วันนี้อดใจไม่ไหว แวะซื้อทุเรียน ทั้งที่ตั้งใจว่าช่วงนี้ต้องเพลา ๆ มือ ไม่งั้นเดี๋ยวเวลามองกระจก จะนึกว่ามองภาพวาดการ์ฟีลด์

เห็นคนขายเขาขายดี๊ ดี คาดว่าฝีมือเลือกทุเรียนน่าจะดี ก็เลยลองทำใจกล้าซื้อแบบลูกใหญ่ขนาด 5 กิโลกรัม

ปรากฎว่าคาดผิดแฮะ

เจอทุเรียนที่สุกกว่าที่คาด เอ้า..ไม่เป็นไร เก็บไว้ ค่อย ๆ จัดการ

ที่กล้าซื้อลูกใหญ่ทั้งที่ไม่รู้จักฝีมือคนขาย เพราะรู้ว่า สามารถเก็บไว้หลายวันได้โดยไม่ให้รสเสีย

เริ่มจากเมื่อก่อน ในยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่มีคตินิยมเรื่องการวัดรอบเอวกัน และภาวะทุโภชนาการชุกชุมกว่าความอ้วน สมัยนั้น ผมยังชอบกินทุเรียน แต่ลำบากเรื่องแหล่งซื้อที่ไว้ใจได้เรื่องฝีมือเลือกระดับความสุก จึงใช้วิธีว่า เมื่อเจอเจ้าประจำ ก็ซื้อกันเต็มพิกัด ให้เขาแกะให้เรียบร้อย

แรก ๆ ซื้อแล้วก็ต้องรีบกินให้หมด

โห..ร้อนตับถลน นรกโปรดเลย

ตอนหลังก็เริ่มมีวิวัฒนาการ คือเก็บใส่ตู้เย็น

ผล..ทิ้งภายในไม่กี่วัน

เพราะผ่านไปสองวัน กลิ่นเริ่มเปรี้ยว ทำให้ขยาด ไม่อยากแตะ เมื่อไม่แตะครบเจ็ดวัน ก็ตัดใจได้ ..ทิ้งตามระเบียบ

ผมดูแล้ว เอ๊ะ ที่มันเปรี้ยว มันมักจะชื้นและเยิ้ม ก็ปิ๊งขึ้นมาว่า ถ้าใส่กระดาษทิชชูซับเข้าไป อาจป้องกันได้

พอลองแล้ว เอ๊ะ ไม่เลว กลิ่นเปรี้ยวหายไป สองวันผ่านไปรสและกลิ่นแทบยังไม่เปลี่ยน

ตอนหลังก็เลยได้ข้อสรุปว่า ทุเรียนเพิ่งแกะ หากใส่กระดาษทิชชูซับเนื้อให้แห้งป้องกันไว้ก่อน ช่วงแรกต้องเปลี่ยนกระดาษทุกวัน แล้วช่วงหลังเปลี่ยนทุกสองสามวัน (เนื้อทุเรียนเริ่มแห้ง) ถ้าแห้งตลอด สามารถเก็บได้นาน

เคล็ดลับก็คือ ความแห้ง

ถ้าสามารถคุมให้ไม่ชื้น ทุเรียนที่แกะแล้วสามารถเก็บได้นานแรมเดือน

แต่วิธีนี้เปลืองกระดาษทิชชูชะมัด

ยังคิดเล่น ๆ ว่าถ้าตัวเองส่งออกทุเรียน จะลองออกแบบโกดังที่สามารถถ่ายเทกำจัดความชื้นได้เร็ว อาจเป็นไปได้ที่จะคุมให้ทุเรียนเดินทางไกลโดยไม่เปรี้ยวแฉะเสียก่อน

เอาให้ทุเรียนไทยได้สำแดงแสนยานุภาพซะหน่อย ว่างั้นเถอะ

อาจชูธง ทุเรียนไทย คู่ น้ำอัดลม เป็นอาหารฟาสท์ฟู้ดแบบไทย ๆ ระดับบรมเอกอุ

รับรอง อ้วนกลม และเอ่ยเอื้อนออกมาเป็นมธุรสวาจาได้ทุกคำ