“หลุมดำ” กับความอ่อนแอของ สิทธิ อำนาจ การจัดการทรัพยากรท้องถิ่น

  ติดต่อ

  คำถามที่ผุดขึ้น ในใจว่าเราจะ สร้างพลังสัมมาทิฐิ สร้างพลังจิตสำนึกอย่างไร และเราจะสร้างพลังทางสังคมอย่างไร  

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเดินทางกลับบ้านเกิดเป็นปกติ เมื่อว่างเว้นจากงานที่เชียงใหม่ …ผมสุขใจเสมอเมื่อขับรถผ่านป่าเขาที่สวยงาม  อากาศที่สดชื่น ทุกครั้งที่ปลีกตนเองสู่ชนบท</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เชียงใหม่ไม่น่าอยู่เหมือนในสมัยก่อน ผมรู้สึกว่าการเป็นอยู่ชีวิตยุ่งยากขึ้นไปทุกวัน  ผมเคยปฏิเสธการเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะไม่อยากไปผจญชีวิตที่แย่งกันกินแย่งกันใช้แบบนั้น …แต่ในวันนี้ที่เชียงใหม่สภาพแทบไม่แตกต่างกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><address class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">                                  อ้างอิงภาพจาก : ลานนาโฟ้โต้คลับ  </address><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมร่ำร้องเดินทางกลับบ้านเมื่อถึงวันว่างของผม กลับไปซึมซับบรรยากาศชนบท กินกับข้าวบ้านเรา คุยสนุกประสาคนบ้านเรา ท่ามกลางพี่น้องและอุ่นไอมิตรภาพที่หาได้ยากในเมืองหลวง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ดีแล้วที่ไม่มาเมื่อคืน นอนคงไม่หลับเป็นแน่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพื่อนผมบอก หลังจากที่ทักทายกันไม่กี่คำ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อคืนแม่นอนไม่หลับ เสียงเพลง ที่เขาเล่นตนตรีดังเหมือนหูจะแตก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หนึ่งในประโยคที่ผมคุยกันกับแม่หลังอาหารมื้อเย็น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ผมได้แต่พยักหน้ารับฟังและคิดต่อไปในสมองเรื่อยเปื่อยตามเรื่องราว แต่ยอมรับว่าไม่สบายใจเป็นอย่างมาก </p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นี่…ความเป็นเมืองมันรุกคืบถึงบันใดบ้านเราแล้วหรือ?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หมู่บ้านผม ถือว่าเป็นหมู่บ้านชนบทที่เงียบสงบ ริมแม่น้ำอันเป็นเส้นเลือดของเมืองเล็กๆแห่งนี้ ตกค่ำเราก็ปิดไฟนอน ท่ามกลางเสียงกล่อมของดนตรีธรรมชาติ หรีดหริ่ง เรไร นิทราอย่างมีความสุข พี่น้องพักผ่อนเต็มที่เพื่อเตรียมแรงกายในการทำงานวันรุ่งขึ้น ตามวิถีเกษตรกร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ช่วงเดือนก่อนมีการโปรโมททางสื่อต่างๆในท้องถิ่น ว่าจะมีการจัดมหกรรมดนตรี เรคเก้ ขึ้นในเมืองเล็กๆของผม โดยมาจัดที่รีสอร์ทของนายทุนแห่งหนึ่ง และเป็นต้นตอของมลพิษทางเสียงที่ชาวบ้านและแม่บอกเล่าผม    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">…เสียงดนตรีประหลาดเริ่มเล่นตั้งแต่สามทุ่ม ยันตีห้าของอีกวัน ภาพของฝรั่ง และนักท่องเที่ยวมีความสุข สนุกกันตามที่ ตามเสียงเบสที่ระทึก ทะลุอก  เป็นกรรมของคนท้องถิ่นเสียจริง  เหมือนหูจะแตก เป็นคำพูดจากแม่ของผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ปรากฏการณ์แบบนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ท้องถิ่นอ่อนแอ หรือ ทุนนิยมที่กล้าแกร่ง …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมคิดว่าทั้งสองประเด็น …แต่ผมให้ความสนใจประเด็นแรกมากกว่า ผมกลับมาเชียงใหม่และโทรไปคุยกับนักเคลื่อนไหวและนักพัฒนาท่านหนึ่ง ได้ทราบหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆของเรา ก่อนสนทนาจบเขาถามผมประโยคสุดท้ายว่า เราจะทำอย่างไรดี?”  ผมยังไม่ตอบเพราะผมตอบไม่ได้ และคิดไม่ทัน ปัญหาที่เกิดขึ้นที่บ้านของผม นี่ไม่ใช่ปัญหาแรก ที่ปัญหาใหญ่ และปัญหาเดียวที่เกิดขึ้น ..มันเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยคนใหญ่คนโตในพื้นที่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ถูกผลประโยชน์ปิดหูปิดตาเสียสิ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กรณี เจ้าของเกสท์เฮาส์ไปแจ้งความที่โรงพักว่า โรงเรียนชุมชน ร้องเพลงชาติตอนเช้า รบกวนแขกของเขาที่กำลังนอนในเกสท์เฮาส์ใกล้โรงเรียน อีกละ…</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้ประกอบการขอร้องให้ชุมชนไม่ต้องเปิดหอกระจายเสียงตอนเช้าเพื่อลดการรบกวนแขก นักท่องเที่ยวที่กำลังพักผ่อนหลับไหลจากการดื่มกินยามค่ำคืน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>มันเกิดอะไรขึ้นที่บ้านของผม… <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สิทธิ อำนาจ และการจัดการทรัพยากรของคนท้องถิ่น อยู่ที่ไหน …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><hr> </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การวางรากฐานที่สามารถรู้ และเข้าใจว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนนั้นบางอย่าง บางเรื่องนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับชุมชนเท่านั้น จะต้องแก้ไขกันที่โครงสร้างที่ระบบใหญ่ จะเป็นฐานในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นต้นตอของปัญหาที่แท้จริง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาที่อ่อนแออยู่ในขณะ ระบบราชการที่ด้อยประสิทธิภาพ และ Globalization “ก่อบรรลัยใส่ฉัน ที่รุนแรงยากเกินควบคุมและตามทันของคนท้องถิ่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะว่าไปก็เหมือนพูดฝ่ายเดียว พูดเรื่องที่ใหญ่เกินไปที่จะเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นที่เมืองปายบ้านผม ผมนั่งอ่าน หลุมดำ แห่งการหมักหมมปัญหาในเมืองไทย ปี ๒๕๔๗ โดย นพ.ประเวศ วะสี ผมมองว่าปรากฏการณ์ของหลุมดำนั้นคล้ายกันทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่บ้านของผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อคิดเห็นผมข้างต้น คงดำเนินการไป ในขณะเดียวกันชุมชนต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อให้รู้เท่าทัน เพื่อให้เข้มแข็งเพื่อต้านทานอำนาจทุน ที่ทำให้ชุมชนอ่อนแอเหล่านั้นให้ได้…แล้วจะทำได้หรือ?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เราเปิดเวทีพูดคุยปัญหาเหล่านี้ในพื้นที่บ่อยครั้ง แต่ละครั้งหลังจากนั้นดูเหมือนจะเงียบหายไป ตามกาลเวลา ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดพลังการลุกขึ้นมาปกบ้านป้องเมืองของเราแต่อย่างไร เพราะผู้มีอำนาจในบ้านเมืองคิดไม่ทัน หรือ ไม่สนใจปัญหา และยังเหมือนกับว่ารู้เห็นเป็นใจ เหตุการณ์บั่นทอนคนท้องถิ่นจึงเกิดขึ้นเรื่อยๆและนับวันจะถี่ขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หากเราจะใช้คำว่า พึ่งตนเอง ในระดับชาวบ้านคงไม่พอกับก่อเกิดพลังจนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า บิ๊กแบง จึงจะสามารถออกจากปัญหาที่เป็นเสมือนหลุมดำเหล่านี้ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่บ้านผม   เราคงต้องคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง…และแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะลุกลามเป็นเซลล์เนื้อร้ายยากจนเกินการควบคุม และในที่สุดบ้านของผมก็คงต้องจากไป จบชีวิตอย่างทุรนทุราย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คำถามที่ผุดขึ้น ในใจว่าเราจะ สร้างพลังสัมมาทิฐิ สร้างพลังจิตสำนึก และเราจะสร้างพลังทางสังคมอย่างไร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ฤาว่า…มันคงเกินไปกว่ากระบวนการแก้ไขของคนกลุ่มเล็กๆเสียแล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Focus

หมายเลขบันทึก: 73141, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:45:19+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 27, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #สิทธิ#การพัฒนาชุมชน#ปาย#maehongson#การจัดการทรัพยากร#เมืองปาย#utopai#capitalism#วาทกรรมการพัฒนาท้องถิ่น

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (27)

  • ถึง พี่จตุพร
    ผมเพิ่งราชการที่เชียงใหม่เมื่อสัปดาห์ทีผ่านมากับทีมงาน ขอแยกตัวจากทีม เพื่อให้พี่ชายพี่สาวมารับจากจุด ประมาณ 10 กม. ช่วงคับคั่งของวันทำการ 17.00 น. วันศุกร์
  • ระยะทางจากบ้านพี่ กับ ที่ผมรออยู่ ประมาณ 10 กม. ผมต้องรออยู่เกือบ ชั่วโมง ครับ
  • ถ้าเป็นจังหวัดมหาสารคาม คงแค่ 10 นาที (60 Km/H)
  • มีด้วยหรือครับในบ้านเรา กรณี เจ้าของเกสท์เฮาส์ไปแจ้งความที่โรงพักว่า โรงเรียนชุมชน ร้องเพลงชาติตอนเช้า รบกวนของเขาที่กำลังนอนในเกสท์เฮาส์ใกล้โรงเรียน อีกละ...

  • รู้อยู่แล้วว่าเด็กนักเรียนก็ต้องร้องเพลงชาติตอนเช้าเป็นเรื่องปกติ...ไม่รู้ว่าใครละเมิดใคร..?

  • อ่านบันทึกนี้แล้วคงต้องขอเอาใจช่วยให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการกับสิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะสายเกินแก้นะครับ

สู้ๆค่ะ มาให้กำลังใจ
paew
เขียนเมื่อ 

อ่านช่วงแรกคิดถึงบันทึก อ.ออต ที่หอศิลป์เปิดดนตรีเสียงดัง ทำให้หงุดหงิด ..... ต่อมาเมื่ออ่านไปเรื่อยๆจึงพบว่าเหมือนละแวกบ้านเราเอง....ที่ถูกคุกคามด้วยแหล่งบันเทิงที่คิดแต่จะหาเงินโดยไม่คำนึงถึงความสงบสุขของผู้อื่น...เดิมทีที่บ้านซึ่งเป็นบ้านที่อยู่บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัย....เมื่อแรกๆไปอยู่ ไม่มีเพื่อนบ้านเลย เงียบสงบ น้ำต้องใช้น้ำบาดาล ต่อจากบ้านอีกหลังซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 100 เมตร ถนนเป็นถนนทราย ....จากนั้นถัดมา 5 ปี มีหมู่บ้านจัดสรรมาสร้างอยู่ด้านหลัง ดีใจได้เพื่อนบ้าน...ต่อมาอีก 10 ปี เริ่มมีบ้านคนมากขึ้น เริ่มมีหอพักนักศึกษามากขึ้น....ในปีนี้ ผ่านมา 20 ปี มีถนนคอนกรีต มีน้ำประปา มี apartment หรูๆ รายรอบบ้าน มีผู้คนมากมาย...จึงเป็นตัวดูดนายทุน มาลงทุน ...แรกๆ มี karaoke ...มาเปิดที่ตรงข้ามหน้าบ้านเสียงดัง....อ่านหนังสือ เตรียมสอน ไม่มีสมาธิไปหมด....จึงต้องไปบอกเจ้าของขอให้ปรับปรุง....เจ้าของปรับปรุงจนแทบไม่ได้ยินเสียง แต่หลังจากนั้น 1 เดือน....ห่างจากบ้านไปประมาณ 100 เมตร เปิดร้านอาหาร ร้านเหล้า มีวงดนตรีเล็กๆแสดง ชนิด open air.....เสียงดังฟังชัด ในช่วง สี่ ห้า หก ทุ่ม.....เล่าให้ใครฟัง..ก็ได้รับคำแนะนำที่ดีว่า.....ย้ายบ้านหนี....ถูกต้องแล้วหรือค่ะ?

  • ขออนุญาตร่วมระบายนะค่ะ
  • เราควรจะทำอย่างไรดีค่ะ

ผมหวังว่าหลุมดำแต่ละหลุม จะมีโอกาสสร้าง "บิกแบง" ได้พอๆกัน แต่อัไหนช้าเร็วเท่านั้นเอง

ตอนนี้ในส่วนตัวผม ผมรอ "บิกแบง" ของระบบนิเวศครับ เพราะเป็นสิ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญมาก

แต่ก็จะมีลูกคู่ของหลุมดำอีกหลายๆอันพ่วงกันอยู่

ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้นครับ

น้อง Jack Mr. Kamphanat Archa (Jack)

อาจจะเวลาน้อยที่มาเยี่ยมเชียงใหม่แต่ไม่ได้พบกัน หากมีโอกาสมากกว่านี้อาจได้ F2F นะครับ

ณ วันนี้เชียงใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับเอกนครของเรานะครับ รถติด ยิ่งผังเมืองที่แก้ไขยากด้วย ทำให้ความสะดวกในการแก้ไขปัญหาน้อยลงไปอีก ช่วงนี้เป็นช่วงท่องเที่ยวด้วยครับเลยไปกันใหญ่ ผมเองก็ต้องขับรถจุดดังกล่าวตลอดเวลา ..

เราเองก็ต้องปรับตัวครับ

น้อง Wannaporn

ถ้าเป็นเรื่องสู้ ชีวิตของผมก็สู้ขาดใจเลยครับ หากเป็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น จะสู้ก็คงต้องรวบรวมสรรพกำลังอีกช่วงหนึ่ง และหายุทธศาสตร์

ส่วนปัญหาที่วิกฤติก็แก้ไขไปก่อน..

วางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว

เราคนน้อยๆก็คิดประสาคนตัวน้อย ดีกว่าที่ไม่คิดอะไรเพื่อบ้านเราเลย ใช่มั้ยครับ?

พี่ สิงห์ป่าสัก

เป็นเหตุการณ์จริง และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิด และหลายๆเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้ยกมาบอกเล่า แต่สิ่งเหล่านั้นก็เหยียบย่ำหัวใจคนท้องถิ่นมาโดยตลอด

ชุมชนก็เป็นกลไกสำคัญ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยการลุกขึ้นมาเรียกร้องซึ่งสิทธิ อำนาจ และการจัดการ พร้อมกับส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ดูเหมือนว่า ภาคประชาชน ที่นี่ค่อนข้างโดดเดี่ยว ไร้พลังครับ...ต่อกันไม่ติด

เป็นปัญหาอีกปัญหาที่เราเคลื่อนอะไรไม่ได้สักที

กาเหว่า
IP: xxx.12.97.116
เขียนเมื่อ 

กรณี เจ้าของเกสท์เฮาส์ไปแจ้งความที่โรงพักว่า โรงเรียนชุมชน ร้องเพลงชาติตอนเช้า รบกวนแขกของเขาที่กำลังนอนในเกสท์เฮาส์ใกล้โรงเรียน อีกละ...

 

ถามเหมือนคุณสิงห์ป่าสัก

มีด้วยหรอ กรณี อย่งนี้.... เค้าเอาอะไรคิด?.. เฮ้อ ประเทศชาติ

  • จงต่อสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมของชาวบ้านครับ
  • ผมจะไปช่วยต่อสู้(ให้กำลังใจ) ที่ปายราวต้นเดือนหน้า
  • จะเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีครับ

 

อาจารย์ paew

เมื่อทุนนิยมรุกคืบมา ชุมชนที่อ่อนแออยู่เดิม (จากหลายสาเหตุ ปัจจัย) ยิ่งโดนกระหน่ำซ้ำเติมต่อไป

สาเหตุ หรือ ก็คือ "หลุมดำ" ตามที่ผมยกมา ด้วยความซับซ้อนของปัญหาใหม่ๆ ทำให้เราแก้ไขไม่ได้ด้วยตนเอง

อาจต้องเลือก วิธีที่เป็นระยะยาว หรือ ฉับพลัน 

ระยะยาวคือการศึกษา แต่เราก็สิ้นหวังไปเยอะกับผลิตผลของการศึกษา

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญ และดูเหมือน Ideal ก็เป็นเรื่องการพัฒนาศักยภาพคน ชุมชนเพื่อต่อรองกับอำนาจเหล่านี้

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ

น่าจะคุยกันอีกยาว

เราก็พบเหตุการณ์เช่นนี้เช่นเดียวกัน กรณีสะเมิง (ผมเคยทำงานที่นั่นหลายปี) สังคมเปลี่ยนเสียจนเกิด Culture chock เราตัวเล็กๆทำได้แค่ให้ความรู้แก่ชุมชน  บังเอิญเราต้องย้ายออกจากพื้นที่เลยไม่มีคนสานต่อ แต่โชคดีที่ลูกน้องได้เข้าไปใน อบต. เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านบ้างจึงส่งสัญญาณให้เขาเล่นเรื่องการศึกษาและรัดระบบทรัพยากรต่อ แต่นั่นแหละมันใหญ่กว่าที่ชุมชนจะเดินโดยลำพัง เพราะมีอำนาจเงิน อำนาจรัฐ อำนาจนักเลงเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ซับซ้อนมากขึ้นกว่าที่ชาวบ้านตาดำๆจะเดินเรื่องอย่างบริสุทธิ์ใจตามสิทธิอันพึงกระทำได้ตามกรอบที่เขารับรู้  แม้ทราบว่าในรัฐธรรมนูญและกฏหมายก็พอมีอยู่บ้าง แต่ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจลึกซึ้ง  และเจ้าอำนาจต่างๆที่กล่าววานั้นมันเหนือกว่า ผลประโยชน์เข้ามาจนเกิดการเสียชีวิตไป เราก็ทราบกันอยู่...มาร่วมกันสู้ต่อไปเถอะครับ..Syber community เป็นหนทางเล็กทางหนึ่งที่จะ dialogue กันในเรื่องเหล่านี้ ..

 อ. ดร. แสวง รวยสูงเนิน

เป็นเรื่องน่าเศร้าใจเมื่อเรารู้ว่าผู้ที่มีอำนาจช่วงชิงทรัพยากรอันเป็นสิทธิอันชอบธรรมของท้องถิ่นไปหมดสิ้น

คนไร้จิตสำนึกแต่มีเงิน ..และเงินก็คืออำนาจในการทำทุกสิ่งได้ตามคิด

ในขณะที่ความรู้สร้างกัน และจัดการความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ทัน

ระบบนิเวศที่เปลี่ยนไปเร็วมาก แผ่นดินอาบยาพิษ ป่าหายไป ดินไร้ปุ๋ยธรรมชาติ น้ำปนเปื้อน...สารพันปัญหา ล้วนแล้วแต่คอยส่งผลกระทบต่อคนทั้งนั้น

กลับตัวทัน เรื่อง วิถีเกษตรอินทรีย์ ปรับตัวทันเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ยังไงก็ตามการขยายแนวคิดดีๆมักช้าและไม่ค่อยทันการณ์

สิ่งที่ต้องรอรับโดยดุษฎี คือผลจากที่มนุษย์ได้กระทำมาแล้ว...

เราจะทำยังไงดีครับท่านอาจารย์?!?!?

  • ความเจริญที่ถาโถมเข้ามาแต่วิถีชีวิตดั้งเดิมหดหายไป
  • หรือความเจริญที่เข้าไม่ถึง และการดำรงชีวิตที่เรียบง่ายแบบพอเพียง
  • ผู้คนในชุมชนคงต้องเลือกเอาแบบใดแบบหนึ่งและต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งตรงกับความต้องการของตนเอง
  • สวัสดีครับคุณเอก
  • ช่วงนี้ผมอยู่ที่ มศว (นครนายก) มาร่วมงานกีฬามหาวิทยาลัยฯ  ...ลำบากเรื่องอินเตอร์เน็ตมาก
  • ผมเคยไปเชียงใหม่ในงานกีฬาเดียวกันนี้เมื่อหลายปีที่แล้ว...เป็นครั้งแรกที่ไป  และเป็นครั้งแรกที่เห็นกับตาว่า เชียงใหม่ รถติดเหมือนกรุงเทพฯ เลย ต่างก็ตรงที่  ...อากาศช่วงเช้าเย็นสบายกว่า...
  • นวนิยายเรื่อง "ท้องนาข้างกรุง"  เขียนตอนหนึ่งไว้อย่างน่าสลด  โดยการกล่าวถึงว่า โรงเรียนเอกชนปิดตัวลง เพราะต้องการเปลี่ยนโรงเรียนเป็น โมเต็ล...!!
  • เมืองแห่งการศึกษาอย่างมหาสารคาม ที่เรียกกันว่า ตักสิลานคร หรือล่าสุดได้รับการประกาศเป็นจังหวัดที่มีความสุขมากที่สุดในประเทศ กลับกลายมีโฮเต็ลม่านรูด (ชีวิตรักชั่วคราว) เกิดขึ้นเต็มไปหมด ... มีทั้งใกล้และไกลสถานศึกษาและส่วนราชการ....
  • นี่คือ ปรากฎการณ์หนึ่งใกล้ตัวผม...
  • ถนนที่เทคอนกรีต..ครั้งหนึ่งผมเคยเขียนไว้ว่า มันคือถนนที่นำความตายมาสู่หมู่บ้าน...ไม่นานนักหลังจากหมู่บ้านผมได้รับการพัฒนาถนน รถต่างถิ่นก็พรากเอาชีวิตของลุกหลานไปจากหมู่บ้าน...และลุกหลานในหมู่บ้านก็เริ่มที่จะขับรถเร็วขึ้น คะนองขึ้น...
  • เหนือสิ่งอื่นใด..เห็นพ้องด้วยนะครับที่ว่า ระยะยาวคือการศึกษา แต่เราก็สิ้นหวังไปเยอะกับผลิตผลของการศึกษา

คุณกาเหว่าครับ

ปรากฏการณ์แบบนี้ ผมคิดว่าเกิดขึ้นในชุมชนหลายๆชุมชนที่เริ่มจับตามองของนายทุน

ในขณะที่ชุมชนรู้ไม่เท่าทัน...คนข้างนอกก็เอาเปรียบ ในช่องว่างเหล่านั้น

ปรากฏการณ์ที่บ้านผม ก็เหมือนกัน..

คุณออต

ก็ต้องต่อสู้กันต่อไป...

ตามเงื่อนไขที่ผมสามารถทำได้ครับ

ปายเป็นเมืองท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการนักท่องเที่ยวที่ดีด้วย

คุณไพศาล  บางทราย

ไม่ว่าจะเป็น สะเมิง,วัดจันทร์ (แม่แจ่ม) พื้นที่เหล่านี้ก็ประสบชะตากรรมไม่ต่างจาก "ปาย"ครับ

ผมเห็นด้วยกับการที่คนในชุมชนที่เป็นตัวแทน คิดประเด็นการจัดการทรัพยากร และลุกขึ้นมาต่อสู้กับทุนนิยม

แต่ที่น่าเสียใจคือ คนของชุมชน รู้เห็นเป็นใจกับนายทุนข้างนอก ผลประโยชน์ปิดหูปิดตา

ร่วมกันต่อสู้ต่อไป ..คิดยุทธศาสตร์ต่อเพื่อบ้านเมืองเรา

ขอบคุณมากครับพี่ไพศาลสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้...ในโอกาสต่อไปเชิญชวนมาแลกเปลี่ยนกันต่อเนื่องนะครับ

 

 

พี่เล็ก ศุภลักษณ์ หิริวัฒนวงศ์

เราไม่เคยปฏิเสธทุนนิยม...แต่อยากให้รู้เท่าทัน และสามารถจัดการวิถีชีวิตตนเองได้

แต่ไม่อยากให้มนุษย์ด้วยกันเอาเปรียบกันครับ

 

คุณ แผ่นดิน

สวัสดีครับคุณแผ่นดิน

เห็นเงียบหายไปครับ เข้าใจว่าคงงานยุ่งครับ

นวนิยายเรื่อง "ท้องนาข้างกรุง" ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตจริงไปทุกขณะ

ผมมองว่าปัญหานี้เป็นทั่วกันไปหมด...เพียงแต่ความรุนแรงจะระดับใด และชุมชนนั้นๆมีทุนอะไรที่จะมาจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น

ชอบคุณครับที่มาร่วมแลกเปลี่ยน ...

หลังจากงานกีฬาคงได้เจอกันบ่อยขึ้นนะครับผม

 

chah
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

ให้กำลังใจอาจารย์ทำงานต่อไปค่ะ

ขอบคุณมากครับ คุณ Chah

ให้กำลังใจเช่นกันนะครับ

kmsabai
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่เอก

  • วันนี้ดีใจครับที่พี่เปิดประเด็นปัญหาที่ปายบ้านเรา  เพื่อสื่อสารให้สาธารณะได้รับรู้
  • ผมเป็นคนหนึ่งครับที่แม้เพิ่งมาอยู่ที่ปาย 8 เดือน  แต่ก็เป็นห่วงกับสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆเลยครับ(เพราะว่ารับผลกระทบโดยตรง)
  • ผมมองว่าตอนนี้ปายเหมือนกับเมืองที่เป็นแหล่งรุมทึ้งของนักลงทุนและนักค้ากำไรทั้งหลาย  โดยทั้งมีทุนขนาดย่อมและทุนขนาดใหญ่  ทุนขนาดเล็กนั้นไม่น่ากลัวครับ  แต่ว่าตอนนี้มีทุนขนาดใหย๋เข้ามาจำนวนมากครับ ซึ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาและความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
  • เห็นด้วยกับพี่เอกครับที่บอกว่า เราไม่ได้ต่อต้านทุนนิยม  แต่เราต้องการให้เมืองเติบโตไปพร้อมๆกับการรู้เท่าทันของทุนนิยมและการเปลี่ยนแปลงน่านำไปสู่ความความ มั่นคง  สมดุล และยั่งยืนของชุมชนปายแห่งนี้ครับ
  • ตอนนี้คนที่มีอำนาจเชิงโครงสร้าง  ที่น่าจะสามารถกำหนดและบริหารจัดการสิ่งต่างให้เป็นไปด้วยดี  ก็ไม่สามารถดำเนินบทบาทหน้าที่ของตนได้  เพราะเหตุผลหลายประการ  เช่น ระดับของกึ๋น..ในเรื่องของการรู้เท่าทันต่อการพัฒนา  เรื่องของความรักในท้องถิ่นตน  เรื่องของความเห็นที่ถูกต้องดีงามในเรื่องของประโยชน์ส่วนรวม  สังคม  คนในโครงสร้างเหล่านี้ส่วนมากมักจะหลงไหลได้ปลื้มกับการเปลี่ยนแปลงและผลประโยชน์ส่วนตน  เกิดมิฐฉาทิฐิอย่างรุนแรง  จนไม่สามารถมองเห็น    ไม่สามารถคิด   และไม่สามารถจะกระทำในสิ่งที่จะก่อประโยชน์กับชุมชนและสังคมที่ตนเองอยู่มาตั้งแต่เล็ก หรือเป็นสังคมที่ตนเองมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อทำให้เกิดแต่สิ่งที่ดียิ่งๆขึ้น
  • ดังที่ข้างๆและติดโรงพยาบาลยังมีบ้านที่เป็นลักษณะของโรงแรมมาสร้างได้  ที่เคยเปรยกับพี่ว่า ผมไม่เข้าใจครับพี่ว่ามันเกิดขั้นได้อย่างไร  อำนาจของผลประโยชน์มันมีมากมายเหนื่อสิ่งที่ถูกต้องดีงาม  และคนที่อยู่ในพื้นที่ก็ไม่ยอมปรับตัว  ไม่เตรียมตัวให้รู้เท่าทัน  มันเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนครับว่า  การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  ได้ก่อตัวและแทรกปัญหาต่างๆให้กับชุมชนและท้องถิ่นแห่งนี้ครับ....
  • สุดท้ายยังมองไม่เห็นจะมีพลังของการมีส่วนร่วมอันไหนที่จะก่อเกิดเพื่อรับมือกับปัญหาที่กำลังปะทุขึ้นในตอนนี้  ที่จะพอเพียงกับการรับมือและต่อกรกับปัญหานี้ครับ 
  • ความเห็นออกจะแรงเล็กน้อยไม่แน่ใจว่าผมคิดมากไปหรือเปล่าไม่แน่ใจครับพี่เอก...???
  • เหมือนที่โทรมาวานนี้ครับว่าตอนค่ำแว๊ป ไปเห็นป้ายการเสวนา หัวข้อ อนาคตเมืองปายจะไปทางไหน..ที่วัดป่าขามพรุ่งนี้  เดี๋ยวผมจะไปเก็บประเด็นมาฝาก และเอาไว้  ลปรรกับพี่ทีหลังนะครับ

                    Kmsabai  น.พ.สุพัฒน์  ใจงาม หมอใหม่ รพ. ครับ

 น้องหมอkmsabai ครับ

ตามจริงผมคิดอยากเปิดประเด็นเหล่านี้มานานแล้วครับ

วันนี้ความรู้ได้กระจาย ความรู้คืออำนาจในการทำงานเพื่อพัฒนา

การชี้แจงข้อมูลพื้นฐานเพื่อเร้าให้เข้าสู่การคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่อไป...วันนี้ผมได้มีโอกาสนำเสนอ และคาดว่าอาจมีทางออกบ้างจากเพื่อนที่ร่วมเรียนรู้ หรือไม่ก็ได้เขย่าประเด็นไม่ให้นิ่งและหายไป...ทนไม่ได้ที่ชุมชนถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคนอื่นข้างนอก

เมื่อก่อนทุนขนาดเล็กน่ากลัว และหลังๆ มีทุนขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมอำนาจและทุนที่แข็งแรง ...สิ่งที่น่ากลัวที่ผมบอกคือ ชุมชนเป็นเครื่องมือให้ทุนเหล่านี้อย่างรู้ไม่เท่าทัน...

"เผื่อฮู้คิงแม่น้ำปิงปอแห้ง"

เป็นสุภาษิตเตือนใจให้ท้องถิ่น ว่ากว่าจะรู้ตัว แม่น้ำก็เหือดแห้งเสียแล้ว ชักช้าและไม่ทันเกม ไม่ทันการ...ประมาณว่าเหลือแต่ตัวทำนองนั้น

ปัญหาที่หนักไปกว่านั้น การปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ได้เข้มแข็งพอที่จะจัดการทรัพยากรตนเองได้..และถูกทุนครอบงำไปหมด

"เวที"

ที่จัดที่ปาย จัดกันกี่ครั้งกี่หน ภาพของ"บูรณาการ" แลกเปลี่ยนเรียนรู้จริงๆ มันเกิดขึ้นบ้างใหม...ผมอยากให้มีการเริ่มต้นที่ดี มีการปฏิบัติการที่เป็นจุดเริ่ม แม้เพียงเล็กๆแต่ชัดในเป้า ผมคงมีความสุขมากครับ

ผมหวังว่า การเปิดเวทีที่น้องจะเข้าไปร่วมครั้งนี้ ...

จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะครับ ..

ขอเอาใจช่วย คนเหล่านั้น...

แลกเปลี่ยนกันต่อเนื่องหลังจาก"เวที" นะครับ

 

 

 

  • สวัสดีค่ะคุณเอก  จากที่ได้อ่านจากเรื่องที่ได้เขียนมาซึ่งตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านเกิดที่เคยอยู่มาจนทุกวันนี้เลย เพราะมีนิคมอุตสาหกรรมโรจนะมาตั้งมีโรงงานเกิดขึ้นมากมาย รถราก็เยอะ ผู้คนก็มากขึ้นอันตรายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามมาด้วย มีทั้งเรื่องการจี้ การลักทรัพย์ ไหนจะเรื่องมลภาวะเป็นพิษ เมื่อก่อนน้ำฝนยังลองมาดื่มกินได้ สมัยนี้มีแต่ควันพิษ ซึ่งไม่รู้ว่ามีอะไรเจือปนมาบ้าง
  • เคยมีโอกาสไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ยอมรับว่าบรรยากาศดีมากๆ เลยแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างเพราะไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว
  • จะเรียนถามว่าความเป็นอยู่ของครู กศน.ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างไรบ้างค่ะถ้ารู้ช่วยตอบหน่อยเท่าที่ทราบมาว่าส่วนมากจะอยู่บนดอยกันเป็นส่วนใหญ่ใช่ไหม
  • ขอบคุณมากค่ะ และยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ครู กศน.ตำบลเกาะเรียน

 

ขอบคุณครับครู

เดี๋ยวนี้ สังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก หลายเรื่องดูเหมือนฉุดรั้งเอาไม่อยู่เสียเเล้ว เเต่เรายังมีความหวัง หากเราจัดการความรู้ที่ดี มีกระบวนการพัฒนาที่ดี เเต่ต้องร่วมมือกันในทุกระดับ...(เขียนเรื่องนี้เเล้วจะยาว)

ชีวิตครู กศน. มีทั้ง บนดอย เเละ ในเมือง

ส่วนหนึ่งที่อยู่ บนดอย ก็ใช้ชีวิตตามอุดมการณ์ ความขาดเเคลน ความไม่พร้อม ชีวิต การศึกษา ภาระหนักสำหรับครู กศน.เลยทีเดียว เเต่เท่าที่สัมผัส ครูๆ มีความสุขครับ ส่วนหนึ่งก็เป็นหนุ่ม สาว ที่ยังมีกำลังไฟฝัน

  • ขอบคุณมากค่ะคุณเอก ที่เล่าเรื่องครู กศน.ให้ฟังในฐานะที่เป็นครู กศน.เหมือนกันก็มีความห่วงใยครูที่อยู่บนดอยเหมือนกัน แล้วในส่วนของอุปกรณ์การเรียน การสอนหาได้จากที่ไหนค่ะ
  • แล้วตอนแผ่นดินไหว มีผลกระทบบ้างไหมค่ะ แต่เท่าที่ได้ถามพี่คนหนึ่งที่รู้จักทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเวียงพิงค์ ก็บอกว่าโดนกระทบนิดหน่อยแต่ไม่มาก
  • เคยมีงานรวมพลคน กศน.ที่จัดขึ้นที่ไบเทคบางนา มีมากหน้าหลายตาคงใช้เวลาในการเดินทางหลายวันคงจะเหนื่อยน่าดู ขนาดอยู่ภาคกลางยังต้องตื่นไปตั้งแต่ตีสี่เลยเห็นแล้วสงสารคนที่อยู่ไกลๆ มากเลยค่ะ