คำว่า “Mobile KM” มีที่มาดังนี้ครับ (Link)

         Key words ใน LOGO ของ NUKM มี 3 คำคือ “ความรู้” “ปฏิบัติ” และ “ลปรร.” ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ (Link)

         Key words ในภาพรวมระบบ NUKM ก็มีคำว่า “ลปรร.” “ความรู้ยกระดับ” “blog” และ “ปฏิบัติ” ดูรายละเอียดที่นี่ครับ (Link)

         ผมกำลังจะเน้นว่า “Mobile KM” มีความสำคัญกับระบบ NUKM อย่างไรครับ

         คงจำกันได้ว่าที่ มน. เราใช้ blog เป็นยุทธศาสตร์หลักในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่อง KM ให้กับชาว มน. (KM Implementation) เป็น Entry point เป็นชุมชนแกนหลัก (core community) ที่จะ generate ชุมชนย่อย ๆ ออกมาเป็นระยะ ๆ

         Blog เป็น “พื้นที่เสมือน” ให้เราได้มีโอกาส ลปรร. กันได้ตลอด 24 ชม. ครับ ที่เราเรียกกันว่าทาง B2B

         นอกจากนี้ เรายังมียุทธศาสตร์รองแต่ว่าสำคัญไม่แพ้กันคือ “รวมพลคนเขียน blog” ยุทธศาสตร์รองนี้ความจริงก็สัมพันธ์แนบแน่นกับยุทธศาสตร์หลัก เพียงแต่ว่าอันหลังนี้เป็น “พื้นที่จริง” ที่เราจะได้มีโอกาส ลปรร. กันแบบ F2F พบกันทุก 3 เดือน ประมาณว่าให้อยู่ระหว่างการจัดงาน UKM ในแต่ละครั้ง เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสเตรียมการ UKM ร่วมกันและนำประสบการณ์ UKM มาเล่าสู่กันฟังสำหรับคนที่พลาดโอกาสและอื่น ๆ

         เราทำกันอย่างนี้มา 2 ปีแล้ว (ปี 2548 – 2549) ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง

         ในปี 2550 นี้เรามียุทธศาสตร์ด้านที่เป็น “พื้นที่จริง” เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่เรียก “Mobile KM” ดังเกริ่นนำข้างบนครับ

         “Mobile KM” เป็นกิจกรรมที่ต่อยอด (ควบแน่นไปกับ) “Mobile unit” ที่เรามีอยู่เดิม ท่านที่สนใจ Mobile unit ลอง search ด้วยคำว่า “Mobile unit” และ “มหาวิทยาลัยนเรศวร” ดูครับ

         ข้อดีของการนำเอา KM เข้าไปเผยแพร่โดยการผนวกเข้ากับ Mobile unit ก็คือ คนที่เข้าร่วม Mobile unit จะเป็นตัวแทนจากอาจารย์ทุกคณะเป็นหลัก มีเจ้าหน้าที่และนิสิตไปช่วยบ้างนิดหน่อยตามความจำเป็น ไปกันคราวละ 70 – 80 คนไปกันทุกเดือน ต้องออกไปสำรวจ (เตรียมการ) ร่วมกันทุกเดือน (เป็นทีมเล็ก ๆ) และต้องออกบริการจริงกันทุกเดือน (ทีมใหญ่ 70 – 80 คน)

         ดังนั้น จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทำการประยุกต์ใช้ KM กับงาน Mobile unit เพื่อเป็นการสาธิต (Learning by doing) ให้กับผู้เข้าร่วม Mobile unit ทุกคนได้เข้าใจใน concept ของ KM และนำกลับไปประยุกต์ใช้กับงานของตนที่คณะ

         นอกจากนี้ ยังจะเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เผยแพร่ความรู้เรื่อง KM ให้กับผู้นำชุมชนให้ได้รู้จักอีกทางหนึ่งด้วย

         ทั้งหมดนี้เป็น “แนวความคิด” ครับ

         ได้ทดลองปฏิบัติมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อคราวออก Mobile unit ครั้งที่ 1/2550 ที่โรงเรียนวัดบ้านแม่เฉย ตำบลบ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

         ผลเป็นอย่างไรจะเล่าให้ฟังในบันทึกต่อไปครับ โดยขอเกริ่นไว้นิดหนึ่งว่าปฏิบัติจริงไม่ง่ายอย่างที่เป็นแนวความคิดครับ แต่ก็มีทางออกและน่าชื่นใจ

         วิบูลย์ วัฒนาธร

.