ผมตัดสินใจแล้วว่าตัวผมเองจำเป็นต้องฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างหนัก เพราะภาษาต่างด้าวนี้ จะเป็นทางที่ทำให้ผมเดินทางต่อในอาชีพการงานข้างหน้าได้เป็นอย่างดี
เพราะเหตุว่า จะทำอะไรในปัจจุบันก็ต้องเรียกผล TOEFL ตลอด หากไม่มีผลภาษาอังกฤษนี้ ก็ขาดคุณสมบัติ ผมก็ยังมองว่าพื้นฐานภาษาที่พอไปได้ช่วงเรียนปริญญาโท ก็จะเป็นฐานให้ผมเรียนต่อเนื่องเพื่อพิชิต TOEFL ได้ แต่ก็คงยากพอดู

ผมจึงเสาะหาที่เรียนเพื่อเพิ่มพูนความสามารถด้านภาษา ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน ทุก Version ให้เก่ง พร้อมที่จะสอบ เพราะก่อนหน้านี้นอกจากภาษาไทยที่เชี่ยวชาญแล้ว เพราะเป็นภาษาแม่ ก็มีภาษาชนเผ่าที่พอที่จะพูดได้ เพราะพลัดหลงได้มีโอกาสทำงานกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์
พอพูดถึงภาษาอังกฤษผมก็ขอ Say NO !!! ความสามารถทางภาษาของผมดีกว่าคำว่า “เลวร้าย” นิดหนึ่ง เพราะผม “อู้บ่จ้าง” แถมยังชอบอายม้วนต้วนเวลาฝรั่งทักทายที ผมพลันเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน เหมือนจะเป็นไข้จับสั่น...แล้วผมจะเชี่ยวชาญภาษาต่างด้าวนี้ได้อย่างไร?
ผมคัดเลือกสถาบันเพื่อจะฝึกฝนภาษาให้เก่ง ได้ ๒ – ๓ แห่งในเชียงใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน แต่ละแห่งก็มีดีแตกต่างกัน ราคาก็ไม่ห่างกันมาก (แพงพอสมควร) แต่ผมก็พยายามจะเลือกที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่หัดเก่งอย่างผม
สถาบันที่ ๑ เป็นของเอกชน ราคาค่าเรียน (ฟัง พูด อ่าน เขียน) แพงเอาการ (เหงื่อไหลตามขมับเมื่อเขาบอกราคา) เขาบอกว่าของเขาเรียนได้ เรื่อยๆ จนกว่าสอบผ่านเกณฑ์ที่พอใจ สอบไม่ได้ตามที่ใจต้องการ ...เรียนใหม่ได้ค่า(จนท.หญิงสาวบอกผม) เรียนจนครบปี แต่สืบข้อมูลในเบื้องลึกแล้ว ไม่ Work เพราะอาจารย์ที่สอนเป็นฝรั่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว และก็มาสอนเปลี่ยนหน้าเรื่อยๆ นักศึกษาที่มาเรียนก็เรื่อยๆ
สถาบันที่ ๒ เป็นของเอกชน ราคาถูกกว่าแห่งแรกนิดหน่อย แต่เรียนโดยอาจารย์คนไทย มีเพื่อนๆ การันตีว่า ที่นี่เขาสอนดีนะ เจาะลึก...คะแนนสอบเป็นที่น่าพอใจ (เพื่อนเคยสอบผ่านแล้ว ที่เรียนที่นี่) แต่เขาให้เรียนรวดเดียวจนจบคอร์ส และสอบได้ไม่ได้ไม่รับรองผล...น่าสนใจดีครับ แต่ก็อีกหละ ตอนแรกผมตัดสินใจแล้ว ว่าจะเรียนที่นี่แน่นอน ขอเป็นเสาร์อาทิตย์ ปรากฏว่าทางสถาบันเลื่อนวันเรียนมาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็เดือนกว่าแล้ว คนเรียนไม่ครบมีเพียง ๓ คน (ต้องมี ๖ คน) ผมชักจะหงุดหงิดให้ผมร้องเพลงรอต่อไปได้ไง
สถาบันที่ ๓ เป็นของมหาวิทยาลัย (อาจไม่โดยตรง) แต่อยู่ในสถาบันการศึกษา เจ้าหน้าที่บอกผมว่าต้องสอบ Level เพื่อวัดผลก่อน ก่อนที่จะเรียนคอร์ส TOEFL มีการสอบก่อนดังนั้น หากได้ Level ที่ต่ำๆก็เรียน เตรียมความพร้อมก่อน Level ละ ๓ เดือน (มี ๓ Level) เกิดผมสอบได้ต่ำสุด เรียนครบสาม Level เกือบปี กว่าจะเรียนคอร์ส TOEFL จริงๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตอนแรกผมตั้งใจเลือกสถาบันที่ ๒ แต่ก็รู้สึกโดนเอาเปรียบ เพราะเขาเลื่อนมาแล้ว ๑ เดือน(ผมเสียเวลา) เลยตัดสินใจไม่เรียนแล้ว ก็กลับมาที่ สถาบันที่ ๓ อีกครั้ง และจะสอบ Level อีกวันสองวันนี้ …ผมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า …ผมอาจจะรู้สึกเขินมากๆ เมื่อผมสอบได้ Level ที่ต่ำสุด เจ้าหน้าที่เธอบอกว่า “ไม่เป็นไร คุณก็จะได้แน่นภาษาอังกฤษ มากๆไง” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“อืมม์…จริงครับ” ผมบอกเธอเบาๆ (แต่แฝงด้วยความเขินนะครับ)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คิดไปคิดมาก็ดีครับ เพื่อจะได้รู้ระดับความสามารถด้านภาษาต่างด้าวของตนเอง หากพร้อมก็มั่นใจ ไม่พร้อมก็เรียนกับเด็กๆ ก็ไม่แปลก…</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมตกลงเลือกสถาบันที่ ๓ ครับ เป็นคำตอบสุดท้าย!!!!</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และเพื่อเป็นการเชิดชูภูมิปัญญาไทยล้านนา ผมกำลังคิดจะไปสมัครเรียน วรรณกรรมล้านนา ดนตรีพื้นเมือง สะล้อ ซอ ซึง ที่วัดสวนดอกอีกด้วย(ที่นี่เรียนฟรี) ควบคู่กัน ในช่วงเวลาที่ต่างกัน เพราะผมเห็นว่ารู้อะไรก็มาก แต่เรื่องล้านนาซึ่งเป็นเรื่องของตนเอง กลับไม่รู้…นี่ก็อายเขาอีก เพราะเป็นคนล้านนาแท้ๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">งานนี้เป็นไปเพื่อการเรียนรู้อย่างแท้จริงเลยนะครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เรื่องเล่าแลกเปลี่ยนเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันสบายๆในวันหยุดของคุณครับ
มาเป็นกำลังใจให้นะค่ะ อยากเรียนเหมือนกันค่ะแต่ยังไม่มีโอกาสค่ะ
ขอบคุณครับ คุณ เกศนี วัณณกุล เรามาเรียน Level ด้วยกันดีกว่าครับ
ผมกำลังจะไปสอบเพื่อวัด Level อีกสองวัน จะได้รู้ว่าผมจัดอยู่ในระดับที่ "เลวร้าย" ขนาดไหนของการเรียนภาษาต่างด้าว 555
โอ๊ย ! โดนใจ อ่านแล้วนึกถึงตัวเอง เหมือนทุกอย่าง บอกตามตรงเคยได้ทุนเรียนภาษาอังกฤษเขาให้วัดระดับ ถ้าจำไม่ผิด จะเป็น level 2 เฮ้อ ! แต่ก็ใจชื้นนิดหนึ่งที่ไม่ได้ level 1
คุณ ศิริ ครับ
หากผมได้ level ๒ก็น่าจะดี ไม่มากไป น้อยไป และที่สำคัญไม่ค่อยเขินสักเท่าไหร่
ผมชอบอะไรที่กลางๆครับ
น้องเอกขา งั้นเราก็อาการเดียวกันสิคะ ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสนทนาซึ่งหน้า 555
พี่หนิง DSS@MSU ( หนิง )
ผมเคยพูดฝรั่งแบบที่ว่า ออกเสียงเลียนแบบที่คิดว่า เป็นฝรั่งมากที่สุด เขายังไม่รู้เรื่องเลย สุดท้ายก็เมื่อยมืออีกตามเคย
ผมสูญเสียความเชื่อมั่นมากเลย
ตอนที่เรียนที่มช. ก็มีเรื่องที่ทำให้เสียself ไปเยอะเหมือนกันค่ะ ก่อนนี้เคยคิดว่าภาษาอังกฤษเราใช้ได้หนะ ช่วงเรียน anatomy เราจะมี atlas ใช่ป่าว ก็หอบ atlas ภาษาต่างด้าวเล่มเบ้อเริ่มไปเรียน ยืนรอรถสี่ล้ออยู่ เจอฝรั่งเดินมาถามทาง เขาตรงดิ่งมาถามพี่เลยนะ สงสัยเห็นหอบตำราภาษาต่างด้าวอ่ะ หารู้ไม่ว่าเราเอาไว้ดูรูปเฉยๆ 555
คุยกันอยู่สักพักยังไม่ get ในที่สุดพี่เลยคว้าสมุดกับดินสอ เขียนคุยกัน สุดท้ายเลยรู้ว่าเขาจะไปสถาบันวิจัยชาวเขา อิอิ เลยเรียกรถสี่ล้อ อ้ายเจ้าไปส่งตี้สถาบันวิจัยชาวเขาเท่าไดเจ้า ...แล้วค่อยกลับมาบอกฝรั่งว่า ขึ้นรถเลย 10 บาท เฮ้อ... แม้ว่าสิ้นสุดภารกิจช่วยชาติได้ แต่เสีย self นะคะ เพราะฝรั่งคนนั้นเขาบอกว่า เขาเป็นคนอังกฤษ แย่มั๊ย..เรานะเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งกะ 3 ขวบกว่าๆ ยังคุยกับเจ้าของภาษาไม่รู้เรื่องเลย เฮ้อ...
สวัสดีค่ะ คุณจตุพร…ดีใจที่คุณจะเรียนภาษาอังกฤษค่ะ..แล้วอีกหน่อยพี่จะอ่านบันทึกคุณรู้เรื่องไหมเนี่ย…อ้อ..แล้วพี่ติ๋วสงสัยคำว่า “อู้บ่จ้าง”…แปลว่าอะไรคะ
ผมขอแนะนำทางเลือกที่ 4 โดยการ "เรียนเอง" ครับ
ก่อนผมไปเรียนต่อผมสมัครเรียนไปหลายที่ แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้ผลที่สุดคือเรียนเองครับ
การเรียนเองจะมีต้นทุนบ้าง แต่ก็น้อยกว่าและผลจะดีกว่าแน่นอนครับ โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีช่วยเยอะ ผมเชื่อว่าจะได้ผลดีและเร็วกว่าครับ
ภาคการฟัง ให้ซื้อ iPod มาฟัง postcast รายการต่างๆ ที่มีทั่ว Internet ครับ เลือกรายการที่สนใจแล้วฟังทั้งวันเลย รู้เรื่องไม่รู้เรื่องไม่เป็นไร เปิดไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาเดี๋ยวจะฟังรู้เรื่องโดยไม่รู้ตัวครับ (อย่าเอาไปฟังเพลงหรือรายการเพลงนะครับ)
ภาคการอ่านและไวยกรณ์ เรื่องนี้ผมแนะนำให้อ่าน blogs ที่เป็นภาษาอังกฤษเยอะๆ ครับ blogs น่าสนใจในแง่ว่ามีเนื้อหาที่เราสนใจและเป็นบันทึกสั้นๆ สามารถอ่านให้รู้เรื่องได้เป็นช่วงๆ ไป ถ้าเราพยายามอ่านไปเรื่อยๆ เดี๋ยวการอ่านจะดีขึ้นและไวยกรณ์ก็จะตามมาครับ
เรื่องไวยกรณ์นี่เป็นเรื่องแปลก ถ้าอ่านเยอะจะได้ไวยกรณ์โดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าตั้งใจจำกฎเกณฑ์ต่างๆ จะจำไม่ได้ครับ เพราะไวยกรณ์ในความเห็นผมนั้นเป็นเรื่องไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ครับ
ทดลองดูนะครับ ถ้ามีคำถามก็สามารถถามผมมาได้เลยครับ
พี่หนิง DSS@MSU ( หนิง )
นึกภาพออกเลยครับ!!!
ฝรั่งเขาคาดหวังคนไทยที่ดูว่าพอจะพูดกับเขาได้ แต่ก็พยายามที่จะเข้าใจเรานะครับ
เพราะที่สังเกตฝรั่งนักท่องเที่ยวจะตรงรี่มาหาผม โดยที่ผมหลบไม่ค่อยทัน เพราะดูท่าทางว่า ผมคงสปีกได้แน่ๆ (ผมคงดูอินเตอร์) เขาเดินเข้ามาดีๆยิ้มๆ แต่ผมกลับมองเห็นฝรั่งย่างสามขุม เข้ามาเหมือนอาฆาต อุอุ...หนีก็ไม่ทัน เลยส่งสำเนียงภาษาอังกฤษแบบเหนือๆ ซะ นานสองนาน
ผมเคยนั่งรถและคุยไปกับฝรั่งตลอดทาง เชียงใหม่ ปาย คุยกัน ๔ ชม. รู้เรื่องครับ เพราะเขาเขาใจเราแม้ว่าเราพูดได้แบบคาราโอเกะ เขาก็ยังเข้าใจ
แถมยังแลกอีเมลล์กันอีกด้วย
พี่ติ๋ว กฤษณา สำเร็จ
"อู้บ่จ้าง" เป็นภาษากำเมืองของหมู่เฮาครับ แปลว่า "พูดไม่เป็น"
ผมจะเกิดอาการคล้ายหอบหืด และมีอาการเหมือนไข้จับสั่น หน้าแดง ปากคอสั่น เวลาฝรั่งมาทักทายครับ
ผมก็อยากจะเก่งนะครับ...เพื่อที่ว่าอาการไม่พึงประสงค์เวลาผมเจอกับเพื่อนต่างชาติ จะหมดไป
เอาใจช่วยผมนะครับ
อีกหน่อยผมจะเขียน Blog ภาษาต่างด้าว 555
ไม่แข็งแรงจริงๆค่ะคุณนิดหน่อย ตอนได้ทุนไปอบรมของAPCD อ่ะค่ะ ในครอสมีคนไทยแค่ 2 คน ใช้เวลา 20 วัน ผ่านไป 2 วันจับไข้เลยค่ะ นอนซม จนทางผู้ดูแลเค้าเป็นห่วงจะพาไปหาหมอ ก็ดีที่มียาติดตัวไป ก็นอนพักพอทุเลาได้ค่ะ /สงสัยว่า สมองคงประมวลผลทั้งเนื้อหาและภาษาหนักไปหน่อย ไม่คุ้นชิน 555
อาจารย์ ดร.ธวัชชัย
ผมนึกไว้ว่าผมจะเรียนเองดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วอยู่ที่ผมเอง หากผมไปเรียนติวแต่ผมไม่มีวินัยในตนเอง ผมก็คงไม่ต่างอะไรกับการเรียนคนเดียวที่ไร้วินัย
ตอนนี้ตำราก็เยอะ และเครื่องมือที่ช่วยให้เก่งก็เยอะ ผมก็มีพื้นตอนเรียนป.ตรี ป.โท มานิดๆ(นิดส์หนึ่ง)
เมื่อวานซื้อหนังสือร่วมพันกว่าบาท มี CD พร้อมครับ
พี่ที่รู้จักบอกให้ผม ดูหนัง UBC และ ดูข่าว New line ด้วยพร้อมกันไป
ขอบคุณอาจารย์ครับ คิดว่า แนวทางแบบอาจารย์เหมาะกับคนอิสระอย่างผมมาก (มากที่สุด) จริงๆผมกำลังหาคนที่มา Comment สนับสนุนแนวทางนี้พอดีเลยครับ
ผมน่าจะมีคำถามถามอาจารย์บ่อยขึ้นนะครับ...
พี่ nidnoi
ผมจะพยายามครับ คิดว่า ไม่มีอะไรที่ Blogger Gotoknow ทำไม่ได้ (นอกจากข้อสอบ)
ดูท่าทางพี่ DSS@MSU ( หนิง ) อาการหนักเอาการอยู่นะครับ
จ้าง นี่คงมาจากคำว่า ช่าง อ่ะค่ะพี่ติ๋ว สำเนียงเหนือจะออกเสียงเป็นจ.จาน อู้บ่จ้าง หนิงเข้าใจว่า พูดไม่เก่งค่ะ
ขอบคุณที่พี่หนิงมาเติมเต็มให้พี่ติ๋วครับ ภาษาเหนือไม่ต่างกับภาษาอีสานเท่าไหร่ครับ…สำเนียง คือ กั๋น
ในความคิดผม "ต้องเรียนแบบไม่มีวินัย" แต่ "เรียนแบบชอบ" ครับ
ฟัง podcast ก็เลือกเจ้าที่เราชอบอยากจะฟังให้ได้ลื่นๆ จะได้ฟังสนุกครับ
อ่าน blogs ก็เลือกอ่านเจ้าที่เราชอบครับ จะได้อ่านสนุกและติดตามอ่านประจำครับ blogs ด้านที่เราชอบนี่จะมีให้อ่านเยอะจนอ่านไม่ไหว คุณจตุพรก็จะอ่านเร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวครับ
อาทิเช่น TreeHugger และ WorldChanging อย่างนี้คุณจตุพรต้องอยากอ่านเป็นประจำแน่ๆ เป็นต้นครับ
น้องเอกค่ะ พี่หนิงเป็นเฉพาะสนทนาซึ่งหน้าอ่ะค่ะ ส่วนการ chat พิมพ์สนทนากันเนี่ย พี่สามารถchat คุยกับเพื่อนๆทั้ง เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกัน ฟิลิปปินส์ และอังกฤษได้รู้เรื่องกันดีค่ะ chat กันทีลืมนอน และที่เคยสอบของสถาบันภาษาก็เป็นชั้นกลางอ่ะค่ะ
ขอบคุณ อาจารย์ ดร. ธวัชชัย
ผมชอบประโยคนี้ของอาจารย์ครับ
"ต้องเรียนแบบไม่มีวินัย" แต่ "เรียนแบบชอบ"
ผมเห็นด้วยครับผม
ผมคิดว่าความชอบเป็นพื้นฐานในการเรียนให้สำเร็จ เมื่อผมเด็กผมชอบวิชาวาดเขียนมาก และผมก็ทำได้ดีทุกครั้งที่วาด
เรื่องอ่าน Blogs ผมคิดว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากนะครับ ส่วน Blogs ที่อาจารย์แนะนำผมจะเข้าไปอ่านและคิดว่า ด้วยความที่ผมชอบอ่านและเขียน น่าจะเป็นคุณสมบัติที่ทำให้ผมเก่งภาษามากขึ้น
ผมลองนั่งนึกดู หากผมจับผลัดจับพลูไปเรียนที่ต่างประเทศ ...ผมจะทำยังไงดี???
ดังนั้นภาษาอังกฤษคงไม่ใช่แค่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ สำคัญที่สุดคือการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆจังๆ