ไม่ได้เขียนบันทึก 2-3 วัน  แต่ไปอ่านเรื่องที่สนใจ และแสดงความเห็น ความคิดไว้บ้าง กระจัดกระจาย  เลยแอบนำมารวมไว้ที่นี่  และมีเจตนาอยากเชื่อมโยง (Link) ให้ได้อ่านบันทึกน่าสนใจเหล่านั้นด้วยครับ ...

  •     เห็นด้วยว่าเป็นความจริงทุกประการครับ  และเห็นด้วย และ ฉุกคิดเช่นเดียวกับ ครูนงเมืองคอน  ว่า เพิ่มงบวิจัยแต่ไม่มีมาตรการที่ดี รองรับ ก็คงมีแต่งานวิจัย "ขึ้นหิ้ง" รกบ้านรกเมือง เปลืองกระดาษ และเวลา ทั้งของนักวิจัยและคนอ่าน ก็ได้นะครับ
      .. ผมสรุปถูกมั้ยครับถ้าจะบอกว่า .. งานวิจัยที่ดี ต้องดูขลัง มีอะไรรุงรังที่คนอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง .. การนำไปใช้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่ต้องสนใจก็ได้  ...

       จาก Handy เมื่อ พ. 10 ม.ค. 2550 .. ในบันทึกเรื่อง สถานการณ์งานวิจัยในเมืองไทย:บางประการที่น่าเป็นห่วง

  •     อ่านช้าๆ มาตลอดครับ ทั้งตัวบันทึก และทุกความคิดเห็น สรุปว่าข้อมูลมากเกินพอสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจแล้ว  แต่ก็ขอต่ออีกสักนิดครับ 
       ผมว่าเป็นหมอดีแล้วครับ เป็นอาชีพที่เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ได้ นั่นคือ ให้ชีวิตกับผู้คน และถ้าให้ดีอยากให้น้องเขามองต่อไปว่า ถ้ามีโอกาสต่อไปขอให้ได้เป็นอาจารย์ ทำหน้าที่ "ครู" ด้วย  ศิลปะอันเป็นที่รักก็จะได้นำมาประยุกต์ใช้ได้มากมายไม่รู้จบ ในหน้าที่ของ ครู และที่สำคัญยิ่ง ก็คือ น้องจะมีโอกาสสูงมาก ในการ แสวงหาสุขใส่ตน ด้วยการ รักผู้อื่น สามารถช่วยคนให้รอดได้ทั้ง "ชีวิต" (หมอ) และ รอดทาง "จิตวิญญาณ"(ครู)

      จาก Handy เมื่อ พฤ. 11 ม.ค. 2550 .. ในบันทึกเรื่อง ..
    เมื่อลูกสาวผม..ไม่อยากเรียนหมอ 

  •     ใครจะวิจารณ์อย่างไร  อ่านได้ นำมาไตร่ตรองได้ครับ แต่ อย่าทิ้งตัวตนของท่านเอง ก็แล้วกัน .. เป็นตัวเราให้ดีที่สุด เขียนสิ่งที่อยากเขียน  เขียนด้วย เจตนาที่เป็นกุศล  มุ่งหวังสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิด เพื่อพัฒนา ทั้งระดับ หน้าที่การงาน และ จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ .. ทั้งของตนเอง และ เพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย .. ทำไปเถอะครับ  ผมว่าไม่ผิด ส่วนใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ใครจะคิด บนฐานอะไร ภายใต้ กรอบ หรือ กรงขัง ชนิดไหน หรือจะ ไร้กรอบ ก็จงเลือกเอา

    จาก Handy เมื่อ พฤ. 11 ม.ค. 2550 .. จากบันทึกเรื่อง ..
    จุดอ่อนของ Blog   

  •  ชัดเจน แจ่มแจ้งครับ ขอคารวะ ท่านพี่ของอาจารย์ด้วยครับที่ อุปมาได้เห็นภาพชัด  ชนิดที่ไม่รู้จะปฏิเสธได้อย่างไร .. ผมก็รู้สึกตลอดมาว่า ทำไมหนอกระถางจึงมาปิดกั้นอิสรภาพของเรา ทำไมเขาไม่เพียงแค่ล้อมรั้ว ให้เราได้อยู่กันอย่างธรรมชาติ ให้โอกาสเราได้แลกเปลี่ยน แบ่งปัน สิ่งที่แต่ละคนมี เพื่อก่อประโยชน์ สูงสุดให้กับสิ่งที่เราคิด เห็น ตรงกัน และสามารถร่วมแรงร่วมใจกันได้ แม้จะเป็นไม้ต่างสายพันธุ์
       พูดก็พูดเถอะครับ  Physically .. ผมอยู่ในกระถางเหมือนใครต่อใคร  แต่ Spiritually .. ผมคุยได้ว่า กระถางทำอะไรผมไม่ได้มากนักหรอกครับ .. รอวันว่าเมื่อไรที่สภาพ ทางกายภาพมันเปลี่ยน  กระถางถูกทุบให้แตก หรือแค่มีรอยร้าว  .. ด้วยจิตวิญญาณ ผมว่าต้นไม้จำนวนไม่น้อยจะแสดงปาฏิหาริย์ ขยายรากออกไปเกาะเกี่ยวกัน  และอาจถึงขั้นเคลื่อนตัวเข้าหากัน เพื่อรวมตัวกัน ทำอะไรบางอย่าง  หรือหลายอย่างก็ได้  ใครจะรู้

    จาก Handy เมื่อ จ. 08 ม.ค. 2550  ในบันทึกเรื่อง ..
    มนุษย์กระถาง  

  •      ขอสนับสนุนแนวคิด ของท่าน คนไร้กรอบ   และของ อ. ดร. แสวง รวยสูงเนิน  ครับ .. ยินดีเป็นกองเชียร์ กองหนุน หรือ พลทหาร ก็ได้ เพื่อให้สิ่งที่ดีกว่า ใช่กว่า บังเกิดขึ้นในสังคมนี้ ประเทศนี้ครับ
         เรื่อง ตะวันออก - ตะวันตก นี่ ผมยังยืนยันความเชื่อว่า ของตะวันออกเรา มีอะไรอยู่ครบถ้วน แต่ขาดการศึกษา และทำให้กระจ่างอย่างจริงจัง ครั้นทางตะวันตกเขาคิด หรืออาจประยุกต์ของเดิมของเรา ให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม เข้าใจง่าย ปฏิบัติง่ายขึ้น ก็ตื่นเต้น และชื่นชอบ ชื่นชมกัน พอมาทบทวนดีๆ ก็จะพบเสมอว่า "มีอยู่แล้วนี่หว่า ตั้งกว่า 2500 ปีมาแล้ว" อย่างไรก็ตาม การมัวคิดว่า ใครก่อน ใครหลัง ใครเหนือกว่า ใครด้อยกว่า ไม่ได้มีประโยชน์อะไร สู้
    ไม่หลงของเก่า ไม่เมาของใหม่ ไม่ได้ครับ  จะเก่าใหม่ไม่ว่า เน้นการใช้ประโยชน์ได้เป็นสำคัญดีกว่า  แต่ที่เห็นอยู่มักจะเข้าลักษณะ " เมินของเก่า - เมาของใหม่ " และหลายครั้ง เมาจนแทบหาแก่นสาร สาระไม่ได้เลย

    จาก .. Handy เมื่อ อ. 07 ม.ค. 2550 .. ในบันทึกเรื่อง ..
    Conceptualization คือ โศลก เป็นวัฒนธรรมตะวันออก ที่ดี 

                                             ฯลฯ