ท่านอาจารย์พอใจ พุกกะคุปต์มีโอกาสปรึกษาหารือกับท่านอาจารย์ดอกเตอร์มาแชล โกลด์สมิธ แห่งวิทยาลัยธุรกิจทัค มหาวิทยาลัยดาร์ธมัธ สหรัฐฯ
  • ท่านอาจารย์โกลด์สมิธได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในโค้ชผู้นำองค์กร 5 อันดับแรก (Top five) จากนิตยสารฟอร์บส์ และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 ของผู้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาผู้บริหาร (Top ten) จากหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล

                 

ท่านอาจารย์พอใจกล่าวว่า "ของดีๆ บางทีไม่ต้องซับซ้อน"… ผู้เขียนขอนำข้อคิดจากบทความ "คุณของขอบคุณ" ของท่านมาเล่าสู่กันฟัง…

  • อาจารย์โกลด์สมิธท่านจะให้ลูกศิษย์ของท่านเขียนชื่อบุคคลอย่างน้อย 25 ชื่อที่มีส่วนผลักดันให้เรามายืนตรงนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ

                   

และตั้งคำถามว่า เราได้ "ขอบคุณ" ท่านผู้มีพระคุณเหล่านี้แล้วหรือยัง…

  • ถ้าขอบคุณแล้ว… ขอให้เราทบทวนว่า เราได้ขอบคุณอย่างจริงใจ โดยระลึกถึงพระคุณของท่านจริงๆ หรือสักแต่กล่าวไป "พอเป็นพิธี" หรือ "ไม่ให้น่าเกลียด" 

                 

ที่ต้องถามอย่างนี้… เพราะอานุภาพแห่งคำขอบคุณไม่เท่ากัน…

  • การขอบพระคุณ หรือขอบคุณอย่างจริงใจย่อมมีอานุภาพมากกว่าการทำอะไรแบบสักแต่ทำ หรือทำ "พอเป็นพิธี"

   ธรรมดา... 

  • ธรรมดาของผู้ที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องมานานระดับหนึ่ง… จนได้เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำ มีแนวโน้มคล้ายๆ กันคือ จะมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

   มากขึ้นๆ...

  • มากขึ้นๆ จนลืมคนในอดีตที่ผลักดัน สนับสนุน เกื้อกูล ส่งเสริม
  • มากขึ้นๆ จนลืมคนรอบข้างที่มีส่วนสนับสนุน เกื้อกูล ส่งเสริม
  • ใจที่อาจจะเคยกว้าง… เลยแคบ

    • โปรดสังเกต "แคบหมู" ทางเหนือ ชิ้นประมาณปลายนิ้วก้อย ผู้ใหญ่ที่ "ลืมตน" มักจะมีใจกว้างเท่าแคบหมู (แคบหมู = หนังหมูตัดเป็นชิ้นยาวคล้ายนิ้วก้อยทอด ก่อนสะเด็ดน้ำมันออก)

    เลยลืม...

ใจที่อาจจะเคยจำ(บุญคุณคนอื่น)… เลยลืม
  • โปรดสังเกตคนเราเวลาเดินเท้าเปล่าไปบนดิน… จะมี "รอยเท้า" ทว่า… เมื่อใหญ่ขึ้นมา สูงขึ้นมา เดินบนพรมมากๆ มักไม่เห็นรอยเท้า เลย "ลืมตัว" คล้ายคำโบราณว่า "วัวลืมตีน"

   ข่าวดี...  

คนเรามักจะทำอะไรดีๆ ได้มากกว่าที่เราคิดไว้เสมอ...

  • ข่าวดีคือ…
  • อาจารย์โกลด์สมิธท่านกล่าวว่า เรื่องนี้พอจะเยียวยาแก้ไข หรือทำให้ดีขึ้นได้ ขอเพียงให้เราตระหนักว่า "… สารพัดของดีๆ หลายอย่างเริ่มต้นที่คำ "ขอบคุณ" คำเดียว

                 

อาจารย์โกลด์สมิธแนะให้เขียนจดหมายขอบพระคุณ หรือขอบคุณบุคคลผู้มีพระคุณให้ครบ 25 ท่าน หรือทำตามธรรมเนียมไทยเรา… ไปแสดงความเคารพ เตรียมของขอบพระคุณ หรือของขอบคุณติดไม้ติดมือไปหน่อย ถ้าท่านอยู่ไกล… โทรศัพท์ไปหน่อยก็ยังดี

  • ศีลในพระพุทธศาสนามี 2 หมวด หมวดหนึ่งเป็นเจตนางดเว้น หรือ "วิรัติศีล" เช่น งดเว้นจากการพูดเท็จ งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา ฯลฯ
                   

ศีลอีกหมวดหนึ่งเป็นเจตนาเพื่อกระทำ หรือ "จารีตศีล" เช่น การดูแล ทดแทนพระคุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ท่านผู้มีพระคุณ ฯลฯ

  • จารีตศีล หรือข้อควรทำนี้สงเคราะห์เป็นมงคลธรรม หรือธัมมะที่ยังให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญตามมงคลสูตร

                 

ท่านอาจารย์สุเทพ โพธิสัทธาเล่าเรื่องเด็กกตัญญูคนหนึ่ง… ญาติผู้ใหญ่รุ่นปู่รุ่นตาของท่านกล่าวว่า "รวยอีก รวยกว่านี้อีก"

  • เด็กคนนี้กตัญญูต่อพ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ดี คนรุ่นปู่รุ่นตาเห็นโลกมามาก ท่านสังเกตว่า คนที่มีความกตัญญูมักจะร่ำรวย ท่านจึงกล่าวอย่างนั้น

                 

การเป็นคนรู้คุณคน(กตัญญู)เป็นคุณธรรมของผู้ใหญ่… เราจึงควรหัดกล่าวคำขอบคุณให้เป็นนิสัย…

  • บางทีไม่ใช่เพราะคนที่เรากล่าวขอบคุณมีดีอะไรมากมาย ทว่า… เป็นการแสดงความเคารพตัวเราเอง หรือเคารพคุณธรรมของเรา… เพราะเรามีดี เพราะเราเป็นคนกตัญญู

                   

การแสดงความขอบคุณมักจะไปคู่กันกับความอ่อนน้อมถ่อมตน (อปจายนะ) บุญในข้ออ่อนน้อมถ่อมตนเป็นปัจจัยให้เกิดในตระกูลสูง

  • ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่จะสนับสนุนให้ท่านผู้อ่านหวังรวย หรือหวังเกิดในตระกูลสูง ทว่า… การบำเพ็ญบุญบารมีในพระธัมมวินัยนี้… บางทีก็ต้องอาศัยทรัพย์ หรือตระกูล

                 

ตัวอย่างเช่น คนมีฐานะหน่อยย่อมให้ทานได้มากกว่าคนยากจน ฯลฯ ยิ่งถ้าสมัยก่อนมีระบบทาส คนที่เกิดในตระกูลต่ำหรือเป็นทาสจะไม่มีอิสรภาพ จะไปฟังธรรมอะไรสักครั้งแสนยากเย็น หรืออาจจะไม่ได้ไปฟังถ้าเจ้านายไม่อนุญาต

  • คุณครูภาษาไทยท่านสอนว่า "เสน่ห์ของคนไทยอยู่ที่คำ ขอบคุณ , ขอบใจ , ‘ขอโทษ ใครพูดคำ 3 คำนี้บ่อยจะเป็นคนมีเสน่ห์ น่ารัก ไปไหนก็มีคนรัก"

                   

วิธีฝึกง่ายๆ คือ ฝึกกล่าวคำมหาอำนาจ 3 คำนี้ (ขอบคุณ ขอบใจ ขอโทษ) ให้เป็นนิสัย กล่าวไปด้วยยิ้มน้อยๆ ด้วย และอย่าลืมสบสายตากับผู้ฟังพอประมาณ

  • คนที่พูดไปตาลอยไป… ท่านว่า "สักแต่พูด ไม่จริงใจ"
  • คนที่พูดไปหลบตาไป… ท่านว่า "พูดเหมือนแกล้ง(แสร้ง) กลัวความลับหรือความในใจจะหล่น(ออกมา)"
  • คนที่พูดไปหน้าเรียบเหมือนแผ่นรองเตารีด(ไม่ยิ้ม หรือแย้ม)… ท่านว่า "พูดเหมือนบัว(แล้งน้ำ)"

                   

คำขอบคุณ หรือขอบใจจะมีค่าเพิ่มขึ้น... ถ้าเรากล่าวด้วยว่า ขอบคุณหรือขอบใจการกระทำอะไร เช่น ขอบใจลูกหลานที่นำน้ำดื่มมาให้ ฯลฯ

  • ธรรมเนียมคนตะวันออกมักจะ "ปฏิเสธ" เมื่อคนอื่นยกย่องความดี หรือขอบคุณ-ขอบใจ

                   

ผู้เขียนจำคำของนักศึกษาเภสัชกร (ชื่อเล่น "สิงห์") ท่านหนึ่งสมัยเป็นนักเรียนได้... ท่านอ่านพบข้อคิดว่า บางทีคนเราก็ปฏิเสธไป เพียงเพื่อจะรอ...ให้อีกฝ่ายชมซ้ำ

  • ถ้าเราชม หรือขอบคุณ-ขอบใจใครแล้ว... ได้รับการปฏิเสธมา(ตามธรรมเนียม) เราน่าจะลองชม หรือขอบคุณ-ขอบใจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแสดงความหนักแน่น และจริงใจ

แล้วคำชม หรือคำขอบคุณ-ขอบใจของเราจะมีอานุภาพยิ่งขึ้น...

                 

คนที่เป็นผู้หลัก ผู้ใหญ่ หรือผู้บริหารมีอานุภาพแห่งการทำดีมากกว่าคนทั่วไป...

  • อย่าปล่อยให้คำชม คำขอบคุณ-ขอบใจ คำขอโทษของท่านหนักดังขุนเขา โปรดปล่อยอานุภาพแห่งคุณงาม ความดีนี้ออกมาให้คนรอบข้างได้ชื่นใจ...

ขอจบท้ายด้วยคำกล่าวของท่านอาจารย์พอใจ พุกกะคุปต์ที่ว่า

  • "… ความรู้สึกดีๆ ย่อมมีแก่ผู้ที่ประพฤติดีเช่นเดียวกัน วันนี้ท่านขอบคุณใครหรือยัง…"

    แหล่งที่มา: