ผมเขียนเรื่องกระบวนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมสระแก้วไว้ที่ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗)
ใน “งานแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำบันทึกข้อตกลง (MOU) สำหรับสถานศึกษานำร่องที่พัฒนาหลักสูตร พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสระแก้วด้านเศรษฐกิจและ Soft Power ของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสระแก้ว” ณ โรงเรียนสระแก้ว วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘ กิจกรรมหลักเป็นการนำเสนอผลงานของนักเรียน ๑๖ โรงเรียน เพื่อนำสู่การร่วมกันคิดหาวิธีจัดการศึกษาที่หนุนการสร้างนวัตกร
หลังพิธีเปิด เป็นรายการ บรรยายแบบมีปฏิสัมพันธ์และทดลองทำจริง เรื่อง “เส้นทางโครงงานสู่นวัตกรรมที่มีสิทธิบัตร” โดย ดร. สุรนันท์ อนันตชัยศิลป์ และ อ. พิมพ์ศิริ ด่านพิษณุพันธุ์ แห่งโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ตามด้วยการเสนอผลงาน ๔ ช่วง ของ ๑๖ โรงเรียน ทั้งโรงเรียนมัธยมและประถม เป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ. ๑๔ แห่ง สังกัด อบจ. ๑ แห่ง และเป็นโรงเรียนเอกชน ๑ แห่ง
เป็นการนำเสนอที่สะท้อนความก้าวหน้าของโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสระแก้วที่น่าชื่นชมยิ่ง คือโรงเรียนเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุกทุกโรงเรียน
คำถามของผม สำหรับเป็นข้อเรียนรู้ต่อไปของทีมงานที่มานำเสนอคือ จุดจ้องมองคืออะไรแน่ ระหว่างผลงาน กับกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน
การประชุมมีพลังมาก แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า สำคัญกว่าจดสิทธิบัตรคือ นำไปผลิตสินค้าออกสู่ตลาดได้ และต้องไม่ลืมว่ากระบวนการเรียนรู้สำคัญกว่าผลผลิต
ศน. รจนา แจ้งที่ประชุมนี้ว่า จังหวัดสระแก้ว ลงนามความร่วมมือกับ ๓ โรงเรียน คือ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ในการร่วมกันพัฒนานักเรียนให้เป็นนวัตกร ผมชอบที่ ศน. รจนา พูดในการกล่าวนำตอนหนึ่งว่า พลังคำถาม เปลี่ยนโลกได้ นวัตกรต้องเป็นนักตั้งคำถาม ที่จะนำสู่การสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่
หลังจากนั้นเป็นการนำเสนอผลงานของ ๑๖ โรงเรียน โรงเรียนละ ๕ นาที โดยเสนอเป็นช่วงๆ ช่วงละ ๓ - ๕ โรงเรียน ตามด้วยการซักถามหรือให้ข้อคิดเห็นโดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เข้าร่วมประชุม ที่เห็นชัดเจนว่า ทุกโรงเรียนจัดการเรียนรู้เชิงรุก หนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ของตน เน้นการพัฒนาให้นักเรียนเป็นนวัตกร
ตัวอย่างเช่น
โรงเรียนเขาฉกรรจ์วิทยาคม ตั้งปณิธานเป็น EcoSchool, Zero Waste School แล้วนักเรียนทำโครงงานที่สนองปณิธานนี้ และบูรณาการการเรียนรู้ ๘ หน่วยสาระ เกิดผลิตภัณฑ์หลายอย่าง
โรงเรียนวังไพรวิทยาคม ส่งเสริมให้นักเรียนตั้งคำถาม ที่นำสู่โครงงาน สร้างผลิตภัณฑ์หารายได้ เช่น สีผ้าทำอย่างไรไม่ให้ซีด น้ำพริกทำอย่างไรไม่ให้ขึ้นรา ครูแสดงบทโค้ช เรียนรู้ไปกับนักเรียน ทำโครงงานซ้ำๆ จนได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ขายได้จริง
โรงเรียนคลองหาดพิทยาคม ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนโดยพัฒนาจุดแข็งของพื้นที่ คือ ลำไย กับการท่องเที่ยว ฝึกเป็นผู้ประกอบการ โดยค่ายยุวมัคคุเทศก์ จัดตั้งราชาวดีคาเฟ่ ผลิตคุกกี้ลำไย และร่วมกับ ม. วไลอลงกรณ์ พัฒนาวิธีคัดแยกลำไย และพัฒนาดินปลูกสูตรใหม่
โรงเรียนวังสมบูรณ์วิทยาคม ใช้ประโยชน์จากการที่โรงเรียนอยู่ในป่า หนุนให้นักเรียนสร้างนวัตกรรมจากใบไม้ ให้นักเรียนร่วมกันคิดและทำโครงงานใช้ประโยชน์จากใบไม้ นำสู่การใช้ AI & IOT ควบคุมระบบรดน้ำแปลงผักอัตโนมัติ
โรงเรียนพวงคราม (เอกชน) เน้นค่านิยม โตไปไม่โกง ทำโครงงาน ICT Smart Farm ฟาร์มแคนตาลูป มีการสะท้อนคิดบูรณาการข้ามศาสตร์
โรงเรียนทัพพระยาทิพยา (มัธยม) อยู่ห่างปราสาทสด็อกก็อกธม ๑๐ กม. ทำโครงงานยุวมัคคุเทศก์ การร่ายรำอัปสรา พัฒนาสินค้าจากต้นกก เป็นสินค้า OTOP ทุกโครงงานสะท้อนคิดสู่การเรียนรู้ ๘ หน่วยสาระ
แต่ละช่วง ผู้ทรงคุณวุฒิให้ความชื่นชม และให้ข้อคิดเห็นที่สร้างสรรค์มาก เห็นพลังของการเรียนรู้เชิงรุก ที่หนุนให้นักเรียนคิดโจทย์กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ของตนเอง ที่เป็นการเรียนเป็นทีม มีวงจรเรียนรู้จากประสบการณ์ ที่ค่อยๆ ยกระดับขึ้น
ผมเสนอเรื่อง การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนเป็นนวัตกร โดยใช้ Ppt นี้
ผมชื่นใจมาก ที่ตอนนั่งรถกลับกรุงเทพตอนค่ำ ศน. รจนา คุยกับสองสาวครูโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ได้ใจสองครู ที่บอกว่ายินดีไปช่วยงานของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสระแก้ว
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.ค. ๖๘