เวียดนามยามเมื่อลมพัดหวน..จาก Ho Chi Minh City ไปพักที่หวุงเต่า. เข้าอุโมงค์ขูจี เรียนรู้สิ่งดีๆ มีมากมาย

จากการที่ได้พูดคุยกับคนเวียดนาม เห็นไฟปรารถนา(Passion) ในตัวคนที่ถูกเพาะบ่มด้วยจิตวิญญาณที่หาญกล้าก่อเกิดศรัทธาอันเป็นจุดแข็งแกร่งของจิตใจ ทำให้ผู้คนขยัน มุ่งมั่น คิดว่าสักวันเราจะโต... ช่วยกันกอบกู้ฟื้นฟูประเทศ ด้วยชาวเวียดนามทุกคนคือลูกหลานของลุงโฮหรือโอจิมินห์ ซึ่งเปรียบเสมือนเทพของคนเวียดนาม

                                                                                      
วันที่ 25 ถึง 28  มกราคม 2550

            บนเส้นทางกรุงเทพ ฯ - นครโฮจิมินทรซิตี้เดินทางต่อไปพักที่ หวุงเต่า..เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงกับบรรยากาศทะเลหาดทรายขาวสะอาดชีวิตชนบทที่เรียบง่ายที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอันน่าประทับใจ เดินทางหวนไปหวนมาระหว่างชนบทและเมืองและไปเข้าอุโมงค์ขูจีเรียนรู้วิธีจรยุทธ์เวียดกง    ผมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ผ่านมาเห็นเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้


         1. ในเมืองมีการจำกัดความเร็ว  รถวิ่งช้ามากรัฐบาลเอาจริงเอาจัง อุบัติเหตุเกิดค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับบ้านเรา คนเวียดนามนิยมสัญจรโดยมอเตอร์ไซด์มากกว่ารถบัส ทั้งจักรยานมอเตอร์ไซด์วิ่งกันนัวเนียเต็มถนน จะชนกันบ้างก็ไม่แรงเพราะรถขับช้า


         2. สวัสดิภาพของเวียดนามค่อนข้างดีในเรื่องการกำจัดขอทานปลอม พระปลอมที่ออกบิณฑบาตเหลือให้ดูน้อยลงมาก ขโมยกับโจรก็น้อย ส่วนในเรื่องการจัดระเบียบสังคมใช้การจัดคุ้มวัฒนธรรม หมู่วัฒนธรรม  ครอบครัววัฒนธรรม โดยมีบัญญัติถ่ายทอดกันสู่การปฏิบัติ เช่น บุตรควรประพฤติอย่างไรต่อบิดา  มารดา  ปู่  ย่า ตา ยาย  เดือนหนึ่งจะมาเช็คกันมาสรรเสริญกันอาจจัดประชุมกันตามโรงเรียนหรือที่ ๆ เหมาะสม ผู้ปกครองจะได้รับเชิญมร่วมกันร้องเพลงมหาชัยของเวียดนาม  ซึ่งเป็นเพลงที่ปลูกฝังอุดมการณ์ฝังในหัวของคนเวียดนามจากรุ่นสู่รุ่น เพลงมหาชัยนี้มีความหมาย และร้องง่าย เป็นที่นิยมกว่าร้องเพลงชาติเวียดนามเสียอีก เนื้อเพลงแปลเป็นไทยมีความหมายว่า "วันนี้เป็นวันสว่าง นำพวกเราไปสู่อนาคต ซึ่งท่านได้สอนพวกเราไว้ เราได้ประจักษ์เป็นจริงแล้ว โฮจิมินห์ โฮจิมินห์...."

อุโมงค์ขูจี 
               3. จากการพูดคุยกับท่านทูตไทยที่มาให้การรับรองคณะจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ทราบว่าเวียดนามเป็นประเทศหนึ่งที่น่าทำการค้าและการลงทุนเพราะมีประชากรวัยแรงงานกว่าร้อยละ 70 อายุต่ำกว่า 40 ปี  ไต้หวันเข้ามาลงทุนเปิดโรงงานเพิ่มทุก  3 วันในรอบปีมีกว่า 4 หมื่นโรงงาน ไทยเรายังลงทุนน้อยอยู่ กำลังผลิตของเวียดนามข้าวเป็นอันดับสองของโลก กาแฟก็เป็นอันดับสองของโลก พริกไทย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นอันดับหนึ่งของโลก ทรัพยากรทางทะเลก็ไม่แพ้ใคร


   4. วิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในปี 2510 เวียดนามจะเป็นประเทศมหาอุตสาหกรรมไม่แพ้ญี่ปุ่นไม่แพ้เกาหลี"
(ไทยไม่อยู่ในสายตาเลยครับ)
 
            จากการที่ได้พูดคุยกับคนเวียดนาม เห็นไฟปรารถนา(Passion) ในตัวคนที่ถูกเพาะบ่มด้วยจิตวิญญาณที่หาญกล้าก่อเกิดศรัทธาอันเป็นจุดแข็งแกร่งของจิตใจ ทำให้ผู้คนขยัน มุ่งมั่น คิดว่าสักวันเราจะโต... ช่วยกันกอบกู้ฟื้นฟูประเทศ ด้วยชาวเวียดนามทุกคนคือลูกหลานของลุงโฮหรือโอจิมินห์ ซึ่งเปรียบเสมือนเทพของคนเวียดนาม โฮจิมินห์ได้ประกาศสงครามกับ  5  ศัตรู จนปัจจุบันนี้ก็ยังถือว่าเป็นอุดมการณ์ของเวียดนาม  คือ    1. ผู้รุกราน 2. เจ้าของที่ดิน  3. ความโง่เขลา
4. ภัยธรรมชาติ  และ 5 การคอรัปชั่น.

             มาดูกันต่อไปเถอะครับ หากเราไม่เรียนรู้ ในการพัฒนากำลังคนที่จะต้องไปรับใช้ประเทศชาติในอนาคตที่บวกกับจิตวิญญาณความรักชาติ   รักองค์กร... เราจะกลายเป็นคนนอกสายตาของเวียดนาม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กศน.เพื่อนเรียนรู้ โดย ดร.ดิศกุล

คำสำคัญ (Tags)#ดิศกุล#ดูงานเวียดนาม

หมายเลขบันทึก: 75071, เขียน: 29 Jan 2007 @ 12:08 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 17:46 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 26, อ่าน: คลิก


ความเห็น (26)

  • กลับมาแล้วหรือคะ    สนุกมั้ยคะ  แวะเข้ามาเยี่ยม  เดี๋ยวจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ค่ะ  คอยติดตามละกัน

อาจารย์ลูกหว้าครับ สนุกกับการเรียนรู้ครับ เดินทางสิบลี้ดีกว่าอ่านหนังสือร้อยเล่ม จะคอยติดตามสัญญานะครับ ขอบคุณครับ

แวะมาเรียนเรื่องดีๆ จากงานเขียนท่าน  ครับผม

ขอบคุณครับ ท่านเม็กดำ๑

  • ผมชอบศึกษาประวัติศาสตร์เวียดนาม...และชอบสะสมวรรณกรรมเรื่องสั้นและนวนิยายเวียดนาม รวมถึงชอบดูภาพยนตร์สงครามเวียดนาม
  • ผมชื่นชมความเป็นเวียดนามอยู่ประการหนึ่ง คือ "รักชาติ"  ความเป็นชาติของเขาดูยิ่งใหญ่มาก ถึงแม้จะมีสงครามภายในและเจ็บร้าวมายาวนาน แต่เวียดนามก็ยืนขึ้นได้ด้วยความเป็น "ชาติ"
  • และยิ่งบันทึกของอาจารย์ย้ำถึงความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังของกฎหมายและวิถีวัฒนธรรม ผมก็ยิ่งให้ความสนใจมากกว่าเดิม...และดูเหมือนเวียดนามขณะนี้เติบโตรวดเร็ว กลายมาเป็นคู่แข่งของไทย ... นักวิชาการบางท่านบอกว่าไม่นานนี้เวียดนามจะกลายเป็นแหล่งค้าข้าวที่ใหญ่ยิ่งกว่าไทย
  • มันก็แปลกนะครับ...ประเทศไทยมีชั้นเชิงฟุตบอลเหนือกว่าเวียดนามาก  แต่นักเตะไทยต่างไปค้าแข่งในเวียดนาม...เพราะอะไรไทยถึงจัดบอลอาชีพไม่ได้อย่างเวียดนาม
  • สิ่งเหล่านี้มีความเป็นชาติ  มีความเป็นท้องถิ่นนิยมอยู่ในธูรกิจฟุตบอลด้วย...ใช่หรือไม่

ขอบคุณ คุณแผ่นดินครับที่เสริมต่อสาระของเวียดนามได้อย่างหนักแน่น ในสไตล์ของนักอุดมการณ์จริง ๆ

tew
เขียนเมื่อ 

มวลประสบการณ์ที่ผอ.ดิศกุลเยือนโฮจิมินห์ซิตี้ เป็นองค์ความรู้ผนวกกับประวัติศาสตร์ที่น่าสอนใจให้อนุชนรุ่นหลังได้ปลุกจิตสำนึกรักชาติ สร้างวัฒนธรรมของชาติให้ได้ชื่นชมเหมือนที่เราได้ชื่นชมนครโฮจิมินห์ ที่เขาสร้างคนในชาติได้รักษากฏกติกามารยาทที่อยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ ที่รัฐบาลไทยในยุคนี้เรียกร้องให้คนไทยสมานฉันท์ สิ่งดีๆที่เวียดนามที่น่าจดจำจริง ๆ ถ้ามีโอกาสเราคงได้ไปเยือนเวียดนามบ้างนะคะ

nidnoi
เขียนเมื่อ 

เคยไปเมืองโฮจิมินห์  เมื่อสองปีที่แล้ว   ไปประชุมวิชาการค่ะ 2 สัปดาห์   ตอนนี้ชักจะลืมๆ ไปแล้วว่ารสชาติของ เฝอ  เป็นยังไง

จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

IP: xxx.147.78.238
เขียนเมื่อ 
ประสบการณ์ที่ผอ.ได้ไปศึกษาดูงานที่เวียดนามเป็นสิ่งที่ชื่มชนสามารถนำกลับมาพัฒนาองค์กรได้ขอสนับสนุนค่ะ
Nuttita&SASI
IP: xxx.147.78.238
เขียนเมื่อ 
ได้เรียนจากผอ.ในการนำประสบการณ์การศึกษาดูงานมาบอกเล่าให้ฟังแล้วมีแต่สิ่งที่มีประโยชน์มากเลยขอบคุณค่ะชอบมาก
ammy
IP: xxx.147.78.238
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับท่านผอ. ประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่มีอุดมการณ์  ประชาชนของเวียดนามมีความรักชาติ  ขยันขันแข็ง  ในอีกไม่กี่ปีทั่วโลกจะต้องรู้จักประเทศเวียดนามมากกว่าประเทศไทยซะอีก ถ้าประชาชนคนไทย ยังไม่ขวนขวาย ไม่กระตือรือร้น  ไม่มีจิตสำนึกในการรักชาติ  ไม่ร่วมมือกัน เอาแต่ต่อสู้กันเองในประเทศ ประเทศไทยก็จะไม่เจริญ  จะย่ำอยู่กับที่  และจะเป็นประเทศที่ถูกลืมไปในอนาคตเป็นแน่

นามูจี
IP: xxx.114.98.150
เขียนเมื่อ 

โรงเรียนมัธยมต้น และมัธยมปลาย หลายแห่งใน จ.บั๊คซยาง (Bac Giang) ทางตะวันออกกรุงฮานอย ได้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไว้ในทุกห้องเรียน ซึ่งปรากฏว่าการเรียนการสอนได้ผลดีขึ้นอย่างถนัด ทั้งนี้ เป็นการรณรงค์ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในยุคใหม่ ที่จะไม่ให้เกิดการเฉื่อยเนือย และการโกงทุกรูปแบบในชั้นเรียน 
       คุณภาพของครูผู้สอนกับการสอนดีขึ้นทันตา คุณครูทั้งหลายไม่สามารถอู้ตอนเข้าห้องสอน และยังจะต้องอยู่ประจำ ดูแลนักเรียนในห้องเรียนตลอดเวลา ไม่สามารถออกจากห้องสอนเร็วกว่ากำหนด เพื่อรีบกลับไปสอนพิเศษที่บ้านเช่นที่เคยปฏิบัติมาก่อนหน้านี้ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไซ่ง่อนหย่ายฝอง (Saigon Giai Phong) หรือ “ไซ่ง่อนปลดปล่อย” ผู้อำนวยการการศึกษาจังหวัดของบั๊กซยาง ได้กำชับไปยังอาจารย์ใหญ่-ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งต่างๆ ให้เร่งสอดส่องดูแลสิ่งขาดตกบกพร่องต่างๆ ทางการศึกษา การสอนพิเศษของครู รวมทั้งดูในเรื่องงบประมาณของสถานศึกษาด้วย
   จังหวัดนี้กำลังเอาจริงเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานการศึกษา ในโรงเรียนต่างๆ สอดส่องดูแลความประพฤติของครู ดูความตั้งใจสอน และอบรมนักเรียน ยกย่องครูตัวอย่าง และมีมาตรการลงโทษครูที่ยังไม่ยอมพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนในชั้น

ข่าวจาก manager.co.th

อ่านแล้วท่านคิดว่าอย่างไรค่ะ

ขอบคุณ  คุณนามูจีมากครับ ที่ให้ข้อมูลเสริมเติมแต่งอย่างมีคุณค่ายิ่ง ผมเห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้เป็นการวางระบบบริหารที่ผู้บริหารเอาจริงเอาจัง หัวไม่สายหางไม่กระดิกครับ ในวงการศึกษาแล้วครูควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี หากแม่พิมพ์ไม่ดีแล้วอย่าไปถามหาผลผลิตเลย ตัวอย่างดีมีค่ากว่าคำสอนครับ ความเอาจริงเอาจังประกอบกับวางระบบกำกับติดตาม เสริมสร้างกำลังใจแก่คนทำดี และลงโทษครูที่ไม่ยอมพัฒนา จึงจะทำให้การศึกษาก้าวหน้าได้
ธวัชชัย ฤทธิเดชโยธิน ศบอ.บางคล้า
IP: xxx.113.81.74
เขียนเมื่อ 

ยินดีด้วยครับ กับท่านผอ.ดิศกุล ที่ได้ไปเยือนประเทศเวียตนาม  ผมเคยได้ดูสารคคีเกี่ยวกับประเทศเวียตนามมาเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศของเขายังอนุรักษ์ในความเป็นชาตินิยมอยู่ เห็นแล้วน่าภูมิใจในความรักชาติของเขาจัง เพราะดูแล้วสิ่งที่เห็นมาในสารคดี  ประชาชนทุกคนในประเทศของเขาพร้อมใจที่จะพัฒนาตนเองมีการสมัครสมานสามัคคี เพื่อให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง  ไม่มีการแก่งแย่งชิงดี เห็นแก่ตัวกัน  เห็นแล้วยากไปเที่ยวบ้างจังเลย

                            ขอขอบคุณครับ

คนบ้านโพธิ์
IP: xxx.113.81.74
เขียนเมื่อ 
นักธุรกิจหลายท่านมองว่าเวียดนามกำลังเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย แม้แต่ด้านสังคมและการศึกษาก็คงก้าวทันในไม่ช้า ฉะนันคนไทยก็ต้องพัฒนาตนเองในทุกด้านโดยไม่ลืมเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมที่นำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขสืบไป
ทัศนีย์ มีสมบัติ
IP: xxx.147.78.238
เขียนเมื่อ 

http://gotoknow.org/file/tussanee_tukta/tukta1.JPG

ความคิดที่เราต้องเผชิญในชีวิต  ซึ่งเราอาจคิดว่ามัน "เหมือนเดิม" ทุกวัน ไม่ว่าเรานอนในบ้าน เราเรียนในโรงเรียน หรือจะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เราคิดว่ามันเหมือนเดิม แต่แท้จริงมันไม่เคยเหมือนเดิม ทุกสิ่งเปลี่ยนผันไปตามกาลเวลาของมัน  สิ่งที่เราถูกหลอกนั่นคือ "ความคล้ายคลึง" ความคิดเช่นนี้ทำให้เราขาดความตระหนักว่า สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปทุกเวลา ทำให้การใช้วิธีเดิมๆ  ตามความเคยชินอาจมิใช่ทางออกที่ราบรื่น  แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันก็ตาม  จากตัวอย่างประเทศเวียดนามเป็นตัวอย่างที่น่าทึ่ง  แต่ใช่ว่าคนไทยทำไม่ได้เพียงแต่เรายังไม่เริ่มทำหรือเปล่า หรือคนไทยยังไม่พร้อมก็แล้วแต่จะคิดนะคะ  แต่หากเราช่วยกันใช้ความคิดที่สร้างสรรค์  ช่วยให้คนไทยแก้ปัญหาได้ลงตัวกับปัญหาแล้ว ความคิดเชิงสร้างสรรค์จะก่อให้เกิดนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง  และช่วยให้เราได้สิ่งที่ดีกว่าแทนการจมอยู่กับสิ่งเดิมๆ

ชูวิทย์ ศบอ.บางปะกง
IP: xxx.157.209.242
เขียนเมื่อ 

     หากพิจารณาให้ดีแล้ว  จะเห็นได้ว่าวิธีการเรียนรู้สู่การกระทำเพื่อการพัฒนาตนเอง  เป็นการเรียนรู้ในการค้นหาความจริง (Reality  Seeking)  ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ในการใช้สติปัญญาหรือสมองนั่นเอง

ปัญหาการสื่อภาษาจะไม่มีวันเกิดขึ้น  และต่างฝ่ายต่างจะได้รับผลทางความคิดได้แน่นอน

เสน่ห์ อุ่นนาวงษ์ ศบอ.พนมสารคาม
IP: xxx.113.81.68
เขียนเมื่อ 
   ได้รับความรู้จากผ.อ.ในการศึกษาดูงานและคงนำแนวคิดมาประยุกต์กับการทำงานการศึกษานอกโรงเรียนต่อไป

ผู้นำทางการเมืองเวียดนาม มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ประชาชนมีความรักความสามัคคีกันมาก ไม่แบ่งฝ่าย ช่วยกันสร้างชาติโดยเฉพาะด้านการศึกษา ผลผลิต(นักศึกษา)ที่จบ มีประสิทธิภาพทางด้านสมองและความคิด พัฒนาชาติต่อไปอีก คนชาติไทยกำลังทำอะไรกันอยู่?

เห็นด้วยกับคุณดวงใจครับ

เวียดนาม เป็นประเทศที่ถูกจับตา เพราะใคร ๆ ก้อต้องการที่จะไปทำธุรกิจ จึงทำให้ประเทศเวียดนามพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ในด้านการศึกษาอาจจะให้ความสำคัญน้อยไปหน่อย อย่าไปมองแต่เวียดนามกันซิจ๊ะ ประเทศไทยของเราก้อใช่ว่าจะไม่มีการพัฒนานะ การเปลี่ยนแปลงคือการพัฒนานะ ปี 2551 นี้ ได้จัดหลักสูตรการกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิสัยทัศน์ มุ่งพัฒนาผู้เรียน ซึ่งเป็นกำลังของชาติที่มีความสมดุล ทั้งร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตนำนึกในความเป็นพลเมืองและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษา การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิตโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนและพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ น่าจะเป็นตัวกำหนด ชี้วัดได้ว่า ประเทศไทยของเราน่าจะมีทรัพยากรที่เก่ง มีความสามารถ ที่จะพัฒนาประเทศได้ในอนาคต แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นทุกคนต้องให้ความร่วมมือกันพัฒนา ก้อคือหัวส่าย หางก้อต้องส่ายไปพร้อมๆ กัน ทั้งระบบการศึกษาภาครัฐและเอกชน ประเทศไทยก้อจะไม่ถูกลืม หรือเป็นเต่าล้านปี กลับกันมีแต่ต่างชาติมาดูงานประเทศไทยก้อได้นะจ๊ะ....

ก้อไม่มีใครที่จะนึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการศึกษา เพราะการศึกษานั้นเป็นตัวกำหนด ที่จะชี้วัดได้ว่า จะนำประเทศไปสู่การพัฒนาได้แค่ไหน เพียงใด ทรัพยากรที่มีอยู่นั้นไม่อาจบอกได้ว่ามีความสามารถ ทางการศึกษาก้อไม่มึความชัดเจนแน่นอน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

เห็นด้วยครับคุณสุริยา

Teanjai
เขียนเมื่อ 

ประเทศเวียดนามได้เปลี่ยนไปมากเพราะประชาชนของประเทศเขามีอุดมการณ์ รักชาติ ขยัน กล้าหาญ และประเทศเวียดนามกำลังพัฒนาในทุกด้านดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าประเทศเวียดนามน่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย

เห็นด้วยครับคุณเตือนใจ

อาจารย์ครับ.....ประเทศที่ลำบาก ยากจน ผจญกับภัยสงคราม มาก่อน มีผู้นำที่เก่ง วิสัยทัศน์ดี ประชาชนในชาติรักกัน เชื่อฟังผู้นำ ต่อไปจะเจริญก้าวหน้าแน่นอน ดูญี่ปุ่น เวียดนาม สิงค์โปร์ แล้ว มาดูประเทศไทย...มัวแต่ทะเลาะกันอยู่ได้..เฮ้อ

น่าเหนื่อยใจนะครับคุณวัฒนา