กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว




กรุงโรม (Rome) หรือ โรมา ( Roma) ในภาษาละติน ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 ของอิตาลีซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่ถึง 4 ล้านคน
กรุงโรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,700 ปี โรมได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองอันเป็นนิรันดร์ ( Eternal city) เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมัน ซึ่งเป็นผู้วางรากฐานอารยธรรมตะวันตก โรมเผยแผ่อาณาจักรไปทั่วยุโรป หากแต่ก็เสื่อมถอยไปตามกาลเวลาเนื่องจากการครอบงำของศาสนจักรจนกลายเป็นยุคมืด แต่โรมก็ได้มอบงานสร้างและงานศิลปะให้โลกชื่นชมจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าสุดท้ายแล้วโรมจะถูกเผาทำลายโดยผู้บุกรุก แต่ก็ยังคงความสวยงามของซากอารยธรรมโบราณและคุณค่าทางประวัติศาสตร์เอาไว้ให้ได้ศึกษา





(ซากเมืองทรอย ที่เมืองชานัคคาเล่ ตุรกี)
ตามตำนานเกี่ยวกับการสร้างกรุงโรมกล่าวว่า ภายหลังการล่มสลายของเมืองทรอย อันเกิดจากการทำสงครามยาวนานระหว่างชาวอะคีอันส์และชาวทรอย ชาวทรอยส่วนที่รอดชีวิตมาได้อพยพหาดินแดนแห่งใหม่เพื่อลงหลักปักฐานโดยการนำของเจ้าชายอีเนียส (Aeneas) แห่งทรอย ภายหลังจากที่ได้ค้นพบดินแดนแห่งใหม่แถวเนินเขาอัลบาน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จากตำแหน่งของกรุงโรม ต่อมาเจ้าชายอีเนียสได้ตั้งชื่อเมืองว่า อัลบา ลองกา (Alba Longa) และปกครองเมืองสืบต่อไป



จนกระทั่งถึงยุคสมัยของกษัตริย์นูมิทอร์ (Numitor) ได้เกิดการแย่งชิงอำนาจโดยอามูลิอูส (Amulius) ผู้เป็นน้องชาย จนในที่สุดอามูลิอูสได้แย่งชิงบัลลังก์จากพี่ชายและขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองได้สำเร็จ ได้เนรเทศพี่ชายของตนและสังหารบุตรชายของนูมิทอร์ เหลือไว้เพียงบุตรสาวเพียงคนเดียว คือ เรอา ซิลเวีย (Rhea Silvia) อามูลิอูสได้ส่งเรอาไปเป็นนักบวชหญิงของเทพีเวสต้า เพื่อถือศีลพรหมจรรย์ เป็นการตัดตอนมิให้ทางฝั่งของนูมิทอร์มีทายาทสืบอำนาจต่อไป
อามูลิอูสได้ปกครองเมืองไปได้ระยะหนึ่งก็มีข่าวลือมาเข้าหูว่า เรอาได้ตั้งครรภ์ โดยตำนานเล่าว่านางถูกเทพมาร์ส (Mars) เทพเจ้าแห่งสงครามขืนใจ และกำเนิดบุตรชายฝาแฝด หลังจากนั้นนางจึงถูกคุมขัง ส่วนเด็กทั้งสองถูกฆ่าโดยการนำไปทิ้งที่แม่น้ำไทเบอร์ เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม แต่เด็กทั้งสองกลับรอดชีวิตจากการช่วยเหลือของเทพมาร์ส และลอยไปติดที่บริเวณตีนเขาเพลาไทม์ (Palatine) และได้รับการเลี้ยงดูจากแม่หมาป่าให้เด็กทั้งสองดูดนมของตน ต่อมาฟาตูลุส (Faustulus) คนเลี้ยงแกะได้มาพบและนำเด็กทั้งสองมาเลี้ยงเป็นลูก ตั้งชื่อว่าโรมุลุสและเรมุส (Romulus and Remus)



กาลเวลาต่อมาโรมุลุส ได้สร้างหมู่บ้าน"โรม" ส่วน เรมุสได้สร้างหมู่บ้าน "รีมอเรีย" ที่บริเวณแม่น้ำไทเบอร์ แต่ต่อมาทั้งสองวิวาทกันโรมุลุสฆ่าเรมุสตาย โรมุลุสจึงสร้างเมืองขึ้นใหม่ ตั้งชื่อเมืองนั้นว่า โรม (Rome)ตามชื่อของตน
ชาวเมืองโรมในยุคแรกเริ่มของการสร้างเมืองส่วนใหญ่เป็นพวกผู้คนที่ถูกเนรเทศ ผู้ลี้ภัย และทาสมาจากเมืองอื่นๆ และทั้งหมดเป็นผู้ชาย ทำให้โรมเกิดภาวะขาดสตรี โรมุลุสต้องการเพิ่มปริมาณประชากรของโรม ทำให้ต้องการสตรีเป็นจำนวนมาก จึงได้ออกอุบายจัดงานรื่นเริงเฉลิมฉลองเทพเนปจูนขึ้นภายในเมืองโรม และเชื้อเชิญสตรีชาวเมืองอื่นๆ มาร่วมงานด้วย เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมก็จะให้ชาวเมืองโรมซึ่งมีแต่ผู้ชายเข้ามาลักพาตัวสตรีที่มาร่วมงานไปเป็นเมียของตน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดข้อวิวาทขัดแย้งลุกลามกลายเป็นสงครามระหว่างโรมกับเมืองต่างๆ โดยเฉพาะเมืองเซบาย สงครามยุติลงเพราะสตรีที่ถูกลักพาตัวไปเข้ามาขัดขวาง ทำให้เกิดการทำสนธิสัญญาเพื่อสันติระหว่างโรมกับเมืองต่างๆ โรมได้รวมกับเซบายและอยู่ในการปกครองร่วมกันของโรมุลุสและติตุส ตาอิลุส (titus tatius) กษัตริย์แห่งเซบาย



หลังจากติตุส ตาติอุส กษัตริย์แห่งเซบายสิ้นพระชนม์ลงทำให้การปกครองทั้งหมดตกอยู่ที่โรมุลุสเพียงผู้เดียว โรมุลุสได้ปกครองโรมเป็นเวลา 38 ปี แล้วก็หายสาบสูญไป โดยตามตำนานเล่าว่าเกิดพายุขนาดใหญ่พัดเข้ามาในโรมอย่างกระทันหันและโรมุลุสก็หายไป บ้างก็ว่าเขาไปเป็นเทพบนสวรรค์ มีนามว่า "กวิรีนุส" ( Quirius)
เมืองโรมมีกษัตริย์ปกครองต่อมาอีก 6 พระองค์และกำเนิดสาธารณรัฐโรมันหรืออาณาจักรโรมัน ในราว 509 ปีก่อนคริสตกาล รูปเด็กทารก2คนกำลังดูดนมหมาป่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโรม พบเห็นได้ทั่วไปในยุโรปที่โรมันขยายอำนาจไปถึง และปัจจุบันยังใช้เป็นตราสโมสรฟุตบอลโรม่าของอิตาลีอีกด้วย






กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จ ภายในวันเดียว แปลมาจากสำนวนภาษาอังกฤษ Rome wasn't built in a day หมายถึง การจะทำงานใหญ่ให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝ่าฟันกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆมากมาย
ที่มาของสำนวน
มาจากประวัติการก่อสร้างกรุงโรมที่ยาวนาน กว่าจะมาเป็นกรุงโรมหนึ่งในศูนย์กลางทางอำนาจในยุคสมัยของอาณาจักรโรมัน เมืองที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องผ่านเรื่องราวอุปสรรคปัญหามากมาย กว่าจะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จของคนเราก็เช่นกัน ไม่ใช่จะได้มาอย่างง่ายดาย สำนวนนี้เป็นการให้กำลังใจไม่ท้อถอย พยายามให้ถึงที่สุด สักวันจะต้องประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหว้งจนได้
อย่าถอดใจเสียก่อนก็แล้วกัน







สถานที่ : กรุงโรม อิตาลี