ลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด




สำนวน " ลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด" หมายถึง คนที่มีอำนาจหน้าที่หรือตำแหน่งสูงกว่าคนที่อยู่ใต้อำนาจ จะทำอย่างไรกับคนที่อยู่ใต้อำนาจของตนก็ได้ตามต้องการ
ที่มาของสำนวน เปรียบเปรยลูกไก่ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในกำมือกับผู้ที่มีอำนาจน้อยกว่า หรือ ผู้ที่ไม่มีทางสู้ หากอยากจะบีบให้ตายหรือปล่อยไปเมื่อไรก็ย่อมได้




สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึงคนที่เสียเปรียบคนอื่น ต้องยอมทำตาม ไม่มีทางหลีกเลี่ยง เหมือนลูกไก่ในกำมือ บีบก็ตาย คลายก็รอด ใครที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้จะสร้างความทุกข์กายทุกข์ใจอย่างมาก ดังเช่นตัวอย่างในวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก พระเจ้าเหี้ยนเต้กับพระเจ้าเล่าเสี้ยนมีชะตากรรมไม่ต่างกัน เหมือนลูกไก่ในกำมือขุนนาง




บัดนั้น
ยายเฒ่าทูลแจ้งแถลงไข
แม่อย่าหวาดหวั่นพรั่นพระทัย
มันเหมือนลูกไก่อยู่ในมือ
(คาวี ตอน เฒ่าทัศประสาทจะให้ไวยทัตมาปราบคาวี)
บัดนี้เราเข้ามาล้อมปราการ
ชีวิตท่านเหมือนลูกไก่อยู่ในมือ
แม้นบีบเข้าก็ตายคลายก็รอด
จะคิดลอดหลบหลีกไปอีกหรือ
(พระอภัยมณี ตอน กองทัพอุเทนล้อมเมืองรมจักร)



ข้อคิดจากสำนวน ลูกไก่ในกำมือ
ผู้ที่อยู่ในสถานะมีอำนาจเหนือกว่าไม่ควรใช้อำนาจบีบบังคับ กดขี่ข่มเหง บีบบังคับจิตใจ หรือแสวงหาผลประโยชน์จากผู้อยู่ใต้อำนาจ คนที่ไม่มีทางต่อสู้เมื่อถูกกดดันมากๆเข้าก็หมดความอดทนและฮึดสู้อย่างไม่คิดชีวิตได้ เพราะไม่มีทางเลือกอีกแล้ว



ส่วนคนที่อยู่ใต้อำนาจของผู้อื่น ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ต้องปฏิบัติตามคนมีอำนาจเหนือกว่า ต้องเป็นหนี้บุญคุณคนอื่น ยอมทำตามความต้องการของเขาเพื่อตอบแทนบุณคุณ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงขัดขืน แม้ว่าอาจต้องทำสิ่งที่ผิดหรือทุจริตต่อหน้าที่ เหมือนลูกไก่ที่เขาจะบีบก็ตายคลายก็รอด ต้องพยามช่วยเหลือตนเอง ยืนให้ได้ด้วยขาของตนเอง อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี อย่าหวังพึ่งพาผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่ช่วยเหลือเพื่อหวังจะเรียกร้องผลประโยชน์ในภายหลัง




อย่างไรก็ตามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่มีใครอยากตกอยู่ในสถานะ “ลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด”






