ตอนแรกว่าจะตั้งชื่อว่า "ถล่ม 3 ด่านอรหันต์ทองคำ" แต่ไปๆมาๆกลัวจะมีคนคิดว่าผมกำลัง suggest วิธีเป็นอรหันต์ (ทั้งๆที่ตัวเองอาจจะค่อนไปทาง "อรหัน" ไม่มี "ต์" ซะมากกว่า) เลยเอาแค่ด่านมนุษย์ท่อนไม้พอ

เริ่มจากนิยามก่อน "มนุษย์ท่อนไม้" ในที่นี้หมายถึง คนที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวท่ามกลางสังคม ไม่เห็นความต่อเนื่อง หรือเห็นแล้วก็ตามก็ยังล่องลอยไปเหมือนกับว่าไม่เกี่ยวข้อง หรือบ้างก็คิดว่าเกี่ยวแต่ไม่ทราบว่าตนเองกำลังล่องลอย ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ บังคับทิศทางแม้แต่น้อย เหมือนมดที่วิ่งพล่านบนท่อนไม้ที่ลอยอยู่กลางกระแสเชี่ยวกราก มดดีใจที่ตนเองบัคับทิศทางการวิ่งของตนเองได้ หารู้ไม่ว่ากำลังวิ่งอยู่บน "กระแส"

บทความนี้ยังอยู่บน Interconnectedness หรือเรื่องของความเชื่อมโยงเหมือนเดิม แต่นำมาวางผึ่งในชุมชนแห่งปัญญาแห่งนี้ ได้ช่วยๆกันประพรม แต้มเติม

  1. ด่านหนึ่ง อวิชชา ไม่รู้ความเชื่อมโยง ได้แก่คิดว่าแต่ละเรื่อง แต่ละเหตุการณ์ เป็น stand-alone เป็น isolated events พวกนี้ก็จะไม่สามารถ "เรียนรู้" ได้จากประสบการณ์ เป็นพวกที่จะถูก condemned to repeat the same mistake, over and over and over, foreeeverrr เคยได้ยินคำเปรียบเทียบที่ค่อนข้างให้ภาพลักษณ์ดี (ผมจงใจไม่ใช้ "ภาพพจน์" เพราะไม่ได้เกิด "ภาพ" แต่อย่างใดจากคำพูด) คือ "แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน" ประสบการณ์ใดๆ หาได้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ต่อระบบความคิด เพราะขาดซึ่ง "ความเชื่อมโยง" นี้เอง ปัญหานี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เรากำลังเริ่มสงสัยกันว่าทำไมเรียนสูงๆ เรียนมากๆ คนมันถึงไม่เป็นคนดีหว่า? คำตอบง่ายๆก็คือ ตอนมันเรียน มันไม่ได้เชื่อมโยงว่ามันน่าจะเรียนเพื่อเป็นคนดีน่ะสิ
  2. ด่านสอง เชื่อมโยงเอาดื้อๆ หรือพวก Linear connectedness เป็นพวกเหนือกลุ่มหนึ่งมาหน่อยนึง แต่คิดได้แค่ว่าสองเหตุการณ์ที่อยู่ติดกัน แปลว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์ที่สอง เป็นพวกที่มี judgemental attitude รุนแรง มักจะ "ด่วนสรุป" อยู่เป็นเนืองนิจ ใช้วิธี generalization หรือ stereotyping อยู่เป็นประจำ เช่น คนไทยไม่มีวันเรียนด้วยตนเองได้หรอก อเมริกันเป็นชาติที่หยาบคาย ลาวเชย สิงค์โปร์โกง จีนเจ้าเล่ห์ ฯลฯ พวกนี้ "สร้างความเชื่อมโยง" โดยคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็น linear relationship ไม่คิดว่ามี "ตัวกวน Confounder" อยู่ในสมการใดๆ การขาดความสามารถในการเชื่อมโยงระยะไกลก็จะทำให้ไม่เป็น "องค์รวม" อยู่โดยความสุข ความทุกข์ที่ฉาบฉวยเฉพาะหน้า ฉันสุขเพราะมีเงิน ฉันทำงานหนักฉันกำลังทุกข์ ไม่ได้คิดว่าฉันอาจจะทุกข์ในอนาคตเพราะเงินที่หามาอย่างทุจริต ไม่ได้คิดว่าฉันอาจจะสุขได้เพราะฉันทำงานหนักตอนนี้ครอบครัวจะดีภายหลัง ทุกอย่างเป็น immediate เห็นแค่ปรัตยุบันกาลแต่ไม่ได้มองย้อน มองปัจจุบัน มองไปข้างหน้าอย่างองค์รวม เพราะมันซับซ้อนเกินไป
  3. เข้าใจ multidimensional interconnectedness แต่คิดว่าตนเองไม่เกี่ยวกับวงจรนี้ เป็นความรู้สึกถอดตัวเองออกจาก equation เพราะเป็นพวก passive ไม่คิดว่ามนุษย์นี้มี free will มีพลังที่จะทำให้เกิดอนาคต เป็นพวกล่องลอย เป็นขอนไม้ในกระแสน้ำ ใครจะเปลี่ยน ใครจะทำอะไร ก็เอาด้วย สังคมไม่ดีหรือ สังคมอยุติธรรมหรือ ฉันเอาด้วย ใครจะแซงคิว ใครจะโกง อืม... สาเหตุมันซับซ้อนนะ แต่เมื่อมันเป็นอย่างนี้ ฉันก็เอาด้วยคน ฉันตัวคนเดียวจะทำอะไรได้

คำถามก็คือ "ถ้าฝ่า 3 ด่านมนุษย์ท่อนไม้ได้ เราจะกลายเป็นอะไร?"