองสวนหมาก หรือนครชุมในปัจจุบันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะห้วงเวลาที่ชุนชนประสบภัยธรรมชาติและโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวิถีชีวิตการค้าไม้และอื่น ๆ  อย่างน่าสนใจ  จึงเรียกได้ว่านวนิยายเรื่องนี้ได้ทำหน้าที่บันทึกภาพทางสังคมยุคหนึ่งของเมืองไทยไว้อย่าง เนียนงาม 

ขณะที่ตัวละครเอกของเรื่อง คือ รื่น  ก็เป็นแบบฉบับของผู้นำที่เก่ง ทระนง ไม่ก้มหัวให้อุปสรรคและความไม่ชอบธรรม เด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง  มีน้ำใจต่อผองมิตร รวมถึงการเป็น นักรัก   ที่มักมีหญิงสาวมาหลงรักและพลีกายใจเป็นของรื่นอย่างไม่มีเงื่อนไขของการพันธนาการใด ๆ  เพราะต่างก็ รู้สึกราวกับว่า     รื่นเป็นทุ่งกว้างที่ใคร ๆ ก็ปรารถนาเข้ามาพึ่งพิง  

 

ฉบับพิมพ์ ครั้งที่ 3 :  (2513)  ราคา 40 บาท โดย สนพ. ก้าวหน้า  (ซื้อเก็บเมื่อ 31 ธ.ค. 2537)  

นี่คือบางห้วงตอนของเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่ารื่นเป็นที่รักและปรารถนาของหญิงสาว หรือแม้แต่สะท้อนภาพความเป็น ชายหลากรัก  ว่า

  

          ในโลกนี้มีเมียข้าคนเดียว คือ เอ็ง สุดใจ  ผู้หญิงอื่น ๆ นอกนั้นเพียงแต่ผ่านเข้ามาในชีวิตข้าแล้วก็ผ่านไป  บ้างเหมือนฝันดี บ้างเหมือนฝันร้าย เป็นเพียงอารมณ์ชั่วแล่น  เกิดแล้วก็หาย  ไม่มียืดเยื้อจีรังอะไรเหมือนความรักเอ็ง

เป็นไงครับ...  ถ้อยคำเหล่านี้ยุติธรรมกับ ความเป็นหญิง  มาก น้อยหรือไม่ อย่างไร ?

   

ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 : (2518) ราคา  40  บาท โดย สนพ. เกษมบรรณกิจ (ซื้อเก็บเมื่อ 26 ธ.ค. 2545)   

 

2.   เรื่องของจันดารา :  ภาพสะท้อนความรักและความใคร่ของครอบครัวที่ล่มสลายในความรัก

 

 

 

 

นานมาแล้ว  นวนิยายเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่อง ผิดศีลธรรม  แต่ผมก็อ่านนวนิยายเรื่องนี้ใน สมัยที่เรียนปริญญาตรี ( 2534) ,  อ่านก่อนที่นวนิยายนี้จะถูกนำกลับมาพิมพ์เผยแพร่ใหม่และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อันโด่งดังและอื้อฉาว, 

ในแวดวงวรรณกรรมได้วิจารณ์ ว่า นวนิยายเรื่องนี้ถือเป็นนวนิยาย อีโรติค  เรื่องแรกของไทย  รวมถึงการเป็นนวนิยาย เชิงจิตวิทยา   เรื่องแรกด้วยเช่นกัน   แต่กระนั้นก็ยังไม่เป็นที่สรุปอย่างชัดเจนว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ แต่ที่แน่ชัดก็คือ อุษณา  เพลิงธรรม   ได้สร้างนวนิยายเรื่องนี้ได้อย่างงดงาม  และตีแผ่แจกแจงความรักและความใคร่ของครอบครัวที่ขาดรักได้อย่างถึงแก่น รวมถึงการสื่อแนวคิดเรื่องผลกรรมของมนุษย์  โดยเฉพาะผลกรรมในทางโลกีย์และศีลธรรม

 

ฉบับพิมพ์ คร้งที่ 2 :  (2520)  โดย สนพ. ประพันธ์สาส์น (ซื้อมาเก็บไว้เมื่อ 14 ธ.ค. 2542)

นี่คือถ้อยรำพันของจันที่หวนคิดได้ในบั้นปลายที่ไม่สามารถจะมีบริบทแวดล้อมอันเต็มไปด้วยความรัก  มีคนรัก มีลูก มีหลานไว้ชื่นชมและพึ่งพา  ..

  

พอมาตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะใช้มันเพื่อให้ต้องตามวัตถุประสงค์เพื่อการสืบพันธุ์  ผมก็ต้องใช้มันแบบผิด ๆ  อีก  ผิดทั้งตัวบุคคล..และผิดทั้งธรรมจริยา  เพราะต้องข่มขืนเอา  และผลของมันก็ช่างสาสมกับความผิดของผมนี่กระไรเลย  ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะทารุณจิตใจเท่าผลกรรมในครั้งนี้

   

3. เพื่อนแพง   :  นิยายรักบริสุทธิ์สามเศร้าแห่งท้องทุ่งอันเศร้าสะเทือนใจ

 

เพื่อนแพง  เป็นนวนิยายขนาดสั้นที่แต่งโดย ยาขอบ   ผู้ซึ่งในวงวรรณกรรมไทยยกย่องว่าเป็นนักเขียน ที่ไม่เคยเขียนหนังสือล่วงเกินผู้หญิง  และมีประกายสำนวนอันหวานซึ้งแบบไทย ๆ พอ ๆ กับ ไม้เมืองเดิม (ที่ผมชื่นชอบ) 

ฉบับพิมพ์ ครั้งแรก : (2526)  ราคา 45  บาท  โดย สนพ. แสงแดด (ซื้อมาเก็บไว้เมื่อ 18 ธ.ค. 37) 

นี่คือ..เนื้อความที่ผมประทับใจเป็นที่สุดและมีกลิ่นอายความเป็น ไทยลูกทุ่ง  อยู่อย่างเต็มล้น  

ฉันไม่ได้รักพี่ลอ  เพราะพี่ลอไม่มีเจ้าของ  ฉันไม่ได้รักพี่เพราะเหตุอะไรทั้งนั้น  ฉันรักพี่เพราะว่าฉันเกิดมาสำหรับพี่  ถ้าเพื่อนเขาเป็นคนดี  แม้ว่าฉันตกไปเป็นน้อย  ใช้ฉันให้ไถนาอย่างควาย  ฉันก็ไม่ปริปาก  

  

ชาติหน้าฉันจะไปตกนรกร้อยกัลป์  แสนกัลป์อย่างไรนั่นยอมแล้ว  แต่ในชาตินี้  ในชาติที่ได้มาพบแพงก็จะขอเป็นผัวมัน  รักมันให้สมกับที่มันรักฉันให้จงได้

วาระนี้ขอขอบคุณ..คุณตาหยู ที่ทำให้ผมกลับไปรื้อค้นสำรวจตู้หนังสือตนเองหลังจากละเลยมาแสนนาน  และขออภัยที่นำเสนอบันทึกนี้ล่าช้านัก.... 

โปรดติดตามตอนต่อไป ..   และขออนุญาต Book tag   ไปยัง  อาจารย์ ปวีณา ธิติวรนันท์  นะครับ         

ผมชอบอ่านหนังสือในแนวบันเทิงคดีมากกว่าที่เป็นสาระวิชาการ  เพราะไหน ๆ ก็คร่ำเคร่งกับการงานมากอยู่แล้ว  หากยังอ่านหนังสือประเภทนี้มีหวังหัวทิ่มหัวโตเดินซัดเซเป๋ล้มอย่างแน่นอน ...  หากแต่หนังสือประเภทบันเทิงคดีที่ผมชอบอาจเป็นวรรณกรรมประเภทนวนิยายสะท้อนสังคมทั้งสิ้น (ดูสังคมจากวรรณกรรม) 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 82049
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 29
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (29)

  • แหม...นึกว่าหลงยุคซะแล้ว   สมแล้วจ้า..กับการ Book  Tag 
  • เรื่อง "เพื่อนแพง" เคยดูสมัยเด็กๆค่ะ  ไม่่สงสัยเลยจากหนังสือที่คุณแผ่นดินเลือก...
  • ระวังนะ อ่านเรื่อง "ทุ่งมหาราช"แล้วอย่าทำตัวเหมือนพระเอกเชียว

 รื่นเป็นทุ่งกว้างที่ใคร ๆ ก็ปรารถนาเข้ามาพึ่งพิง

  • สำนวนอย่างนี้  อ่านหนังสือแนวนี้  ไม่สงสัยเลย...ทำไมตัวอักษรทุกคำถึงได้แฝงไว้ด้วยความโรแมนติกตลอดเวลา...
  •  ขอบคุณนะคะสำหรับการแนะนำหนังสือ...    
  • นึกว่ากลับไปยุค60 ฮ่าๆๆแสดงว่าอ่านหนังสือได้หลายแนวมากเลยนะครับ ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแบบนี้
  • ชอบประโยคนี้จัง ในโลกนี้มีเมียข้าคนเดียว คือ เอ็ง สุดใจ ผู้หญิงอื่น ๆ นอกนั้นเพียงแต่ผ่านเข้ามาในชีวิตข้าแล้วก็ผ่านไป บ้างเหมือนฝันดี บ้างเหมือนฝันร้าย เป็นเพียงอารมณ์ชั่วแล่น เกิดแล้วก็หาย ไม่มียืดเยื้อจีรังอะไรเหมือนความรักเอง
  • ชอบทั้งหนังสือ และเพลง อันนี้พิมพ์ ผิดครับ เหมือความรักเอง
  • มาขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆ

เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า..จากการท่องตำราสอบไล่ปลายเทอม ก็ทำให้ผมอดใจไม่ได้ที่จะแวะเวียนเข้ามาสู่เวที"แลกเปลี่ยนเรียนรู้"แห่งนี้..ระหว่างที่รับรู้ประสบการในบล็อกนี้ก็พลอย..อารมณ์พลิ้วไหวไปกับทเพลงด้วย..ผมแนะนำให้พี่นัส..ไปฟังเพลงของต่ายอรทัย.."จะบอกใจยังไงดี"..เพลงนี้ผมชอบความงามของเนื้อเพลงครับ...ส่วนหนังสือเก่าๆชอบมากครับ ผมชอบแนวบันเทิงคดีเช่นกันครับ..

ถ้าโอกาสเหมาะและพี่ให้โอกาสผมอยากจะขอยืมอ่านบ้างครับ..

ผม..สัญญา

อื้อ ฮือ....โรแมนติคจริงๆค่ะ...หนังสือที่แต่ละท่านชอบอ่าน แสดงให้เห็นตัวตยของแต่ละท่านได้จริงๆ...หนังสือเหล่านี้บอกตัวตนของคุณแผ่นดินจริงๆ... แล้วตัวจริงๆ เป็นๆ จะเป็นอย่างนี้จริงๆรึปล่าวค่ะ..... เวลาที่พักผ่อน ไม่ชอบอ่านหนังสือวิชาการ หนักๆ เช่นกันค่ะ...
  • ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องนิยายเท่าไหร่ครับ แต่อ่านจากที่คุณแผ่นดินเล่าคงต้องลองอ่านดูบ้างแล้วครับ :>
  • ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้อ่านเลยครับ 
  • ผมก็ไม่ค่อยรู้จัก "นิยาย" เท่าไหร่ครับ
  • มาทักทายก่อนนอนครับ

สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า

P

  • เพื่อนแพงเป็นภาพยนตร์ที่ผมชอบมาก, และชอบพอ ๆ กับอ่านจากหนังสือ.. ซึ่งหนังสือก็มีเพียงไม่กี่หน้า  อ่านชั่วอึดใจเดี๋ยวก็จบแล้ว
  • ผมชอบอ่านนวนิยายแนวลูก ๆ .. และอ่านของนักเขียนไทยในแนวนี้หลายท่าน  หรือแม้แต่ของไม้เมืองเดิมผมก็ชื่นชอบ เช่น รอยไถ , แสนแสบ  แผลเก่า ฯ
  • ส่วนทุ่งมหาราชนั้น... รู้สึกจะเป็นหนังสือที่ได้รับการคัดเลือกและยกย่องเป็น "หนังสือ 1 ใน 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน"... แรก ๆ ผมอ่านก็ดูเหมือนเป็นนิยายรักธรรมดา  แต่เมื่ออ่าน "เอาความ"  กลับมีมุมคิดในทางสังคม และมุมคิดในแง่ความรักที่วิพากษ์กันได้อย่างไม่รู้จบ
  • ชื่นชอบวิถีความเป็นลูกผู้ชายในแบบฉบับการเป็นผู้นำของ "รื่น"  และก็ไม่ปรารถนาจะเป็น "รื่น"  ในวิถีความรัก  หรอกนะครับ...
  • หนังสือทุกประเภท  ทุกแนว ..เป็นอาหารสมองสำหรับผมครับ
  • อย่าลืมว่าง ๆ ผ่อนคลายสมองด้วยหนังสือประเภทบันเทิงคดีบ้างนะครับ

 

คุณแผ่นดินคะ

  • แต่ละเรื่องที่อ่านสุดยอดทั้งนั้นเลยค่ะ
  • การอ่านหนังสือแต่ละประเภท สื่อให้เข้าใจถึงคนอ่านว่าเป็นคนอย่างไร
  • ...................
  • ละไว้ในฐานที่เข้าใจค่ะ
  • ชอบการอ่าน แนวคิด การใช้ชีวิต ของคุณแผ่นดินค่ะ
  • เจอกันบ้านครูบานะคะ
สวัสดีครับ อ.ขจิต
P
  • ขอบคุณนะครับสำหรับการช่วยพิสูจน์อักษร, บัดนี้ก็แก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • ผมอ่านหนังสือหลายแนวพอสมควร โดยเฉพาะประเภทบันเทิงคดีนั้นต้องถือว่าอ่านเยอะ  ทั้งวรรณกรรมไทย วรรณกรรมต่างประเทศ  ไม่ว่าจะเป็บ บทความ ความเรียง บทกวี เรื่องสั้น นิยาย ฯลฯ
  • แต่ดูผิวเผินหลายคนจะมองว่าผมหัววิชาการ คงอ่านตำรามากเป็นพิเศษ  แต่ตัวจริงเป็นคอวรรณกรรมขนานแท้เลยครับ
  • แต่วรรณกรรมประเภทเริงรมย์  น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งลอยเต็มน้ำนั้น..ผมกลับไม่ (เคย)  ไม่นิยมอ่าน  ส่วนใหญ่ที่อ่านมักจะเน้นวรรณกรรมแนวสังคม
  • เสียดายหนังสือหลายเล่มหาไม่เจอ...หรืออาจมีคนยืมแล้วไม่คืน ... ปิดเทอมเลยตั้งใจว่า จะจัดตู้หนังสือใหม่  เมื่อ 3 ปีที่แล้ว  แค่หลับตาผมก็บอกได้ว่าหนังสือเล่มนั้นอยู่ตู้ไหน, ชั้นอะไร ลำดับที่ประมาณเท่าไหร่...แต่บัดนี้  มันเลือนลางไปมาก  เพราะเราไม่มีเวลาดูแลและใส่ใจ

 

แวะมาอ่านฉบับย่อ ของหนังสือที่คุณแผ่นดินเขียน

น่าสนใจคะ

จันดารา  ...ไม่ได้อ่านคะ ดูแต่หนัง.... 

น้องสัญญาครับ..

วันก่อนเห็นเดินเฉียด ๆ ห้องทำงานพี่...ร้องทักก็ไม่ทัน

แต่พอทราบว่ากำลังยุ่ง ๆ กับการเตรียมตัวสอบ...และการฝึกงานที่รออยู่เบื้องหน้า..

ว่าง ๆ มาหยิบยืมหนังสือไปอ่านก็ได้  มีหลายประเภท การเมืองและสังคมก็พอมีบ้าง ... แต่ยืมแล้วต้องคืน นา..(ยิ้ม ๆ)

สุขกาย, สบายใจ  และมีพลังในการสอบ  นะครับ ..น้องรัก !

ขอบคุณท่าน อ.แป๋ว มากครับที่มาทักทายและให้กำลังใจอย่างไม่เคยขาดหาย
P
  • ตัวจริง ๆ เป็นคนมีความรักเสมอ  แต่ไม่เจ้าชู้เหมือนในวรรณกรรม อย่างแน่นอนครับ
  • แค่จับ ๆ ดู ๆ หนังสือก็ถือเป็นการพักผ่อนอันดีเยี่ยมสำหรับผมแล้ว...
  • บ่อยครั้งเรื่องราวและมุมมองชีวิตผมเองก็ได้จากการศึกษาเรียนรู้จากหนังสือ.. ซึ่งบางทีเรื่องนั้น ๆ  ผมเองก็ไม่ได้พานพบสัมผัสจริงด้วยตนเอง...
  • กระนั้น  เรื่องราวในหนังสือก็มีส่วนจริงเคลือบแฝงอยู่มาก

 

สวัสดีตอนเช้าครับ
P
  • อ่านนวนิยายก็ได้ทั้งความบันเทิง - เริงปัญญาเหมือนกันนะครับ...ไม่เครียดด้วย
  • โดยเฉพาะนวนิยายในยุคที่ ศรีบูรพา เขียนนั้น..สะท้อนยภาพสังคมหลังการเปลี่ยนการปกครองได้อย่างดีเยี่ยม..
  • ศรีบูรพา...(กุหลาบ  สายประดิษฐ์)  เป็นนักเขียนที่ผมชื่นชอบผลงานเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น มนุษยภาพ (เขียนจนต้องถูกจับดำเนินคดี)  ลูกผู้ชาย สงครามชีวิต ข้างหลังภาพ  แลไปข้างหน้า  จนกว่าเราจะพบกันอีก ฯลฯ
  • หนังสือ (ดี)  เป็น พันธมิตรทางปัญญาเสมอครับ

 

สวัสดีครับ คุณย่ามแดง

P

  • หนังสือที่ผมนำเสนอส่วนใหญ่เป็นเรื่องเก่า ๆ ย้อนยุคย้อนสมัย  และตอบโจทย์ทางสังคมในยุคนั้น ๆ ได้ดีในระดับหนึ่ง
  • ...ถ้ามีเวลาก็ลอง ๆ อ่านดูนะครับ 
  • มีความสุขกับการใช้ชีวิต ...มาก ๆ นะครับ

 

  • เข้ามาตามเก็บความงามของตัวอักษรที่เก็บไว้ในใจจะเก็บไว้ในความทรงจำ พร้อมนำไปใช้ต่อไปค่ะ
ก่อนเปิดหนังสือ แค่มาอ่านภาษาสัมผัสในตัวอักษรของคุณแผ่นดิน ได้อรรถรสแห่งวรรณกรรมไปโข แล้วครับ

ขุดกรุออกมาให้เห็นๆเลยครับ

ผมเองก็อ่านหนังสือแนวแบบนี้บ้างครับ แต่ค่อนข้างน้อย

นักเขียนที่ผมชอบ ก็มี มาลา คำจันทร์ ประภัสสร เสวิกุล ครับที่ตามๆอ่าน

หนังสือที่คุณมนัสอ่าน ดูเก่าดี ขลังดีนะครับผม ผมไม่เคยอ่านแต่ก็ได้ดูภาพยนตร์ที่ผลิตจากวรรณกรรมเหล่านี้

ขอบคุณครับ หนังสือดีๆที่มาแนะนำกันครับ

 

คุณสมพร ครับ

P

ที่เกริ่นว่า อ่านหนังสือแต่ละประเภท สื่อให้เข้าใจถึงคนอ่านว่าเป็นคนอย่างไร แล้ว ละไว้ในฐานที่เข้าใจนั้น ตกลงหมายถึงยังไงครับ...(คงไม่ได้หมายความว่าผมเป็นคนหลากรัก เหมือน "รื่น"  นะครับ)

ช่วงนี้ครึ้มอกครึ้มใจ  แวะวนอยู่กับหนังสือในห้อง ดีใจที่มีเวลารื้นค้น..พอ ๆ กับเศร้า ๆ ซึม ๆ เมื่อรู้ว่าหนังสือบางเล่มหาไม่เจอ

แต่ที่แน่ๆ ...ตอนนี้ไม่มีเวลาไปดูแลร้านหนังสือ...ปล่อยวางให้น้อง ๆ นิสิตทำตัวเป็นเจ้าของร้านอย่างเต็มที่

มีรอยยิ้มในทุก ๆ วัน  นะครับ

สวัสดีค่ะ

ตามมาอ่านหนังสือค่ะ..ไม้เมืองเดิมเบิร์ดเคยอ่านแต่แผลเก่า ส่วนยาขอบก็อ่านผู้ชนะสิบทิศ ( ซึ่งชอบบุเรงนอง ^ ^ ) ไว้ว่างๆจะลองหาอ่านดูบ้างนะคะ..

ลืมไปครับ  คุณสมพร
P
  • มีแนวโน้มจะได้เจอกันที่บ้านพ่อครูบาเป็นแน่ ครับ !

 

คุณดอกแก้ว  ครับ

P

ผมไม่อยากพูดเหมือนที่ใคร ๆ ก็พูดว่า  "อ่านหนังสือดีกว่าไปดูหนัง"

แต่จัน ดารา...อ่านหนังสือได้อรรถรสทั้งภาษาและจินตภาพที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง  และมีรายละเอียดอันมากมายที่ในภาพยนตร์ไม่ได้สื่อสารไว้

ว่าง ๆ  ก็เรียนเชิญนะครับ...ปกหนังสือปกนี้  รู้สึกจะหายากแล้วล่ะครับ  ตอนนี้ที่พิมพ์ใหม่ก็มีเยอะไป  แต่ผมชอบสะสมเล่มเก่า ๆ ปกเก่า ๆ ...มากกว่า

สวัสดีครับ พี่อัมพร

P

  • ไปทำบุญวันมาฆบูชาที่ไหนบ้างหรือเปล่าครับ
  • ผมอ่านหนังสือเหล่านี้เพื่อเยียวยาความเครียดตึงของการทำงาน
  • ได้สาระชีวิตและบันเทิงราวกับยาขนานเอกเลยครับ..
  • ตอนเด็ก ๆ ไม่เคยมีหนังสือใหม่ไปโรงเรียน  โตขึ้นเลยสะสมและ "เล่นหนังสือ"  อย่างหนัก  ซื้อมาสะสม, มาอ่าน, และเก็บไว้ชื่นชมฯ

 

คุณตาหยู  ครับ

P

  • ยังไงก็ต้องขอบคุณที่มาสะกิดเตือนให้หันไปใส่ใจตู้หนังสือของตนเอง หลังปล่อยละเลยไปเสียนาน
  • อันที่จริงก็มีหนังสือแนววิชาการที่ชอบอยู่หลายเรื่อง  แต่เห็นชาวบล็อกเสนอมาก็เป็นแนวสาระวิชาการกันทั้งเลย
  • เลย...ผ่อนพักสมองด้วยหนังสือแนวบันเทิง หรือบันเทิงคดี แต่มีกลิ่นอายทางปัญญาด้วยเหมือนกัน
  • ขอบคุณอีกครั้ง นะครับ.....

 

ต้องเป็นหนังสือที่ประทับใจมากแน่นอนใช่มั้ยครับ...(ดูจากอายุของหนังสือ...)

ปล.ชอบภาพหน้าบล็อกครับ...แผ่นดิน + แดนไทย

สวัสดีครับ คุณเอก

P

  • มาลา  คำจันทร์และประภัสสร  เสวิกุล,  เป็นนักเขียนที่ผมชื่นชอบและติดตามผลงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ
  • โดยเฉพาะมาลา  คำจันทร์นั้นต้องถือว่าชัดเจนในเนื้องานการสะท้อนภาพวัฒนธรรมคนเหนือที่เด่นชัดและแจ่มชัดมาก ๆ 
  • ผมมีหนังสือเก่า ๆ อีกไม่น้อย  บางเล่มเปิดแทบไม่ได้  มันกรอบเกรียมแห้งไปหมด ...
  • ปัจจุบันเราหาอ่านหนังสือร่วมสมัยในยุคหลัง ๆ ได้ง่ายดาย  แต่ยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองเรากลับหาอ่านได้ยากพอสมควร
  • ผมยังเชื่ออย่างมั่นคงว่า "ชีวิตเราสามารถเติบโตได้จากหนังสือ"
  • ขอบคุณครับ

 

คุณเบิร์ด  ครับ
P

ไม้เมืองเดิม..มีวรรณกรรมหลายเรื่องที่น่าสนใจและโด่งดัง ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ก็หลายเรื่องด้วยกัน  แนวเรื่องก็คล้าย ๆ กัน  เวียน ๆ วนอยู่แต่เรื่องรักสามเศร้า ชิงรัก หักเหลี่ยมแบบลูกทุ่ง ๆ  แต่สิ่งที่พบในนวนิยายก็คือ การสะท้อนภาพสังคมชนบทของไทยที่เกี่ยวพันและเกี่ยวข้องกับท้องไร่ท้องนา  และวัฒนธรรมประเพณีในเดือนต่าง ๆ ..ผมพยายามจัดเก็บไว้ทุกเรื่องเท่าที่จะทำได้  ยกเว้นขุนศึกที่มาหลายเล่ม ผมไม่ได้เก็บไว้แม้แต่เล่มเดียว

ส่วนผู้ชนะสิบทิศ  ถือเป็นมรดกวรรณกรรมในสังคมไทย ที่สร้างมาประดับตู้วรรณกรรมได้อย่างงดงาม เสียดายล่าสุดที่จะถ่ายทำละคร หรือภาพยนตร์ (ผมไม่แน่ใจ)  กลับเงียบหายไปเลย

ขอบคุณครับ...

 

สวัสดีครับ
P

หนังสือแต่ละเล่มมีอายุ (การแต่ง) ยาวนานมาก ..ทุ่งมหาราชและจันดารา ปกที่ผมนำเสนอนั้น เข้าใจว่าหาซื้อยากมากแล้ว... เคยเจอที่จตุจักรกรุงเทพฯ  โก่งราคากันน่าดู  (ไม่ต่ำ 200 บาท)

โชคดีผมท่องจตุจักรมานาน...เจรจาราคากับผองมิตรได้บ้าง  เลยนำมาถือครองไว้ได้

บางเรื่องและบางเล่มราคาปกเพียง 5  บาทแต่นำมาขายเป็น 500 บาทก็มี...

ผมซื้อแพงสุดคือ "สงครามและสันติภาพ"  ลีโอ ตอลสตอย (2 เล่ม ราคา  1,000 บาท)  เป็นหนังสือต้องห้ามและหาซื้อไม่ง่ายนัก  เท่าที่รู้คือพิมพ์ในประเทศไทยเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

 

เป็นคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน..ว่างหรือไม่ว่างก็ขอให้ได้อ่านหนังสือที่ชอบสักนิดก้อยังดี...หนังสือที่ชอบอ่านมีหลายแนวตามวัยที่เปลี่ยนไป..สมัยเรียนชอบอ่านนิยายที่เป็นเรื่องในยุคสมัยก่อน..ต่อมาชอบแนวสะท้อนสังคม..ชอบคุณมาลา คำจันทร์, ไพฑรูย์ จำชื่อไม่ค่อยได้แล้ว คิดว่าเวลาที่เกษียณแล้วจะนำหนังสือพวกนี้ที่ซื้อไว้มาอ่านอีก..อ้อ ปัจจุบันชอบอ่านหนังสือแนวปรัชญา ศาสนา ธรรมะ เริ่มเข้าใกล้วัดไปเรื่อยๆแล้ว..หนังสือที่คุณแผ่นดินอ่านไม่เคยอ่านเลยค่ะ..คงต้องไปลองหาอ่านบ้างแล้วล่ะ..แต่ตอนนี้ซื้อหนังสือเก็บไว้หลายเล่มยังไม่มีเวลาอ่านเลย..

คุณโก๊ะ   ครับ...

เมื่อไหร่จะสมัครเขียนบล็อกล่ะครับ..หรือสมัครแล้ว  แต่ผมค้นไม่เจอ

.. อันที่จริงก็ดูเหมือนจะอ่านหนังสือในแนวเดียวกับที่ผมอ่านอยู่ไม่ใช่น้อย, การอ่านหนังสือก็เปลี่ยนไปตามวัยที่โตขึ้น  ผมเองมัธยมอ่านบทกวี, ระยะต้นมหาวิทยาลัยก็เริ่มอ่านเรื่องสั้น, ช่วงท้ายมาอ่านนวนิยาย  จากนั้นก็แตกแถวไปอ่านบทความ สารคดี ความเรียง  หรือแม้แต่นิตยสาร  และช่วงปี 4 ก็เริ่มเขียนบทความ สารคดีลงตีพิมพ์ พอได้เงินเรื่องละพันบาทบ้าง.. ไม่ได้บ้าง  แต่ก็เลี้ยงตนเองได้ในระดับหนึ่ง

..ไพฑูรย์  ที่กล่าวถึง ใช่ ไพฑูรย์ ธัญญา  หรือเปล่าครับ นักเขียนซีไรต์จากรวมเรื่องสั้นชุด "ก่อกองทราย"  (ปัจจุบันสอนหนังสืออยู่ที่ ม.มหาสารคาม)

หนังสือแนวปรัชญา..เป็นอีกแนวที่ผมชื่นชอบเอามาก ๆ แต่หนังสือธรรมะยังไม่อ่านอย่างจริงจัง  ซึ่งอาจจะคุ้นเคยมากับการเข้า ๆ ออกวัดเป็นประจำอยู่แล้ว  เลยไม่ต่อยตื่นตัวที่จะหยิบมาอ่าน