แผนงานความปลอดภัยทางถนน ระยะที่ ๓ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และองค์การอนามัยโลก ภายใต้มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนน มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนในประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยอาศัยองค์ความรู้และการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนักและ ความเข้าใจแก่สังคม โดยมุ่งเน้นการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนและขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ ด้านความปลอดภัยทางถนน   ติดต่อมาว่า อยากใช้ DE เป็นเครื่องมือในการทำงาน    และขอเชิญผมเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการกำกับทิศทาง แผนงานความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ ในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. 

ผมจัดเวลาเข้าร่วมประชุม ออนไลน์ เพื่อให้คำแนะนำหลักการของ DE ว่าเหมาะต่อการใช้แก้ปัญหา หรือพัฒนาเรื่องที่ซับซ้อนมาก อย่างเรื่องความปลอดภัยทางถนน    โดยพลังสำคัญของ DE คือพลังของ ข้อมูลที่แม่นยำและการตีความข้อมูลโดยนักวิชาการ   พลังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลายและครบถ้วน   พลังของการสานเสวนากันอย่างเปิดใจฟังเปิดใจพูดในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย    พลังของการกระทำของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย    และพลังของวงจรเรียนรู้และปรับตัว     โดยผมทำ PowerPoint นำเสนอ เรียกว่า พลังทั้ง ๘   หรือมรรค ๘  ดังนี้   

ในการประชุม ทีมงานของโครงการมุ่งใช้ multiple loop learning เป็น feedback loop เพื่อการปรับวิธีทำงาน     ยังไม่ได้ใช้ DE อย่างเต็มรูปแบบ   ผมชี้ให้เห็นว่าจุดอ่อนที่สุดของการดำเนินการอยู่ที่การกำหนด stakeholders   ยังขาด stakeholders กลุ่มที่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ (คือไม่บาดเจ็บ พิการ หรือตาย จากอุบัติเหตุทางถนน)   รวมทั้งได้แนะนำว่า แต่ละขั้นตอนของ DE ต้องการความเอาใจใส่ในรายละเอียด    เพื่อใช้พลังของ stakeholders ในการขับเคลื่อนความสำเร็จ    

ผมแนะนำ บล็อก ที่เขียนให้ความรู้เรื่อง DE ในเชิงทฤษฎี ๕ บันทึก ดังนี้ 

อ่านเพิ่มเติม

 https://www.gotoknow.org/posts/680315

https://www.gotoknow.org/posts/680613

https://www.gotoknow.org/posts/681071

https://www.gotoknow.org/posts/681570

https://www.gotoknow.org/posts/681867

https://www.gotoknow.org/posts/Tags/de

 วิจารณ์ พานิช

๒๖ ก.ย. ๖๕