ถ้าเราให้เด็กอนุบาล "ท่องจำ" (ทำซ้ำ, เรียนซ้ำ) ว่า  " ก - รูปไก่", "ข-รูปไข่", "ค-รูปควาย", --- "ฮ - รูปนกฮูก"  เรียนซ้ำๆ นับ ๑๐๐ ครั้ง จนจำได้หมด  แล้ว  "ความรู้"ที่ได้ก็คือ " ก - ฮ " เป็นความรู้ประเภทความจำ

แต่มากกว่านั้น ครับ !

ขอให้สังเกตว่า  เมื่อเห็น "ก" แล้วเด็กจะคิดถึง "รูปไก่" 

เห็น "ก" ทีไรแล้วก็จะคิดถึง "รูปไก่" เสมอๆ  หรือทุกครั้ง

เหตุการณ์เช่นนี้เราเรียกว่าเกิด "การโยงสัมพันธ์"ระหว่าง "ก" กับ "รูปไก่" เป็น " ก - รูปไก่"  เหตุการณ์เช่นที่ว่านี้ก็เกิดกับ "ข - รูปไข่" และตัวอื่นๆ ไปจนถึง "ฮ - รูปนกฮูก" เหมือนกัน ครับ

เมื่อเห็น "ก" แล้วจะคิดถึง"รูปไก่" "อย่างเดียว"  ไม่เคยคิดถึง "กิ้งก่า, แก้วน้ำ, กางเกง, กลโกง, เกาะแก่ง, กายกรรม, ---- " เลยครับ

เรียกว่า "เห็นทางเดียว"  "คิดทางเดียว"  หรือ "Convergent Thinking" แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง ก็เรียกว่า "คิดหลายทาง" หรือ "Divergent Thinking"

นี่คือ "ผลของการท่องจำ"  คือ "การคิดทางเดียว" ครับ   ผลอันนี้เรียกว่า "ทักษะการคิด" (Thinking Skill)  แต่เป็น "ทักษะเกี่ยวกับการคิดทางเดียว"  ได้จากการท่องจำ  ถ้าระบบการศึกษาทั้งระบบเน้นท่องจำ เราก็จะได้เด็กที่พัฒนา "ทักษะการคิดทางเดียว" เต็มบ้านเต็มเมืองแหละครับ  !!  รวมทั้ง ผม และท่านด้วย จริงไหมครับ !!!

"การคิดทางเดียว"  "คิดหาคำตอบเดียว" มัน "ตรงกันข้าม" กับ "คิดหลายทาง"

และคิดหลายทางก็คือ "ความคิดสร้างสรรค์" !!!

ถ้าเด็กของเราที่เกิดมาบริสุทธิ์ผุดผ่อง  มี "เสรีที่จะคิด" มาตั้งแต่เกิด ต้องตกมาอยู่ในระบบที่สอนเน้นจำ ------ ???

ถ้าระบบการศึกษามี ๑๐,๐๐๐ ชม. และเด็กดังกล่าวต้อง "ถูก" ทำเช่นนี้ทั้ง ๑๐,๐๐๐ ชม. แล้วละก้อ ----- !!! ???