คนไทยปัจจุบันใช้ความรู้จากต่างชาติมากเกินไป จนลืมความสำคัญของความรู้ที่มีอยู่ในตัวเอง ในธรรมชาติ ในท้องถิ่น ในชุมชน ในสังคม และในบริบทของการทำงานของคนไทย

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วันนี้ (๒๔ กพ ๕๐) ผมวางแผนที่จะเดินทางไปจับเข่าคุยกับนักศึกษาของมหาชีวาลัย ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา KM research ว่า ท่านยังมีความเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ที่ยังเป็นข้อจำกัดในการทำงานของท่าน </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในขณะเดียวกันท่านครูบาสุทธินันท์ ก็ได้ขอให้ผมเตรียมประเด็นไปคุยกับนักศึกษา วปอ. ที่นั่งเครื่อง C130 มาเยี่ยมท่านถึงอาศรมในตอนบ่าย ที่สวนป่าสตึก แบบมีโจทย์สั้นๆแค่นี้แหละครับ ตามสไตล์ของท่านครูบาที่ชอบเล่นกลอนสด ไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ผมก็เลยมามาลองคิดฝันดูว่าครูบาจะโยนคำถามมาให้ผมว่าอะไร แบบเดาใจ ๑๐๐% เลยครับ แต่ไม่ทราบจะถูกกี่ % นะครับ </p><p></p><p>คำถามที่ผมเดาและคาดไม่น่าจะห่างจากความคิดของครูบา และเป้าประสงค์ของ วปอ. ก็น่าจะเป็น ประเทศไทยขาดอะไร ทำไมจึงยังพัฒนาได้ช้า และนักศึกษา วปอ. จะช่วยประเทศไทยได้อย่างไร (นี่ก็เดาข้อสอบของครูบาแบบสุดๆ ครับ)  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าโดนคำถามแบบนี้ ผมควรจะตอบว่าอย่างไรที่จะไม่ทำให้ผู้ถามผิดหวัง หรือผู้ฟังเสียเวลาเปล่า หรือประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการตอบของผม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเลยคิดว่าน่าจะเริ่มจาก คนไทยปัจจุบันใช้ความรู้จากต่างชาติมากเกินไป จนลืมความสำคัญของความรู้ที่มีอยู่ในตัวเอง ในธรรมชาติ ในท้องถิ่น ในชุมชน ในสังคม และในบริบทของการทำงานของคนไทย ที่เรากำลังจะยกประเด็นการจัดการความรู้แบบ KMธรรมชาติ นั่นแหละครับ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และความรู้ที่ขาดก็ทำให้เกิดผลต่อเนื่องในประเด็นต่าง ที่ต้องแก้ไข ดังนี้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.     การขาดความเชื่อมโยงระว่างความรู้ทางวิชาการที่รับมาจากต่างชาติกับภูมิปัญญาไทย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.     การขาดการพัฒนาความรู้ของเราเอง ที่มีฐานวิถีชีวิตและความรู้ของคนไทยและสังคมไทย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3.     เกิดข้อผิดพลาดในการนำความรู้ทางวิชาการ และเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นมาใหม่ไปใช้ในการพัฒนาทรัพยากร สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้มีผลกระทบเสียหายตามมาอย่างมากมาย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.     เกิดการพัฒนาแบบขาดความเชื่อมโยง ทำให้ระบบการพัฒนาการศึกษา และการถ่ายทอดความรู้ตีบตัน แปรเปลี่ยนจากการศึกษาเพื่อชีวิต มาเป็นการศึกษาเพื่อให้สอบผ่านเป็นหลัก ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างรุนแรง ทั้งวันนี้และวันหน้า</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">5.     การวิจัย และพัฒนาทำแบบแยกส่วน ไม่เชื่อมโยงกัน ไม่ค่อยมีการตรวจสอบ ว่างานใดเป็นประโยชน์ ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมที่แท้จริง  </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">6.     ระบบการตรวจสอบผลการทำงาน มักทำโดยบุคลากรในสายเดียวกัน(Peer review) เพราะส่วนใหญ่เรามีความรู้ที่ขาดตอนแยกส่วน จนหาคนมองข้ามรั้วทางวิชาการที่แบ่งเป็นส่วนๆ (compartments) ได้ยาก</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">7.     การประเมินผลงาน มักเน้นเชิงเอกสารมากกว่าผลงาที่เป็นจริง</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">8.     เชื่อว่าการตีพิมพ์ในวารสารทั้งต่างประเทศและในประเทศจะทำให้คนไทยได้รับความรู้มากขึ้น ทั้งๆที่คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นนักวิชาการและชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ และการบังคับให้อ่านหนังสือก็จะพบกับอุปสรรคอีกมากมาย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">9.     การสื่อสารเพื่อการพัฒนาจึงต้องตรงกับ จริต ของคนไทย ที่ต้องแทรกไปกับการเล่านิทาน และชอบดูการแข่งขัน ที่ปัจจุบันกลับกลายเป็น ภาพยนตร์น้ำเน่า และ เกมส์โชว์ สารพัดรูปแบบในโทรทัศน์ของไทย ที่มีผู้ชมสูงมาก หรือในรูปการตีพิมพ์บันเทิงแทรกความรู้ แบบเล่านิทาน ก็จะช่วยได้มาก</p><blockquote><p> 10.ถ้าเราช่วยกันปรับระบบการสื่อสารให้ตรง จริต ของคนไทย ในรายการหรือระบบการสื่อสารปกติ แต่สอดแทรกความรู้บางอย่างเข้าไปอย่างกลมกลืน แบบ KMธรรมชาติ(จัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชีวิตตนเอง) ก็จะเกิดผลการเปลี่ยนแปลงในทางความคิดที่ดีได้ </p></blockquote><p></p><p>ผมเชื่อว่าการจุดประกายการพัฒนาต้องมีที่เริ่มต้น </p><p>และท่านนักศึกษา วปอ. นี่แหละที่มีพลังในการทำงานต่อไปข้างหน้า ที่จะช่วยกันประคับประคองให้ประเทศไทยหันมาพัฒนาอย่างถูกทาง เกิดการพัฒนาที่พอเพียง ทั้งด้านปัจจัย ๔ ความรู้ ความสามารถ ที่จะสนองพระมหากรุณาธิคุณ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ใช้งานได้จริง เป็นประโยชน์กับทุกคน ที่จะทำให้สังคมไทยพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืนต่อไป </p><p>ครจะช่วยเติมเต็ม ให้อีกก็เชิญเลยครับ</p><p>ยังมีเวลาครับ แต่แม้จะเลยเวลาการประชุมก็น่าจะมีท่านนักศึกษา วปอ. บางท่านที่มีโอกาสมาย้อนอ่านอีกครับ </p><p></p><p>ขอบคุณล่วงหน้าครับ</p>