หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน : ๗. พัฒนาหลักสูตรบนฐานกระบวนทัศน์รู้ไม่ชัด



ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

การประชุมคณะกรรมการกำกับทิศในคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ ๓/๒๕๖๓  เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๓  ช่วยให้ผมค่อยๆ กระจ่าง ว่าสภาพการทำงานภายใน สพฐ. เป็นอย่างไร    แต่กระจ่างผ่านการเดานะครับ    ไม่รับรองว่าเข้าใจถูกต้อง

ระหว่างการประชุม ผมนึกในใจว่า หากผมเป็นหัวหน้าทีมทำงานนี้  ในการประชุมทุกครั้ง ผมจะเริ่มด้วยการบอกนิยามของ หลักสูตรฐานสมรรถนะเท่าที่กระจ่างในหมู่ทีมงานในขณะนั้น เพื่อตอกย้ำว่า การทำงานพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะครั้งนี้ เป็นการทำไปเรียนรู้ไปในทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง    และต่างกลุ่มย่อมมีมุมมองแตกต่างกัน    ความแตกต่างนี้ ไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ แต่อย่างใด   

และสิ่งที่ต้องตระหนักคือ หากจัดการไม่ดี หลักสูตรในกระดาษ กับหลักสูตรที่ครูใช้ในห้องเรียน  และผลลัพธ์การเรียนรู้ในตัวเด็ก จะไม่สอดคล้องกัน   

ที่สำคัญ จะไปไม่ถึงสมรรถนะ    หรือไปถึงแบบปลอมๆ     แถมยังทำให้ความรู้เชิงสาระซึ่งอ่อนแออยู่แล้ว ยิ่งอ่อนแอลงไปอีก    เพราะส่วนกลางส่งสัญญาณผิดว่า สาระวิชาไม่สำคัญ     ที่สำคัญคือสมรรถนะ   

แนวคิด either … or … นี่แหละ ที่จะทำลายความสำเร็จของขบวนการปฏิรูปการศึกษาไทย    ให้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับพัฒนาสมรรถนะ    ซึ่งหมายถึงเด็กมี “ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะต่างๆ ที่ตนมี  ให้เหมาะสมในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ    การใช้ชีวิต และการแก้ปัญหา สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวัฒนธรรมในสถานการณ์ที่หลากหลาย”  ในระดับลึกและเชื่อมโยง   

ผมสารภาพกับตนเองว่า จนถึงปัจจุบันนี้ ผมยังเข้าใจ “สมรรถนะ” ไม่ชัด    และเดาว่า ผู้เกี่ยวข้องที่ สพฐ.  ที่และที่โรงเรียน ก็คงจะไม่ชัดเหมือนกัน    เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ได้นำไปปฏิบัติ    ยังอยู่ในขั้นทำความเข้าใจทฤษฎี    ซึ่งจะไม่มีวันช่วยให้เข้าใจชัด

ย้ำนะครับ    ตราบใดที่ไม่มีประสบการณ์ตรง ก็จะเข้าใจเรื่องนั้นไม่ชัด

ผมชอบยกตัวอย่างการทำความเข้าใจว่าการแต่งงานเป็นอย่างไร    เราไม่เคยแต่งงาน ไปถามเพื่อนที่แต่งงานแล้ว    ไม่มีทางที่เขาจะอธิบายให้เราเข้าใจได้จริง    ต้องมีประสบการณ์ตรงเท่านั้น จึงจะเข้าใจได้ชัด

แต่เรื่องมันซับซ้อนขึ้นไปอีก ตรงที่ประสบการณ์การแต่งงานของแต่ละคนอาจต่างกันมาก    นี่คือธรรมชาติของเรื่องที่ซับซ้อน (complex)   ฟังจากคนหนึ่งได้ภาพหนึ่ง    ฟังจากอีกคน ภาพต่างกันแบบขั้วตรงกันข้ามก็เป็นไปได้

นี่คือสภาพของ หลักสูตรฐานสมรรถนะ   ผมจึงไม่เห็นด้วยกับวิธีดำเนินการที่นักวิชาการทำงานวิชาการจนได้ข้อสรุปชัดเจน    เสนอให้ฝ่ายบริหารอนุมัติ   แล้วเอาไปให้ครูและโรงเรียนดำเนินการตามที่นักวิชาการกำหนด    เพราะผมเชื่อว่า จะเป็นข้อกำหนดของผู้รู้ไม่ชัด   

ในสภาพของ complexity เช่นนี้    ต้องดำเนินการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะโดยมีครูและโรงเรียนเป็นหุ้นส่วนภาคสนาม     นำเอาผลงานของนักวิชาการไปปรับใช้ตามบริบทของตน    แล้วตกผลึกร่วมกับนักวิชาการออกมาเป็น หลักการของ หลักสูตรฐานสมรรถนะ จากประสบการณ์ของภาคปฏิบัติ ในบริบทไทย     สำหรับเสนอให้โรงเรียนต่างๆ นำไปปรับใช้    เพื่อพัฒนาต่อเนื่อง  

วิจารณ์ พานิช

๘ ก.ย. ๖๓    ปรับปรุง ๑๒ ต.ค. ๖๓ 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)