ทวีปเอเชียกำลังผงาดขึ้นเป็นดาวเด่นของวงการท่องเที่ยวโลกประจำฤดูร้อนนี้ โดยครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Economics Institute) ซึ่งไม่เพียงสะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาค แต่ยังชี้ให้เห็นถึงรสนิยมของนักเดินทางทั่วโลกที่เปลี่ยนไป โดยมีโตเกียวและโอซาก้าเป็นเมืองที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่เมืองอื่น ๆ ในเอเชีย เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง โซล และสิงคโปร์ ก็ติดอันดับเข้ามาด้วย ข้อมูลชุดนี้ช่วยให้เรามองเห็นทิศทางใหม่ ๆ ของตลาดการท่องเที่ยวโลกในปี ๒๕๖๘ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น (CNBC)
เทรนด์ความนิยมที่พุ่งสู่เอเชียนี้ส่งผลโดยตรงต่อแวดวงการท่องเที่ยวไทย เพราะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปมากขึ้น ประเทศไทยเองก็ต้องเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายในการฟื้นตัวหลังโควิด-19 และการสร้างจุดยืนที่โดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ผลการศึกษาของมาสเตอร์การ์ดซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลการจองเที่ยวบินทั่วโลกระหว่างปี ๒๕๖๗–๒๕๖๘ พบ ๑๕ เมืองที่มียอดนักเดินทางพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงแต่เมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซาก้า แต่ยังรวมถึงเมืองดาวรุ่งอย่างญาจางในเวียดนามและฟุกุโอกะในญี่ปุ่น
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติคือค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อปีที่ผ่านมา โดยอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ ๔๐ ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน โตเกียวยังครองตำแหน่งเมืองที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในโลกประจำปี ๒๕๖๗ อีกด้วย ผู้บริหารฝ่ายเศรษฐกิจของมาสเตอร์การ์ดภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ระบุว่า “กระแสความนิยมในญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง โดยมีโตเกียวและโอซาก้าเป็นหัวหอกสำคัญที่ดึงดูดการท่องเที่ยวจากทั่วโลก”
ปรากฏการณ์ค่าเงินนี้ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวชาวเอเชียมากกว่าชาติตะวันตกอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ค่าเงินเยนที่อ่อนลง ๑% อาจกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง ๑.๕% ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นเพียง ๐.๒% ส่วนความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวจากไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และอินเดียเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชียมักให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและพร้อมปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางตามต้นทุนที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ที่น่าสนใจคือ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษส่วนใหญ่แทบไม่เปลี่ยนแผนการเดินทางแม้ค่าเงินจะผันผวน รายงานยังพบอีกว่าชาวยุโรปและอเมริกันก็มีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเอเชียด้วยเช่นกัน แม้จะไม่ได้คึกคักเท่านักท่องเที่ยวในภูมิภาคเดียวกัน
ไม่ใช่แค่เมืองหลักเท่านั้นที่ได้รับความนิยม เมืองรองในเอเชียอย่างญาจางและฟุกุโอกะก็กำลังถูกจับตาในฐานะ “ดาวรุ่งพุ่งแรง” ประจำปีนี้ด้วย ผลวิเคราะห์ล่าสุดในแวดวงท่องเที่ยวยังชี้ว่า นักเดินทางชาวเอเชียจำนวนไม่น้อยกำลังมองหาจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ที่ไม่แออัด การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองรองและกระจายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้ทั่วถึง เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด
รายงานของมาสเตอร์การ์ดยังชี้ให้เห็นปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อเทรนด์การเดินทาง เช่น การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจในตะวันออกกลางที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากนโยบายของประเทศซาอุดีอาระเบีย ในทางกลับกัน สหรัฐอเมริกากลับมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ๕% ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากแคนาดา แม้จะมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโดยรวมจะยังขยายตัวต่อไปก็ตาม รายงานจาก JPMorgan ระบุเพิ่มเติมว่า หากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ๑๐% จะกระทบจีดีพีของสหรัฐฯ ไม่ถึง ๐.๑% แต่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจโรงแรมและการศึกษา ซึ่งพึ่งพานักเดินทางจากต่างชาติในสัดส่วนที่สูง
สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ ปัจจัยเหล่านี้ควรถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาหลังเปิดประเทศอีกครั้ง และยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวจีน เกาหลีใต้ และเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่ขณะเดียวกัน ตลาดก็มีความท้าทายมากขึ้น จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในสินค้าและบริการ การพัฒนาระบบดิจิทัล รวมถึงการกำหนดราคาที่เหมาะสม ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายที่ดูแพงสำหรับนักเดินทางที่เน้นความคุ้มค่า ในทางตรงกันข้าม หากเงินบาทอ่อนค่า แม้จะช่วยกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวได้ แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนก็อาจลดลงเช่นกัน
เมื่อมองในมิติของวัฒนธรรม ประเทศไทยในฐานะ “สยามเมืองยิ้ม” ซึ่งมีชื่อเสียงด้านเทศกาลและชายหาดที่สวยงาม มักมีกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก หากต้องการเดินตามรอยความสำเร็จของญี่ปุ่นและเวียดนาม ไทยควรมองหาโอกาสในการสร้างจุดขายใหม่ ๆ ในเมืองรอง เช่น น่าน ตรัง หรือนครศรีธรรมราช เพื่อกระจายรายได้และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง
นอกจากนี้ ข้อมูลของมาสเตอร์การ์ดยังตอกย้ำว่านักท่องเที่ยวเอเชียอ่อนไหวต่อราคาและความคุ้มค่าอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานของไทยต้องปรับตัว โดยอาจเสนอแพ็กเกจที่ยืดหยุ่น เพิ่มทางเลือกและช่องทางการจองที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจับจังหวะทำตลาดในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่า หรือหากเงินบาทแข็งค่า ก็ควรหันไปเจาะตลาดพรีเมียมและกลุ่มเฉพาะทางเพื่อรักษาระดับรายได้
เมื่อมองไปในอนาคต จะเห็นได้ว่าตลาดท่องเที่ยวโลกมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น จุดหมายปลายทางในเอเชียจะยิ่งเติบโตเมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน เทคโนโลยี และเครือข่ายดิจิทัลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้มีบทบาทในองค์กรด้านการท่องเที่ยวของไทยจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ใช้การวิเคราะห์แบบเรียลไทม์เพื่อตอบโจทย์ตลาดและวางแผนได้อย่างแม่นยำ การร่วมมือกับสายการบิน โรงแรม หรือแพลตฟอร์มออนไลน์จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ไทยรักษาความได้เปรียบในภูมิภาคไว้ได้
ผลดีดังกล่าวยังขยายไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ ด้วย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคการศึกษา การค้าปลีก และบริการสุขภาพ อย่างไรก็ดี หากต้องการรักษาความสำเร็จในระยะยาว ประเทศไทยควรเน้นกลยุทธ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมและรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อลดผลกระทบจากภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) ซึ่งเป็นบทเรียนที่เห็นได้ชัดจากญี่ปุ่นในปัจจุบัน
สำหรับประเทศไทย ภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายอาจพิจารณาแนวทางต่อไปนี้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง:
- จับตาสถานการณ์ค่าเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนโปรโมชันที่เหมาะสมกับแต่ละตลาด
- ลงทุนพัฒนาเมืองรองให้มีศักยภาพ พร้อมกระจายการตลาดเพื่อลดความแออัดในเมืองใหญ่
- ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างระบบราคาที่ยืดหยุ่นและมอบประสบการณ์การเดินทางที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคล
- ส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐ สายการบิน โรงแรม และผู้ให้บริการท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์ได้ทันต่อพฤติกรรมของนักเดินทาง
- ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรักษาแก่นแท้ทางวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมองหาประสบการณ์ที่แท้จริง
ท้ายที่สุด ขณะที่เอเชียกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตของการท่องเที่ยวโลก ประเทศไทยก็ยืนอยู่บนทางแยกที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดที่สูงขึ้น หากสามารถตอบโจทย์นักเดินทางที่ใส่ใจความคุ้มค่า เกาะติดเทรนด์เมืองรองได้ทันท่วงที ประเทศไทยก็จะสามารถรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางในฝันของผู้คนทั่วโลกไว้ได้อย่างแน่นอน
อ่านรายงานฉบับเต็มจาก Mastercard Economics Institute ได้ที่ CNBC