[email protected]

  ติดต่อ

  คนต่างชาติมาสอนภาษาของคนในพื้นที่ให้กับคนในพื้นที่  

ปัญหาเรื่องภาษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง น่าสนใจอย่างไร อยู่ที่ประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งมองว่าปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้น่ามาจากภาษา เพราะรัฐไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนได้ดี บางครั้งรัฐก็กล่าวว่าคนใต้ในสามจังหวัดชายแดนใต้มักจะพูดแต่ภาษามลายู พูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่ผมจะมองกลับกัน เพราะผมเจอกับตัวเองและจากการสังเกตจากคนที่รู้จัก ส่วนมากคนเหล่านั้นจะพูดภาษาไทย โดยเฉพาะน้องของผมเอง เขาไม่ยอมพูดมลายูยกเว้นเวลาพูดกับคุณยายคนเดียวเท่านั้น ทำให้เขาพูดมลายูได้ไม่ดี บางครั้งเวลาพูดเขาจะอาย เพราะกลัวจะผิดจะเพี้ยนแล้วโดนล้อ นี่คือแสดงว่าเวลาเขาพูดกับเพื่อนๆหรือกับคนอื่นเขาก็จะใช้ภาษาไทย จากสิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมดอาจจะยังไม่สมบูรณ์ที่สนับสนุนความคิดที่ว่าคนไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีปัญหาในเรื่องการใช้ภาษามลายูมากกว่าการใช้ภาษาไทย

            เรื่องต่อไปที่ผมจะนี้ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่น่าศึกษา เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา มีการเปิดสอบคัดเลือกเพื่อเป็นอาจารย์สอนภาษามลายูในระดับมหาวิทยาลัย ผู้สมัครมี 3 คน ท่านคงไม่คิดสิว่าในสามคนนั้นจะมีคนเชื้อชาติอื่นสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่คนไทยในสามจังหวัดชายแดนใต้ หนึ่งในนั้นเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้พูดภาษามลายูเป็นภาษาแม่หรือแม้แต่ภาษาที่สอง และอีกสองคนเป็นคนในพื้นที่ ผลการสอบคัดเลือกเป็นยังไง ก็คงไม่คาดคิดอีกสิครับว่าคนในพื้นที่จะไม่ได้รับการคัดเลือก ชาวต่างชาติคนนั้นได้รับการคัดเลือก ผมไม่ได้ต่อว่าคนที่สอบไม่ได้ แต่ผมอยากจะสะท้อนปัญหาเรื่องภาษาของคนในพื้นที่ ที่รัฐมองว่าพูดไทยได้ไม่ดี แต่ความจริงคือภาษาของคนในพื้นที่นั้นมีปัญหาทั้งสองภาษา (ขนาดชาวต่างชาติยังสามารถมาสอนภาษาของคนในพื้นที่ได้ แสดงว่าภาษาคนในพื้นที่นั้นมีปัญหา)  แต่ในอนาคตผมคิดว่าปัญหาภาษามลายูเพียงภาษาเดียวที่น่าจะมีปัญหา เพราะสื่อที่ได้พบเจอส่วนมากเป็นภาษาไทย ปัญหานี้สามารถชี้ให้เห็นภาพได้ง่ายเช่น มีชาวเวียดนามหรือพม่ามาสอนภาษาไทยให้กับคนไทยที่พูดภาษาไทยในมหาวิทยาลัยในประเทศไทย นั่นเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่ธรรมดาใช่ใหมครับ

            ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความกังวลใจที่ว่า ภาษาที่ใช้โดยทั่วไปของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีภาษาในการสื่อสารน้อยลง จาก 2 ภาษา เหลือเพียงภาษาไทย ซึ่งจะไม่ดีแน่ในเชิงเศรษศาสตร์เพราะเราไม่สามารถสื่อสารกับเพื่อนบ้านได้ ผลที่ตามมาคือธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียจะลดน้อยลง ซึ่งถ้าคิดเป็นมูลค่าของเงินผมคิดว่ามากอยู่นะ แต่รัฐจะมองว่าเป็นการดีทางด้านความมั่นคง ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับการส่งเสริมการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องควบคู่กับการใช้ภาษามลายู เพราะคนที่พูดได้หลายภาษามักจะได้เปรียบกว่าคนที่พูดได้น้อยกว่า และนั่นเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน [email protected]

หมายเลขบันทึก: 68693, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 16:48:41+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #มหาวิทยาลัย#ภาษาไทย#อิสลาม#ภาษา#มาเลเซีย#วิทยาลัยอิสลามยะลา#ภาษามลายู#ปัญหาชายแดนภาคใต้

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (7)

ขอบคุณสำหรับบันทึกดีดีนี้นะครับอาจารย์

ผมขอเรียงลำดับภาษาที่มุสลิมในภาคใต้ต้องเรียน

  1. ภาษาอาหรับ เป็นภาษาศาสนา เรียนอัลกุรอาน ตาดีกา เรียนโรงเรียนปอเนาะ เอกชน หรืออุดมศึกษา
  2. ภาษามลายู เป็นภาษาแม่ เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารในท้องถิ่น สามารถแบ่งออกได้อีก
    - ภาษามลายูปัตตานี ที่ใช้ตัวหนังสืออาหรับเขียน หรือที่ชอบเรียกว่าเป็นภาษายาวี
    - ภาษามลายูที่เป็นภาษามาเลย์หรืออินโด ใช้อักษรโรมันเขียน
  3. ภาษาไทย ภาษาของชาติ ใช้เรียนหนังสือ ติดต่อทางราชการ ติดต่อกับโลกภายนอก(ในประเทศไทย)
  4. ภาษาอังกฤษ เขาว่าเป็นภาษาสากล ภาษาไร้พรมแดน ติดต่อกับโลกภายนอกที่สากล

เข้าใจว่า ทุกวันนี้ทั้งสี่ภาษานี้มีปัญหาหมด ทั้งๆที่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีได้เรียนรู้หลายภาษาแต่ กลับไม่ดีสักภาษา และอาจเป็นเหตุจูงให้การเรียนรู้หรือการศึกษาของเด็กในพื้นที่ตกต่ำไปด้วย

ผมคิดว่าแทนที่จะคงไว้เพียงภาษาเดียว(ภาษาไทย) อย่างที่ผู้ใหญ่บางท่านคิด(ได้ทำมาแล้วบ้าง) น่าจะแก้ไขและส่งเสริมให้จริงจัง

Adinan
IP: xxx.113.77.100
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณสำหรับความรูของอ.มูซา ที่ได้เติมเต็มในสิ่งที่ผมขาดตกบกพร่อง และขอบคุณกัมปนาท ที่ให้กำลังใจและคำขอบคุณ
abdulkhorfur
IP: xxx.7.140.174
เขียนเมื่อ 

 เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ และเห็นอยู่บ่อยๆ ในเรื่องความไม่เป็นธรรม และไม่เหมาะสมในพื้นที่นี้

ความคิดเห็นของผม เป็นการดีที่จะรักษาจุดเด่นของคนใจ 3 จังหวัดซึ่งผมคิดว่ามีความสำคัญดังนี้

1. ความเข้มแข็งในการปฏิบัติศาสนกิจ

2. มีเอกลักษณ์ในเรื่องขนบธรรมเนียม (การแต่งกาย การจัดงานต่าง ๆ )

3. ภาษา

 

 

 

 

AdOniS
เขียนเมื่อ 
ชุกร่อนค้าบ แวะมาอ่าน

เออนะ...เป็นข้อสังเกตุที่ดีมากเลยครับ แต่คงต้องเฟ้นหาคนที่ใจกว้างมาแก้ปัญหาเมื่อไหรจะเจอก็ไม่รู้นะครับ การมองของอาจารย์เห็นชัดมาก คือความจริงแล้วคนในท้องถิ่นมีโอกาศด้านภาษาอยู่แล้ว ถ้ารัฐเข้ามาช่วยพัฒนาทำให้ชาวบ้านมองในภาพที่ขึ้น มาช่วยกันคิดหลักสูตรการสอนภาษา ที่ทำให้คนในพื้นที่พูดมาลายูถูกต้องและสามารถพูดภาษาไทยได้ดี แต่....ก็ต้องคิดเช่นกันว่าทำอย่างไรอย่าให้ทั้งสองฝ่ายมีอคติต่อกัน ทำอย่างไรอย่าให้ชาวบ้ามมองว่าภาษาไทยเป็นภาษาของผู้กดขี่ และทำอย่างไรอย่าให้ทางภาครัฐมองว่าภาษามาลายูเป็นภัยต่อความมั่นคง ผมว่าความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องศาสนาและภาษา แต่อยู่ที่การแย่งชิงอำนาจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเอาภาษาและศาสนามาเป็นเครื่องมือ

ขอสนับสนุนข้อสังเกตนี้ครับ ... ประเด็นเรื่องภาษาสำหรับคนใต้น่าสนใจมาก .. เพราะถ้าพลิกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อาจจะพบหลายอย่างที่น่าทึ่ง ภาษามลายูเป็นภาษาที่ใช้อย่างกว้างขวางในแถบเอเชียอาคเนย์ เป็นภาษาที่มีอิทธิพลตั้งแต่อดีตอันยาวนาน ไม่เฉพาะในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รวมถึงการศึกษา และสังคมด้วย ทั้งๆ ที่ภาษามลายูสำคัญขนาดนี้ แต่น้อยที่จะมีการพูดคุยอย่างเป็นจริงจัง ผมอยากจะเชื่อว่าน่าจะมีคนในพื้นที่ที่เชี่ยวชาญภาษามลายูจริงๆ แต่ไม่รู้่จะเชื่อได้หรือไม่ มันต้องมีอะไรสักอย่างแสดงให้เห็นว่า ชาวมลายูยังสามารถใช้ภาษาของเขาได้อย่างมีประสิืทธิภาพ เช่นมีการเขียน การอ่าน การพิมพ์ มีศูนย์ศึกษาวิจัย ศูนย์เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ที่พอจะสะ้ท้อนตรงจุดนี้ ..

 นี่ยังไม่พูดถึงภาษาญาวีนะครับ คนที่ชอบศึกษาความรู้ประเภทวรรณกรรมมลายู หรือแม้แต่งานวิชาการด้านอิสลามศึกษา คิดว่าไม่น่าจะพลาดที่ควรต้องศึกษาพัฒนาการภาษาญาวีในอดีตที่เคยรุ่งเรือง จนกระทั่งปัจจุบันที่ค่อยๆ เลือนหายไปทุกที เพราะไม่มีใครที่คอยอุ้มชูและดูแลให้คงอยู่ต่อไป .. คิดแล้วน่าเสียดายครับ ...