โครงการพัฒนานักบริหารระดับกลาง หลักสูตรพัฒนา ผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพกระทรวงวัฒนธรรม ( Super Leader)” ประจำปี ๒๕๕๐  

๑. หลักการและเหตุผล        

               ปัจจุบันการเข้าสู่โลกาภิวัตน์ทำให้ทุกองค์กรและหน่วยงานต้องปรับทัศนคติให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถรอดพ้นจากภัยคุกคามของโลกาภิวัตน์ และสร้างความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างยั่งยืน                         

         การพัฒนาบุคลากรขององค์กรให้มีทักษะ ความรู้ มีทัศนคติ ตลอดจนวัฒนธรรมที่สอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงจากกระแสโลกาภิวัตน์ที่เกิดขึ้น  การเพิ่มความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญ กอปรกับในภาวะปัจจุบันทุกองค์กรจะต้องมี วิสัยทัศน์ (VISION)  เป้าหมาย (GOALS) พันธกิจ (MISSION) และกลยุทธ์ (STRATEGIES) ซึ่งจะต้องปรับตัวเป็นองค์กรเชิงรุกในการสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างองค์กรการเรียนรู้ (LEARNING ORGANIZATION) และสังคมการเรียนรู้ (LEARNING SOCIETY) โดยการสร้างบรรยากาศในการหาความรู้ร่วมกัน (LEARNING ENVIRONMENT) การกระตุ้นให้ผู้นำ ผู้บริหารตลอดจนพนักงานในทุก ๆ ระดับเป็นผู้ที่แสวงหาความรู้  เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และต้องมีการติดตามประเมินผลของการพัฒนาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม                       

         ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าว กระทรวงวัฒนธรรมจึงจะต้องเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจและสังคมในยุคปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องทำงานแบบใหม่ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางวัฒนธรรม  ดูแลการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัตน์ที่กระทบต่อประเทศ และรักษาความเป็นเลิศทางวัฒนธรรมโดยนำทฤษฎี ทุนทางวัฒนธรรม   หรือ “Cultural Capital” มาเป็นแนวคิดและเครื่องช่วยในการวิเคราะห์วิธีการทำงานที่มุ่งไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้จัดทำโครงการการจัดหลักสูตรการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของกระทรวงวัฒนธรรม 

๒. วัตถุประสงค์

       .     เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาบุคลากรของกระทรวงวัฒนธรรมให้สามารถปรับตัวในยุคโลกาภิวัตน์ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหน่วยงานของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถซึ่งจะต้องอาศัยระยะเวลา และความต่อเนื่อง

      ๒.   เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอด (Coaching, Mentoring and Facilitator) และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรให้ได้ต่อไป ซึ่งจะเป็นการสร้างเกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาลในระยะยาว 

     ๓.    เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิด วิธีการทำงานให้มุ่งเน้นไปที่ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และการบริการที่มุ่งเน้นไปที่ลูกค้า ในการสร้างศักยภาพทางการแข่งขัน๔.    เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวเรื่องวัฒนธรรมจากกรณีศึกษาของประเทศต่าง ๆ ในโลก 

๓. หัวข้อวิชาการฝึกอบรม                        

      หลักสูตร พัฒนาผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ (Super Leader) จำนวน ๖๐ ชั่วโมง (ภายในประเทศ) ครอบคลุมเนื้อหา ดังนี้

     -  สภาพแวดล้อมภายใน

    ภายนอก และผลกระทบต่อกระทรวงวัฒนธรรม

    -  นโยบายและวิสัยทัศน์ของกระทรวงวัฒนธรรม

    -  การปฏิรูประบบราชการกับการเตรียมพร้อมเชิงรุกของกระทรวงวัฒนธรรม

    -  กระทรวงวัฒนธรรมกับโลกาภิวัตน์

    -  กระทรวงวัฒนธรรมกับการศึกษาและสังคมไทย

    -  กระทรวงวัฒนธรรมกับ Branding

    -  ภาวะผู้นำกับการบริหารองค์กรและการเปลี่ยนแปลง (Leadership in a changed world)

      -  การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)

      -  กระทรวงวัฒนธรรมกับกลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ (Marketing as Strategy)

      - การสร้างคุณธรรม และธรรมาภิบาลสำหรับการบริหารแบบบูรณาการ     (Ethics & Good Governance)

      -  การบริหารการเงินสมัยใหม่สำหรับการบริหารแบบบูรณาการ (Smart Financial Management)

        -  การสร้างและบริหารพันธมิตรและเครือข่าย (Networking and Partnership Management    and Strategy)

      -  การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking)

      -  IT กับการทำงานยุคใหม่-  E.Q และ เชาว์อารมณ์

      -  การวิเคราะห์กลยุทธ์ และกำหนดยุทธศาสตร์ (Strategy Road Map)                      

      -  การพัฒนาและบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร (Human Resource Development, Management and Strategy)

      -  ผู้นำกับการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร (Leaders & Brand Image)

       -  การสร้างวัฒนธรรมและองค์กรแห่งเรียนรู้และมูลค่าเพิ่มต่อองค์กร (Learning culture, Learning organization and value added)

       -  เทคนิคการทำงานเป็นทีมให้ประสบความสำเร็จ (Team Building and Team that success)

       -  การบริหารโครงการ (Project Management)

       -  การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

       -  การบริหารแบบแหวกวงล้อม

       -  การเจรจาต่อรอง  (Negotiate and Win)

       -  การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร (Effective communication)

       -  เทคนิคการตัดสินใจ (Decision Making)

       -  เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

       -  การทำวิจัย (Research Method) เพื่อสร้างนวัตกรรม (Innovation)

       -  แผนธุรกิจ (Business Plan) ของกระทรวงวัฒนธรรม

       -  กรณีศึกษาตัวอย่างความสำเร็จของวัฒนธรรมฝรั่งเศส และประเทศเกาหลี                       

๔. วิทยากร   

        วิทยากรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน  

๕. วิธีการฝึกอบรม

       วิธีการฝึกอบรมเป็นรูปแบบที่เน้นการเรียนรู้ Learning Forum, Workshop, Dinner Talk, Luncheon Talk 

๖. ระยะเวลาการฝึกอบรม    

        รุ่นที่ ๔   ระหว่างเดือน ๒๑ กุมภาพันธ์ ถึง ๓  มีนาคม  ๒๕๕๐   ณ โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า  จังหวัดสุราษฎร์ธานี

       รุ่นที่ ๕   ระหว่างเดือน  ๑๔ -  ๒๔ มีนาคม  ๒๕๕๐  ณ  โรงแรมเอสดี อเวนิว  กทม.

       รุ่นละ ๔๕  คน     ใช้เวลาศึกษาครั้งละ ๔ วัน จำนวน ๒ ครั้ง  รวม ๖๐ ชั่วโมง 

๗. สถานที่อบรม  

       รุ่นที่ ๔   โรงแรมเอกชนเขตจังหวัดในเขตภาคใต้                   

      รุ่นที่ ๕   โรงแรมเอกชนในเขตภาคกลาง    

๘. คุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม

       กลุ่มที่ ๑                 

       ๑.    เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับกลาง (ระดับ ๘) ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม                

       ๒.   อายุไม่เกิน  ๕๗  ปี                

       ๓.   สามารถเข้ารับการอบรมได้ตลอดหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ  ต่อเนื่องเต็มเวลา และทันเวลาฝึกอบรม โดยมีระยะเวลาอมรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๕ ของระยะเวลาการอบรมตลอดหลักสูตร ในกรณีที่เจ็บป่วยหรือมีงานราชการเร่งด่วน  ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  จะต้องทำการลาเป็นลายลักษณ์อักษร                          

       กลุ่มที่ ๒         

       ๑.    เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับ ๗ ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม       

       ๒.   อายุไม่เกิน  ๕๗  ปี        

       ๓.   เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกอง/กลุ่ม /หรือเทียบเท่าลำดับที่ ๑  ถ้าผู้รักษาการในลำดับที่ ๑ มีเหตุอันควรที่ไม่สามารถเข้ารับการอบรมได้  ให้ผู้รักษาการลำดับที่ ๒ หรือ ๓ แล้วแต่กรณี  หรือ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับกลาง       

       ๔.   สามารถเข้ารับการอบรมได้ตลอดหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ  ต่อเนื่องเต็มเวลา และทันเวลาฝึกอบรม โดยมีระยะเวลาอมรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๕ ของระยะเวลาการอบรมตลอดหลักสูตร  ในกรณีที่เจ็บป่วยหรือมีงานราชการเร่งด่วน  ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  จะต้องทำการลาเป็นลายลักษณ์อักษร และมีหลักฐานรับรองจากผู้บังคับบัญชา    

. ค่าใช้จ่ายในการอบรม                        

       ๑.    งบประมาณจากเงินกันในกรณีไม่มีหนี้เพื่อจัดสรรเป็นสิ่งจูงใจ ปีงบประมาณ ๒๕๔๙  ของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม  เป็นค่าใช้จ่ายรุ่นละ ๑,๒๐๐,๐๐๐.- บาท จำนวน ๒ รุ่น เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐.- บาท (สองล้านสี่แสนบาทถ้วน)                         

       ๒.   ค่าพาหนะ และค่าที่พักของผู้เข้ารับการอบรม  เบิกจากต้นสังกัด

๑๐. ประกาศนียบัตร                        

       ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนี้ โดยมีเวลาอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ของระยะเวลาการอบรมตลอดหลักสูตร  จะได้รับประกาศนียบัตร จากกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ  

๑๑. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ                        

       ๑.    ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของนักบริหารและการบริหารจัดการที่ดีและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ                        

       ๒.   ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถปรับตัวในยุคโลกาภิวัตน์ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหน่วยงานของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งจะต้องอาศัยระยะเวลาและความต่อเนื่อง                        

       ๓.   ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอด (Coaching, Mentoring and Facilitator) และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรให้ได้ต่อไป ซึ่งจะเป็นการสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม 

๑๒. หน่วยงานที่รับผิดชอบ                        

       สำนักบริหารกลาง (กลุ่มพัฒนาบุคลากร) สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม