ฝ้ายเป็นนักเรียนทุนต่อเนื่องคนหนึ่ง ที่ได้รับพิจารณาทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนที่ให้ทุนฝ้ายประทับใจและอยากสนับสนุนต่อ แต่ถึงแม้ฝ้ายจะต้องเข้ารับพิจารณาในรอบทั่วไป ด้วยคุณสมบัติทั้งหลาย ฝ้ายก็คงได้ทุนอยู่ดี

ฝ้ายเป็นคนสระแก้ว พ่อแม่ไม่มีที่ดิน ต้องเช่าห้องอยู่ พ่อของฝ้ายมีอาชีพซ่อมรถ อาชีพนี้ในชนบทไม่ได้ทำเงินให้มากมายนัก ฝ้ายเล่าให้ฟังในจดหมายว่า ตอนเด็กๆเคยไม่มีข้าวไปกินที่โรงเรียน ต้องอาศัยกินของเพื่อนสนิท ถึงจะสนิทกันมากแต่ก็เกรงใจเพื่อนเหลือเกิน

ฝ้ายยังมีน้องอีกหนึ่งคนที่พ่อแม่ต้องคอยส่งเสีย จึงออกมาอยู่กับป้าที่ปราจีนบุรีระหว่างเรียนชั้น ม.2 ฝ้ายช่วยป้าทำงานซักรีด ช่วงปิดเทอมก็ไปทำงานที่คาร์ฟูร์ ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

ในจดหมายแสดงความคิดเห็นจากอาจารย์ที่โรงเรียน อาจารย์บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝ้ายเป็นผู้ใหญ่ รู้จักคิด ประหยัดอดออม ไม่แต่งตัวตามแฟชั่น หรือตามกระแสวัยรุ่น มุ่งมั่นตั้งใจเรียนดีมาก

 -----

เมื่อวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ป้าของฝ้ายโทรศัพท์มาคุยอยู่เป็นนาน บอกว่า ฝ้ายตัดสินใจจะเรียนม.รามคำแหงแล้ว เพราะสู้ค่าใช้จ่ายมหาวิทยาลัยปิดไม่ไหว และพ่อของฝ้ายไม่สนับสนุนให้เรียนต่อ เพราะพ่อไม่สามารถช่วยค่าใช้จ่ายให้ได้

แต่ป้าที่ดูแลฝ้ายมาเกือบ 4 ปี อยากให้ฝ้ายได้เรียนสูงขึ้นไปอีก เพราะฝ้ายเป็นคนรู้ถูกรู้ผิด น่าจะได้เรียนนิติศาสตร์ตามความสนใจ และฝ้ายน่าจะเรียนจบออกมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพคนหนึ่ง ป้าเองก็เรียนจบมาจากรามคำแหง สามารถให้คำแนะนำในการเรียนได้ และป้าแน่ใจว่า เด็กที่ขยันและตั้งใจอย่างฝ้ายจะเรียนจบได้แน่นอน

ป้าบอกว่า ฝ้ายร้องไห้เสียยกใหญ่หลังคุยกับพ่อ แต่ก็ตัดสินใจได้เมื่อป้าให้คำแนะนำ ฝ้ายไม่กล้าโทร.มาหาเลขาฯเอง กลัวมูลนิธิจะไม่ให้ทุนคนที่เรียนรามฯ น้ำเสียงของป้าก็ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน

เลขาฯคุยกับป้าอยู่นาน จนป้ามั่นใจแล้วว่า พูนพลังไม่เคยสนใจว่าน้องจะเรียนมหาวิทยาลัยปิดหรือมหาวิทยาลัยเปิด ขอเพียงน้องตั้งใจเรียนจริงๆ คิดออกไปประกอบอาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ก็ยินดีเป็นกำลังให้ทั้งนั้น

คุยเรื่องนี้กับเพื่อน หลายคนบอกว่า ทุนการศึกษาหลายที่ไม่ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเปิด ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่าทำไม แต่พูนพลังไม่สนใจหรอกค่ะ เราแค่ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายส่วนเล็กๆส่วนหนึ่ง ให้กับเยาวชนที่มีความตั้งใจมั่นที่จะศึกษาเล่าเรียนเท่านั้นเอง ไม่ว่าน้องจะจบจากมหาวิทยาลัยปิดหรือมหาวิทยาลัยเปิด ถ้าเป็นคนดีมีคุณภาพ ก็คงช่วยเหลือสังคมได้ไม่ต่างกัน