สถาบันนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ร่วมกับ สกสว. จัดโครงการพัฒนากลุ่มความร่วมมือ (consortium) นักประเมินการวิจัยและนวัตกรรมแห่งประเทศไทย กิจกรรมหนึ่งคือจัดการสัมมนา และในการสัมมนาครั้งที่ ๔ ได้เชิญ Michael Quinn Patton พูดเรื่อง Blue Marble Evaluation โดยเป็นการสัมมนา ออนไลน์ และวิทยากรพูดจากรัฐมินนีโซต้า สหรัฐอเมริกา ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔
เข้าชมการสัมมนาที่ใช้เวลาเกือบ ๓ ชั่วโมง โดยชมย้อนหลัง ได้ที่ (๑) โดยดู PowerPoint ประกอบได้ที่ (๒)
ผมเข้าชมในวันที่ ๒๕ และ ๒๖ กรกฎาคม ด้วยความอิ่มเอม และได้ทั้งความรู้และแรงบันดาลใจ ได้เรียนรู้ว่า Blue Marble Evaluation เป็นการขยายขอบฟ้าของ DE – Developmental Evaluation ออกไปอีกขั้นหนึ่ง ที่อาจเรียกว่า เป็นการประเมินเพื่อเอาชนะ กระบวนทัศน์คับแคบตัวใครตัวมัน หน่วยใครหน่วยมัน ที่เรียกว่า ไซโล ก็ได้
เป็นการประเมินที่เหมาะสมต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยเอาชนะอุปสรรคของนโยบาย และการพัฒนา ช่วยเอาชนะกระบวนทัศน์คับแคบ พวกใครพวกมัน พรรคใครพรรคมัน กระทรวงใครกระทรวงมัน หน่วยงานใดหน่วยงานมัน ที่ดาษดื่นอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน ไม่มองกว้างเห็นความซับซ้อนและความเชื่อมโยงของเรื่องสำคัญในบ้านเมือง สู่ภาพใหญ่ของทั้งประเทศ และทั้งโลก ที่ Blue Marble Evaluation จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเอาชนะอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ภายในพวกเรากันเอง ที่มีความรู้สึกและพฤติกรรมแบ่งแยกแข่งขันเอาชนะกันเอง แทนที่จะรวมพลังกันเอาชนะความท้าทายใหญ่ ที่กำลังเผชิญร่วมกัน
ทำให้ผมนึกถีงกรรมการสภาพัฒน์ฯ สองท่าน คือ ดร. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา และ รศ. ดร. วราการณ์ สามโกเศศ ที่สนใจนำ DE ไปใช้ในการพัฒนาประเทศ ผ่านกิจกรรมของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนึกถึง ศ. ดร. สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ผมเคารพนับถือ จึงอยากให้ท่านเหล่านี้ได้ชมรายการนี้ย้อนหลัง ซึ่งผมให้ลิ้งค์ไว้แล้วที่ (๑)
Blue Marble Evaluation เป็นเครื่องมือเอาชนะความเคยชินเดิมๆ ของการพัฒนา ที่ดำเนินมาตรการต่างๆ แบบแยกส่วน ขาดความเชื่อมโยง ไม่มองความซับซ้อนและเป็นพลวัต ดำเนินการแบบ reductionism หลงมองกระบวนการการพัฒนาเป็นเส้นตรง (linear) ไม่คำนึงถึงธรรมชาติของประเด็นพัฒนานั้นๆ ว่ามีความซับซ้อน และไม่แน่นอน (complex – adaptive) หากจะดำเนินการให้สำเร็จต้องทำงานร่วมกันในหลายมิติ หลายหน่วยงาน และในสภาพที่ขาดกลไกประสานความร่วมมือ น่าจะได้พิจารณาใช้ BME – Blue Marble Evaluation เข้าช่วย
ฟังการบรรยาย และตอบคำถามตลอดเวลาเกือบสามชั่วโมงแล้ว ผมคิดว่ามิติหนึ่งที่สำคัญยิ่งต่อสังคมไทย แต่วิทยากรไม่ได้เน้น เพราะท่านคุ้นกับสังคมอเมริกันที่เป็นสังคมแนวราบ แต่สังคมไทยเป็นสังคมแนวดิ่ง ระบบราชการไทยเน้นใช้มาตรการควบคุมและสั่งการ (command and control) การใช้ BME ในบริบทไทยจึงต้องสร้างความสัมพันธ์แนวราบขึ้นในกลุ่ม stakeholders BME จึงจะออกฤทธิ์ได้เต็มที่
หลักการของ BME มี ๑๖ ข้อ เป็นหลักการแม่บท ๔ ข้อ หลักการระดับปฏิบัติการ ๑๒ ข้อ ดัง Ppt ที่คัดลอกมาดังนี้

แต่ละข้อมีคำอธิบายในการบรรยาย โดยผมขอย้ำลักษณะสำคัญยิ่งคือ การสร้างความเชื่อมโยง การมองระบบ การมองข้ามพรมแดน และการคิดเชิงประเมิน (คิดเชื่อมลงลึก คิดเชื่อมโยงกว้างขวาง ทักษะในการตีความข้อมูลหลักฐาน และคิดกระบวนระบบ – systems thinking)
DE เน้นประเมินเพื่อความสำเร็จของ project หรือ program แต่ BME มุ่งประเมินเพื่อ systems change และ transformation คือมุ่งมองภาพใหญ่กว่า ยั่งยืนกว่า เหมาะสมต่อการใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ และโลก เป็นอย่างยิ่ง
ท่านยกตัวอย่างรูปธรรมของ BME คือ Food Systems Dialogues ซึ่งอ่านรายงานผลการสังเคราะห์กิจกรรมในปี 2018 - 2019 ได้ที่ (๒)
BME ในมุมของ Michael Patton มองการเชื่อมโยงโลก เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลก แต่ผมมักน้อยกว่า ผมมองการนำ BME มาใช้เชื่อมโยงหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประ เทศร่วมกัน
ขอบคุณคุณกฤษณา ตรีศิลป์วิเศษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สกสว. ที่กรุณาส่งลิ้งค์เข้าชม และ Ppt ประกอบการสัมมนามาให้
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.ค. ๖๔
ลิ้งค์เข้าชมการบรรยายอันเก่าถูกลบ ชมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=JNU4YNMZCJ0