เมื่อวานนี้ ภาควิชารังสี มีกิจกรรมต่อเนื่อง ดูแลสุขภาพอย่างไร เมื่อภาระงานหนัก ภาคสอง ต่อจากภาคแรก +รูป
ครั้งนี้เป็นการให้ เจ้าของเรื่องเล่า ที่บุคลากรในภาค vote ว่า โดนใจตนเอง มากที่สุด ๑๐ อันดับแรก มาเล่าให้คนอื่นฟังจากปากของตนเองในห้องประชุมใหญ่
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- ผมยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่า ขอใช้ห้องประชุมที่เป็นโต๊ะกลม ไม่เอาแบบห้องบรรยายเก้าอี้เรียงหน้ากระดาน ถึงจะต้องเอาเก้าอี้สารพัดสีมาเสริมก็ยอม
- ผมขอให้ คุณเสรี The X-Man ผู้ดำเนินรายการระดับคณะ มาเป็นผู้เชื่อมโยงรายการ เพราะชอบในการดำเนินรายการแบบผ่อนคลายตามสไตล์..เสรี
- เนื่องจาก เจ้าของเรื่องบางคน ไม่ชินกับการถือไมค์เล่าเรื่องให้กับคนหมู่มาก ผมจึงเปิดทางให้แต่ละคนสามารถเลือกได้ว่า จะเล่าเอง หรือ ให้คุณเสรีอ่านบันทึกให้ฟังแล้วถามคำถาม ปรากฏว่า ทุกคนขอเล่าเอง!!!
-
เนื่องจากบางเรื่อง เป็นแง่มุมของความคิด ผมขอให้ เจ้าของเรื่องช่วยเล่าสั้นๆ ว่า ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์อะไร คิดหรือทำอะไร แล้วเกิดผลอย่างไร
- ผมวางกติกาเหมือนเดิมว่า คนฟังกรุณาตั้งใจฟัง อย่าเพิ่งคิด ตัดสินว่า โอ๊ย เรื่องธรรมดา ฉันก็ทำอยู่แล้ว แต่ขอให้ลองคิดตามไปเรื่อยๆ แล้วก็วางกฏเหล็กว่า ประเภทแวะเข้ามานั่งกินข้าวแล้วคุยกันเอง งานนี้ไม่เอา
มาอ่านสรุป กลเม็ดของแต่ละคน ไปพลางๆก่อนนะครับ ถ้ามีโอกาสจะเชิญตัวจริงเสียงจริงมาเล่าเอง
- ตั้งสติปลอบใจตัวเองทุกครั้ง หากรู้สึกว่าอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิดกำลังจะย่างกรายเข้ามา จะพูดกับตัวเองทุกครั้งว่าให้ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ โกรธไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ความดันโลหิตจะสูงขึ้นและสุขภาพจะเสียเปล่า และคิดถึงลูกให้มากที่สุด ความโกรธและหงุดหงิดที่มีอยู่จะค่อยๆลดลงและหายไปในที่สุด
- อายุมากขึ้นพอทำงานหนักสุขภาพไม่ดีเหมือนตอนอายุน้อยๆทั้งร่างกายและจิตใจ เหนื่อยเร็ว หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย แต่หลังจากได้เริ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เช่น แอโรบิค โยคะ ทำให้รู้สึกสุขภาพดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ ยิ่งกินอาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เช่น ข้าวกล้อง น้ำผลไม้ กล้วย น้ำผึ้งรวง ว่างๆไปทำบุญที่วัดกับครอบครัว และมองโลกในแง่ดี ยิ่งทำให้ร่างกายและจิตใจดีมากขึ้น
- เดิมเป็นคนโกรธง่าย มีเพื่อนแนะนำให้อ่านหนังสือ หนังสือเล่มหนึ่งบอกว่า ถ้าเราหงุดหงิดมาก โกรธใครจิตใจจะผูกพันกับสิ่งนั้น/ คนๆนั้น ชาติหน้าจะพบกับสิ่งนั้นอีก ทำให้รู้สึกกลัวไม่กล้าโกรธใครอีก คิดเสียว่าคนเรามีทั้งดีและไม่ดีในตัว เมื่อมีเวลาว่างจะพยายามอ่านหนังสือที่ให้แง่คิด ทำให้รู้สึกปล่อยวาง
- ถ้าไม่มีงานทำคงลำบากมากกว่ามีงานทำมาก มองว่าถ้าเป็นกิจการหรือธุรกิจของตัวเองมีคนใช้บริการมาก เราคงยิ้มแก้มปริ ในทางกลับกันเมื่อมีผู้ป่วยมารับบริการในโรงพยาบาลมากทำไมเราถึงยิ้มไม่ออก ดังนั้นงานหนักงานเบาอยู่ที่ใจเราเอง
- มองงานหนักเป็นงานที่มีคุณค่า
- คิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำทุกวัน เป็นความสุขที่ได้ทำ ไม่เก็บเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจมาคิด พยายามคิดแต่สิ่งที่ดีดี กรณีมีปัญหาหรือทุกข์ใจ ก็ตั้งสติ พยายามไม่พูดอะไรที่ไม่ดี นั่งตั้งสติสักครู่ หรือพยายามลืมสิ่งที่ไม่ดีไปแล้วอารมณ์ดีๆค่อยมาคุยกัน ไม่ใจร้อน
- ถ้าได้คุยกับคนอื่นแล้ว จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น หายเหนื่อย
- มีความสุขกับการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนจากผู้รับ เต็มใจให้บริการผู้ป่วย วันหยุดขับรถไปเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติ ออกกำลังกายบ้าง เช่น ว่ายน้ำ
- มองคนที่ลำบากกว่า คิดสิ่งดีๆ เอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งที่ไม่ชอบก็ไม่ทำให้ผู้อื่นด้วย ออกกำลังกายทำให้สดชื่น
- เมื่องานมากไม่สามารถจัดสรรให้เสร็จทันตามเวลา คนรอบข้างทำให้เกิดความท้อแท้ เสียใจและหมดกำลังใจ คิดเสียว่าคนอื่นทำร้ายจิตใจเราได้ แต่ตัวเราต้องไม่ทำร้ายจิดใจตัวเอง คือพยายามไม่คิดซ้ำๆซากๆกับคำพูดหรือพฤติกรรมหรือคำพูดที่ทำให้เราไม่สบายใจ
แวะไปแล้วครับ ขอบคุณ พี่เม่ย มาก ที่ขี่ม้าขาวมาช่วยผม
ขอบคุณมากค่า
เฮ่อ ได้ดูทีวีช่องโปรดซะที
^___^
พี่เม่ย ครับ
เอ่อ.. ขออนุญาตถามคำถามที่สุดเชยเถอะค่ะ
ได้ยินคนพูดถึงกัน
site meter นี่คืออะไรหรือคะ ?
คุณ k-jira ครับ
<ul>
</ul>
อ.จ.คะ อ่านแล้วดีมากเลย
บางข้อเหมือนกับที่ เคยปลอบใจตัวเองเวลาโกรธ
ตั้งสติปลอบใจตัวเองทุกครั้ง หากรู้สึกว่าอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิดกำลังจะย่างกรายเข้ามา จะพูดกับตัวเองทุกครั้งว่าให้ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ โกรธไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ความดันโลหิตจะสูงขึ้นและสุขภาพจะเสียเปล่า และคิดถึงลูกให้มากที่สุด ความโกรธและหงุดหงิดที่มีอยู่จะค่อยๆลดลงและหายไปในที่สุด
Hard work is a rewarding of life จริงๆค่ะ
ขอบคุณพี่ sasinanda มากครับ
สวัสดีครับ..
ขอบคุณบันทึกดี ๆ ที่พร้อมเติมพลังให้กับชีวิตได้ตลอดเวลา ... เพราะงานหนักไม่เคยทำร้ายใคร จึงต้อง มองงานหนักเป็นงานที่มีคุณค่า
ขอบคุณครับ.
ผมก็ได้ข้อคิดจากกิจกรรมนี้เยอะเลยครับ
ถึงอ. เต็มศักดิ์ ค่ะ
บทความของอาจารย์มาช่วยความรู้สึกได้ทันเวลาพอดี ได้อ่านที่อาจารย์เขียนช่วยเติมเต็มความรู้สึกและกำลังใจที่เหือดแห้งไป ขอบคุณมากๆค่ะ เพราะบางครั้งที่เราตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ทุ่มเทจนบางวันก็ไม่ได้ทานข้าวเที่ยง แต่บางครั้งมุมมองของคนเราอาจจะแตกต่างกัน ตามพื้นฐานของการเลี้ยงดูและครอบครัว ทำให้เกิดความขัดแย้งในหน่วยงาน ยอมรับค่ะ ว่าโกรธ ทางหนึ่งที่สามารถทำได้โดยไม่กระทบกระเทือนใคร คือการหาที่ๆหนึ่งเพื่อแอบร้องให้ เมื่อน้ำตาไหล ความทุกข์ก็ผ่อนคลาย ความโกรธก็จะค่อยหายไป
ถึงอ.เต็มศักดิ์ ค่ะ
ถึงอ.เต็มศักดิ์ ค่ะ
อ่านบทความของอาจารย์แล้วร้สึกมีพลังในการทำงานขึ้นมาก ปัจจุบันครูไทยเราทำงานหามรุ่งหามคำแทบไม่มีเวลาแม้แต่เสาร์อาทิตย์ บางครั้งทดท้อแต่พอมาอ่านบทความของท่านแล้วร้สึกดีค่ะ ขอบคุณนะคะ ครูKM