ฤดูร้อนในยุโรปปีนี้ยังคงร้อนระอุและทุบสถิติอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและจากทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วที่อุณหภูมิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างปารีส โรม ลอนดอน และบาร์เซโลนา ต่างเจอกับอากาศที่ร้อนจัดจนคนไทยส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นเคย ส่งผลให้หลายคนต้องปรับแผนการเดินทาง พร้อมหาวิธีรับมือเพื่อดูแลสุขภาพและความปลอดภัยตลอดทริป (NYTimes)

สำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยวยุโรปช่วงหน้าร้อน การทำความเข้าใจความเสี่ยงจากสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อหลายเมืองใหญ่ในยุโรปไม่ได้มีเครื่องปรับอากาศแพร่หลายเหมือนบ้านเรา ศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรป (ECMWF) รายงานว่าหลายเมืองกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ยาวนาน ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขต่างแนะนำให้นักเดินทางดื่มน้ำบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมากในช่วงกลางวัน ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มของอากาศร้อนผิดปกติที่เกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (WHO) ก็ยิ่งทำให้การปรับตัวและหาวิธีคลายร้อนอย่างสร้างสรรค์กลายเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

ทริคเด็ดหนีร้อนจากผู้เชี่ยวชาญ

คำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขทั้งในยุโรปและไทยต่างเน้นย้ำในเรื่องพื้นฐานเหล่านี้

  • หาที่ร่มหรือพักตามร่มไม้
  • เข้าร่มในอาคารเป็นระยะๆ
  • ใช้บริการ “ศูนย์หลบร้อน” ที่จัดไว้ในเมืองใหญ่

แม้สระว่ายน้ำสาธารณะและสวนสาธารณะที่ลมพัดเย็นสบายจะเป็นตัวเลือกยอดฮิต แต่ผู้เชี่ยวชาญยังชี้เป้าไปยังสถานที่เย็นๆ ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง เช่น พิพิธภัณฑ์ (ซึ่งมักมีการควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้น) แหล่งท่องเที่ยวใต้ดิน หรือโบสถ์เก่าแก่ที่ด้วยกำแพงหินหนาและเพดานสูงตระหง่านช่วยกักเก็บความเย็นไว้ภายใน อย่างในปารีส ห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์ Musée Marmottan Monet หรือการลงไปสำรวจสุสานใต้ดิน Catacombs ก็เป็นทางเลือกในการหลบร้อนชั้นดี ส่วนแกลเลอรีเล็กๆ อย่าง Musée de Carnavalet ก็มีห้องจัดแสดงที่อากาศเย็นสบายเช่นกัน

ในเมืองบาร์เซโลนา มีการจัดตั้งเครือข่าย “ศูนย์พักพิงคลายร้อน” (Climate Shelters) โดยปรับเปลี่ยนอาคารสาธารณะอย่างศูนย์วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ให้เป็นจุดหลบร้อนสำหรับทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ขณะที่อัมสเตอร์ดัม (Rijksmuseum) และโรม (Galleria Borghese) รวมถึงลอนดอน (Science Museum, Victoria and Albert Museum) ก็เป็นแหล่งพักพิงยอดนิยมในวันที่อากาศร้อนจัด

เตือนภัยสุขภาพหน้าร้อน

นักวิจัยด้านสาธารณสุขของยุโรป (Lancet) และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางของไทยต่างเน้นย้ำถึงอันตรายจากโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก ภาวะขาดน้ำ และอาการป่วยจากโรคประจำตัวที่กำเริบ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กเล็ก “แม้แต่นักท่องเที่ยวที่สุขภาพแข็งแรงก็เสี่ยงได้ หากไม่คุ้นชินกับอากาศร้อนจัดและไม่ทันสังเกตสัญญาณเตือนของภาวะขาดน้ำตั้งแต่เนิ่นๆ” ผู้อำนวยการฝ่ายเวชศาสตร์ป้องกันของโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้คำแนะนำ พร้อมเสริมว่าควรศึกษาข้อมูลเรื่องแหล่งน้ำดื่มสะอาดไว้ล่วงหน้า พกขวดน้ำเก็บความเย็นติดตัว และเตรียมพร้อมรับมือกับอากาศร้อนตลอดการเดินทาง

สถานที่ใต้ดินซึ่งหาได้ไม่ยากในยุโรป แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยชั้นเยี่ยม เช่น สุสานใต้ดิน Catacombs และพิพิธภัณฑ์ท่อระบายน้ำในปารีส ที่มีอุณหภูมิภายในเย็นสบายเฉลี่ยเพียง ๑๕ องศาเซลเซียส ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินเก่าแก่ในลอนดอน หรือแหล่งโบราณคดีใต้ดินในมาดริดและบาร์เซโลนา ก็เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับหลบแดดคลายร้อนเช่นกัน

สระว่ายน้ำ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์: ตัวช่วยหนีร้อนชั้นดี

สระว่ายน้ำสาธารณะถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ แม้บางแห่งอาจสงวนสิทธิ์ให้คนท้องถิ่นเป็นหลัก แต่ก็มีอีกหลายที่ เช่น Piscina delle Rose ในกรุงโรม หรือ Hampstead Heath และ Serpentine Lido ในลอนดอน ที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปแช่น้ำคลายร้อนได้เช่นกัน ส่วนที่โคเปนเฮเกนก็มีท่าเรือสำหรับว่ายน้ำที่เรียกว่า “havnebade” ซึ่งชาวเมืองนิยมมาเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก คล้ายกับเทรนด์การพัฒนา “สวนริมน้ำ” ในกรุงเทพฯ

พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดหลายแห่งยังเปิดเป็นศูนย์หลบร้อนโดยไม่เสียค่าเข้าชม เช่น British Library ในลอนดอนที่ทั้งเย็นและเงียบสงบ หรือ National Library ในมาดริด และ Royal Danish Library ในโคเปนเฮเกน ซึ่งต่างก็เป็นจุดหมายยอดนิยมที่นักอ่านและนักท่องเที่ยวสามารถแวะมาหลบแดด ชื่นชมศิลปะ หรือนั่งพักผ่อนระหว่างทริปได้

นอกจากนี้ จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมของศาสนสถานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ มัสยิด หรือวิหารในยุโรป ก็คือการมีกำแพงหินหนา เพดานสูง และมีแสงแดดส่องถึงน้อย ทำให้ภายในมีอากาศเย็นกว่าข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด เช่น มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่นครวาติกัน หรือโบสถ์ Saint Ignatius ในกรุงโรม ที่ไม่ควรพลาดทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และเป็นที่หลบร้อน

บทเรียนจากบ้านเราและคำแนะนำยุคใหม่

สำหรับคนไทยที่อาจไม่คุ้นเคยกับฤดูร้อนของยุโรป คำแนะนำเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากวิธีรับมือกับอากาศร้อนในบ้านเรามากนัก ไม่ว่าจะเป็นการหลบแดดตามชายคาวัด การใช้พัด หรือการจัดสรรเวลาทำกิจกรรมในช่วงที่อากาศเย็นลง คล้ายกับการพักผ่อนช่วงกลางวันที่ตลาดนัดจตุจักร แต่ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่าคลื่นความร้อนในยุโรปมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น (Nature) ทำให้หลายเมืองอย่างปารีส บาร์เซโลนา และลอนดอน เร่งลงทุนจัดทำ “แผนที่จุดหลบร้อน” (Cool Spaces Map) ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ห้องสมุดที่เข้าฟรี ไปจนถึงสวนสาธารณะที่เปิดถึงดึกและศูนย์บริการประชาชน (City of London Cool Spaces)

ชาวไทยที่เคยผ่านหน้าร้อนของกรุงเทพฯ หรือทำงานกลางแจ้งในภาคเกษตรกรรม ย่อมทราบดีว่าอาการเจ็บป่วยจากความร้อนอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้เตือนให้ทุกคนเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี สวมหมวกปีกกว้าง หรือพกร่มแบบไทยๆ และดื่มน้ำเกลือแร่แทนเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ (WMO) ซึ่งวิธีการจัดสรรเวลากินข้าวและพักกลางวันแบบไทยๆ ก็ยังคงใช้ได้ดีกับการเดินทางในยุคนี้

ขณะเดียวกัน หน่วยงานสาธารณสุขของยุโรปต่างเตือนว่าสภาพอากาศปีนี้คาดเดาได้ยาก ขอให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาทั้งของไทยและของท้องถิ่นอยู่เสมอ (Thailand Meteorological Department) บริษัททัวร์หลายแห่งจึงเริ่มแนะนำให้ลูกทัวร์เตรียมอุปกรณ์กันแดด เช่น หมวก ผ้าเย็น หรือพัดลมพกพา พร้อมทั้งปรับตารางเที่ยวในแต่ละวันให้ยืดหยุ่นตามสภาพอากาศ

เคล็ดลับเที่ยวให้เย็นสบายในยุโรป

ข้อแนะนำสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางไปยุโรปในฤดูร้อนนี้ ได้แก่

  • วางแผนเที่ยวพิพิธภัณฑ์หรือห้องสมุดในช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด
  • ใช้ประโยชน์จากข้อมูล “ศูนย์หลบร้อน” ที่แต่ละเมืองจัดเตรียมไว้ให้
  • ติดตามพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแนะนำสถานที่หลบร้อน เช่น “Paris Plages” สำหรับหาดทรายจำลองริมแม่น้ำแซน หรือ “Cool Spaces” ของลอนดอน (Metro.co.uk)
  • มองหาแหล่งน้ำสำหรับว่ายน้ำไว้ล่วงหน้า และใช้เวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเช้าและเย็น ตามคำแนะนำของแพทย์ไทยผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันโรคลมแดดในผู้สูงอายุ (PubMed)

ปรับตัวด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นและสากล

ท้ายที่สุดแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการผสมผสานวิธีคิดแบบยุโรป เช่น การใช้ห้องใต้ดินหรือโบสถ์เป็นที่หลบร้อน เข้ากับภูมิปัญญาแบบไทยๆ อย่างการพักกลางวันและเน้นดื่มน้ำให้บ่อยเข้าไว้ ในยุคที่คนไทยเดินทางไปยุโรปมากขึ้นและสภาพอากาศแปรปรวนไร้พรมแดน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อดูแลสุขภาพในฤดูร้อนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง