Three-Track Mind (TTM)


            ในปัจจุบันหลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ที่คนรู้จักหรือคนใกล้ชิดเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมาแล้ว รวมทั้งมีประสบการณ์จากการสูญเสียซึ่งมีผลต่ออารมณ์ จิตใจและครอบครัวของตัวเอง เนื่องจากความถี่ของปัญหามีมากขึ้นกว่าในอดีต รวมทั้งระดับความเครียด ความกดดันที่สูงขึ้นของผู้คนในสังคม ในขณะที่ความแข็งแรงของสุขภาพจิตที่ลดลง จึงทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า และนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ในที่สุด ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางกิจกรรมบำบัดได้นั่นก็คือ Three-Track mind (TTM) โดยเริ่มจากการที่เราทำความเข้าใจคนไข้ ทราบความต้องการที่แท้จริงของคนไข้ และทำให้คนไข้เกิดความรู้ในเป้าหมายของการทำกิจกรรม (Interactive Reasoning : Why) หลังจากนั้นเราจะสามารถมองเห็นภาพรวมของคนไข้ จึงทำให้เกิดกระบวนการแก้ปัญหาเป็นเหตุเป็นผลและเป็นระบบ (Systemic thinking) และประเมินซ้ำอย่างต่อเนื่องได้ (Conditional Reasoning : Because…) ท้ายที่สุดเราจะสามารถเข้าใจคนไข้และสามารถออกแบบเชิงระบบ(Design Thinking) โดยที่ขั้นตอนเป็นเหตุเป็นผลได้ (Procedural Reasoning)

ลักษณะของบุคคลที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

           บุคคลที่มีลักษณะเสี่ยงต่อปัญหาดังกล่าว คือ บุคคลที่คนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้ารุนแรง มีความสามารถในการปรับตัว คิดแก้ปัญหาในชีวิตได้ไม่ดีและไม่เป็นระบบ (Conditional Reasoning) เราสามารถสังเกตเห็นสัญญาณได้หลายอย่าง (Procedural Reasoning) เช่น คิดว่าตัวเองไร้ค่า มีแต่ความล้มเหลว ทำอะไรไม่สำเร็จ รู้สึกท้อแท้ รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร ชอบเก็บตัวตามลำพัง แยกตัวจากครอบครัวและเพื่อนฝูง ขาดความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง ไม่รู้สึกสนุกสนานกับสิ่งที่เคยชอบ มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มเหล้าจัด ขับรถเร็ว พูดบ่น หรือเขียนข้อความเกี่ยวกับความคิดอยากตาย จัดการกับภาระสุดท้ายต่างๆ เช่น ทำพินัยกรรมยกสมบัติส่วนตัวให้ผู้อื่น เป็นต้น

             หากเราสังเกตแล้วพบว่าบุคคลนั้นมีลักษณะบ่งบอกว่ามีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายแล้ว ต้องรีบให้ความช่วยเหลือ ป้องกัน ซึ่งทำได้ในหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสถานการณ์ คนที่คิดฆ่าตัวตายมักมองโลกในแง่ลบคิดว่าไม่มีใครช่วยได้ เราจึงควรเป็นฝ่ายเข้าหามากกว่ารอให้บุคคลนั้นร้องขอ (Procedural Reasoning)

 

 

             ในปี 2020 ผลการสำรวจการฆ่าตัวตายของชาวอเมริกันได้เผยออกมาว่าการฆ่าตัวตายนั้นติดอันดับที่ 10 ของสาเหตุการตายทั้งหมดในประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงอายุที่มีการฆ่าตัวตายมากที่สุดคือ 45-54 ปีส่วนใหญ่ฆ่าตัวตายโดยใช้การปืน โดยเฉลี่ยชาวอเมริกัน 132 คน เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในแต่ละวัน ซึ่งผู้ชายนั้นเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายบ่อยกว่า 3.6 เท่าของผู้หญิงและผู้หญิงมีแนวโน้ม 1.4 เท่าที่จะฆ่าตัวตาย อีกทั้งในปี 2017 อัตราการฆ่าตัวตายของทหารผ่านศึกนั้นมากกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นทหารผ่านศึกถึง 1.5 เท่า และร้อยละ 90ของผู้ที่ฆ่าตัวตายนั้นมีปัญหาทางสภาพจิตใจ ซึ่งเราสามารถสังเกตบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายได้ (Procedural Reasoning) ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงในความอยากอาหาร
  • ปัญหาการนอนหลับ
  • รู้สึกกระสับกระส่ายหรือเฉื่อยชา
  • ความคิดเชิงลบกับตนเอง
  • มักจะรู้สึกเหนื่อย
  • ไม่มีสมาธิ
  • มักจะคิดถึงความตาย

      นอกจากนี้เรายังสามารถถามบุคคลนั้นได้โดยตรง เช่น  "คุณกำลังมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือไม่" “คุณเคยพยายามทำร้ายตัวเองมาก่อนหรือไม่” “คุณมีอาวุธในบ้านไหม” เป็นต้น การถามคำถามเหล่านี้นั้นจะไม่ทำให้บุคคลนั้นมีความคิดที่จะอยากฆ่าตัวตายลดลง แต่จะบ่งบอกว่าบุคคลนั้นมีความคิดที่อยากจะฆ่าตัวตายมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจความคิดและความรู้สึกของบุคคลนั้นมากขึ้น (Interactive Reasoning)

 

 

ทำไมถึงเกิดโรคซึมเศร้า ?

 

              โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสมองในส่วนที่มีผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรมรวมถึงสุขภาพทางกาย แต่ที่คนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าก็มักจะนึกถึงเพียงอาการหรือสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไป จึงคิดว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดหวัง หรือการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ และจะสามารถรักษาหรือแก้ไขได้ด้ววยการให้กำลังใจ ซึ่งในความจริงแล้ว โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท 3 ชนิด คือ ซีโรโตนิน นอร์เอปิเนฟริน และโดปามีน จึงจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ เพราะนอกจากจะต้องบำบัดอย่างถูกวิธีแล้ว ยังอาจจะต้องใช้ยาในการรักษาร่วมด้วย เช่น metoprolol  omeprazole  omeprazole เป็นต้น

     

 

ทำไมการพูดให้กำลังใจถึงช่วยผู้ป่วยซึมเศร้าได้?

         

            วิธีที่เราทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ คือ การพูดให้กำลังใจผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า (Procedural Reasoning) เพราะหัวใจของการรักษาโรคซึมเศร้า นอกเหนือจากการใช้ยาแล้วคือการที่ผู้ป่วยต้องมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ที่จะทำให้อยากใช้ชีวิตอยู่ และมีกำลังใจสู้ต่อ สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้นเป็นโรคที่เราต้องใช้ความเข้าใจสูง เพราะเป็นโรคที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน คำพูดของเราสามารถไปทำร้ายผู้ป่วยได้ง่ายๆ วิธีที่จะรับมือนั้นคือความเข้าว่าโรคนี้จะต้องใช้คำพูดแบบไหนเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกดี เช่น เราจะอยู่ข้างๆเธอ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยซึมเศร้านั้นไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และคำพูดไหนห้ามใช้เพราะจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแย่กว่าเดิม เช่น อย่าคิดมาก เป็นต้น

 

 

ทำไมการกอดถึงช่วยผู้ป่วยซึมเศร้าได้?

 

                อีกหนึ่งวิธีสุดท้ายในบทความนี้ที่เราจะสามารถช่วยทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารู้สึกดีขึ้นได้นั่นก็คือ การกอดนั่นเอง เนื่องจากเมื่อเรากอดใครสักคน ร่างกายจะผลิตสารที่เรียกว่า ออกซิโตซิน (oxytocin) ออกมาในระดับสูง ซึ่งฮอร์โมนออกซิโตซินนั้น มีส่วนช่วยในการลดความเครียดและความวิตกกังวลลง อีกทั้งยังมีประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างพฤติกรรมเอื้อสังคม (prosocial behaviors) และเป็นสารช่วยต้านความซึมเศร้าได้อีกด้วย(Conditional Reasoning) ดังนั้นการกอดจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ 

 

 

อ้างอิง :

https://www.manarom.com/blog/Suicide_prevention.html

https://www.phyathai.com/article_detail/2876/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87

https://www.sompo.co.th/en/home/sompo-article/Sompo-blog-article-listing/area-body/Know%20more%20about%20Sompo/blog%20content%2016.html

https://chapterland.org/wp-content/uploads/sites/13/2017/11/US_FactsFigures_Flyer.pdf

https://www.medix-global.com/thai/content/blog/view/?ContentID=2023

 

 

 

คำสำคัญ (Tags): #Three-track Mind#ttm
หมายเลขบันทึก: 692184เขียนเมื่อ 30 สิงหาคม 2021 21:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 กันยายน 2021 19:29 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท