ตอนที่ ๑  ตอนที่ ๒   ตอนที่ ๓   ตอนที่ ๔  ตอนที่ ๕   ตอนที่ ๖  ตอนที่ ๗

การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะสะดุดมาค่อนปี    ตั้งแต่สมัย รมต. ศึกษาท่านก่อน   โดยมีเสียงลือว่า เกิดจากมีคนที่เป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ทางการศึกษาไปท้วงท่าน รมต.   ว่าหลักสูตรแบบใหม่จะทำให้การศึกษาอ่อนแอด้านวิชาการ    มาฟื้นขึ้นโดย รมต. ท่านใหม่ ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔   โดยมี ดร. สิริกร มณีรินทร์ เป็นประธาน     ยก ดร. กฤษณพงศ์ ขึ้นเป็นที่ปรึกษา     แปลกที่เขาตั้งผมกลับเข้าไปอีก    และคราวนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน    โดยมีคณะอนุกรรมการอีก ๓ ชุด        

ผมได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการที่เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการอำนวยการ    ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๔ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔   และครั้งที่ ๓/๒๕๖๔ ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔   ที่นำสู่การเขียนบันทึกชุดนี้ต่อ เป็นตอนที่ ๘    

 ในการประชุมทั้งสองครั้ง  ท่ามกลางพายุข้อคิดเห็นเชิงวิชาการ ของท่านผู้รู้     ที่ผมเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง    และท่ามกลางวิกฤติโควิด ที่สร้างสถานการณ์ที่เป็นข้อจำกัดต่อการนำเรื่องใหม่ๆ เข้าไปโถมทับโรงเรียนและครูที่กำลังปรับตัวเป็นพัลวัน     แต่มติของการประชุมออกมาดี    ดีอย่างไม่น่าเชื่อ     

ผมว่าดีก็เพราะ การพัฒนาหลักสูตรนี้จะใช้แนวทาง top-down & bottom-up ร่วมกัน    แนวทาง top-down หมายถึงมีกลไกทางวิชาการที่ส่วนกลางคิดกรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะ   ให้โรงเรียนจำนวนหนึ่งอาสาสมัครทำหน้าที่นำร่อง ทดลองเอาไปปรับเป็นหลักสูตรโรงเรียน  เท่ากับเป็นกลไก bottom-up    เกิดวงจรเรียนรู้และปรับปรุงกรอบหลักสูตรดังกล่าว     

 ท่านประธาน ดร. สิริกรทำงานหนักมาก    จัดให้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ให้ผู้เกี่ยวข้อง เรียนรู้หลักสูตรฐานสมรรถนะของฝรั่งเศสที่เขาค่อยๆ พัฒนาอย่างอดทนมา ๑๕ ปี มาให้เรียนรู้   โดยมี ศน. ฝรั่งเศส ที่ดูแลโรงเรียนฝรั่งเศสในกรุงเทพมาเล่าให้พวกเราฟัง   นอกจากนั้งยังมีเรื่องราวของโรงเรียนนานาชาติแนวแคนาดา คือโรงเรียนทิวไผ่งาม มาเล่าให้ฟังด้วย   น่าตื่นตาตื่นใจมาก     

เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน    ท่านประธานจึงทำ timeline กำหนดหมุดหมายกิจกรรมสำคัญๆ    เอามาเป็นเครื่องมือ coordinate งาน    จาก timeline แตกเป็น key activities สำหรับไล่ร่วมกันว่าแต่ละกิจกรรมมีผู้รับผิดชอบชัดเจนแล้ว

สรุปได้ว่า ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๔ ท่านรัฐมนตรีศึกษาธิการเปิดโครงการทดลองใช้หลักสูตร (ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจำนวนหนึ่ง)     เดือนธันวาคม ๒๕๖๔ - กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ประกาศรับสมัครโรงเรียนที่พร้อมเข้าร่วมใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะของช่วงชั้นที่ ๑ (อาจรวมทั้งช่วงชั้นที่ ๒ ด้วย)    เดือนมีนาคม ๒๕๖๕ ประกาศรายชื่อโรงเรียนร่วมใช้หลักสูตร ที่จะเริ่มใช้จริงๆ เมื่อเปิดเรียนเทอม ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕   

แผนทั้งหมดยืดหยุ่นได้    แผนคร่าวๆ คือ ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ เริ่มใช้ในช่วงชั้นที่ ๑ และ ๒    ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ เริ่มใช้ในช่วงชั้นที่ ๕ และ ๖    โดยผมเสนอให้จัดทำ learning loop โดยใช้ DE   เพื่อปรับวิธีดำเนินการทั้งในระดับโรงเรียน และระดับกระทรวง        

ส่วนที่ถูกใจผมคือ    ทีมนักวิชาการส่วนกลางกำหนดกรอบกว้างๆ     และมีคู่มือหรือเอกสารช่วยให้ตัวอย่าง    สำหรับให้โรงเรียนคิดหลักสูตรของโรงเรียน และคิดวิธีดำเนินการเอง    รวมทั้งให้โรงเรียนประเมินผลเอง ว่านักเรียนได้ประโยชน์อย่างไรบ้างในด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ยกระดับขึ้น           

เท่ากับการดำเนินการเปลี่ยนหลักสูตรไปใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ    ดำเนินการแบบ empower โรงเรียนที่สมัคร ให้ทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง    เป็นการยกย่องครูโดยทางอ้อม    ว่าครูจำนวนหนึ่งมีใจ และมีความสามารถสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาได้           

วิจารณ์ พานิช

๓๐ ก.ค. ๖๓