วันนี้เพื่อน ๆที่ไปราชการกลับมาทำหน้าที่ของตนตามเดิม...ภาระงานที่เพิ่มมาจาก 2 ท่าน ก็กลับไปเหลืองานของตนเองที่รับผิดชอบก็ทำกันไปตามหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่...
ความจริงเรื่องงานยิ่งทำยิ่งชำนาญ...ยิ่งทำก็ยิ่งคล่องตัวแสดงว่าสิ่งที่ยากคือการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ...มันอยู่ที่ใจนี้เองครับ...ความยุ่งยากทั้งหลายถ้าเรามองให้ดีมันเป็นเส้นผมบังภูเขาเหมือนกันนะครับ...
มันยากครงที่หาเส้นผมนั้นให้เจอแล้วเอามันออกจากจุดบังภูเขา...ทุกอย่างก็มีระหัสทั้งนั้น...ถ้าเราไม่รู้วิธีถอดระหัสก็หาไม่เจอเช่นเดียวกันและยากที่จะไปพบต้นตอ...เช่น นายขาวรู้ว่าการที่เราจะไปพบนายดำได้ต้องไปขอระหัสจากนายสี...
เพราะนายสีรู้ระหัสของนายดำ...อยู่ ๆเราไปพบนายดำเลยก็จะไม่ได้พบ...และหาไม่เจอนายดำ...ถึงเจอก็ไม่รู้จักนายดำจริงครับ...ระหัสจึงสำคัญด้วยเหตุนี้...
เวลา umi ศึกษาดูคำสอนเรื่อง ทิศ 6 โอ้ โฮ...เกิดสว่างวาบทางความคิดเลยในเรื่องความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับระหัสดังกล่าว...ทำให้เกิดมุมคิดว่า...
สิ่งเล็ก ๆก็คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่...สิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็มาจากสิ่งที่เล็ก ๆนั่นเอง...ถ้าเรารู้ระหัสแห่งการเชื่อมโยงในทุกสิ่ง…เราจะเห็นระหัสแห่งความว่างได้ในที่สุด…ฮา ๆ เอิก ๆ…
ทิศ 6 คืออะไรคะอาจารย์
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณ ออต
ระหัสนิยมเป็นแนวคิค umi ครับ...อาจจะผิดก็ได้...รหัส
ก็ทั่วไปเช่น รหัสประจำตัวนักศึกษา...ครับ
ขอบคุณครับ
จาก...umi
สวัสดีครับ คุณ จันทรรัตน์
ทิศ 6 เป็นหลักคำสอนทางพุทธศาสนาครับ
คือเอาคนหนึ่งเป็นศูนย์กลาง...
แล้วเอาทิศเบื้องหน้าเพราะเห็นก่อนคือพ่อแม่
ต่อไปเป็นทิศเบื้องขวาคือครู
แล้วมองทิศเบื้องซ้ายคือมวลญาติมิตร
เงยขึ้นมองทิศเบื้องบนคือนักบวช
แล้วก้มลงดูทิศเบื้องล่างคือลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา
แล้วจึงหันไปมองทิศเบื้องหลังคือเป็นทิศสุดท้ายมี ผัว - เมีย - ลูกชาย - ลูกหญิง
เรื่องทิศ 6 นี้ ก็เป็นทศนิยมไม่รู้จบได้เหมือนกันนะครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
จาก...umi