เมื่อไม่เข้าใจ ก็เลยมาคุยกันว่า ควรมาทำงานแบบนโยบายกึ่งตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่ใช่ทฤษฎีใหม่ แต่ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่วนทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีเก่า คนละเรื่อง ก็ต้องทำความเข้าใจกับข้าราชการใหม่ ทฤษฎีใหม่ ก็ไปทาง
ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณเจริญวิทย์ เสน่หา จากสำนักแผนและนโยบาย กระทรวงเกษตรฯ เมื่อคืนวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๙ ณ ศูนย์เรียนรู้ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เกี่ยวกับอุปสรรคการทำงานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในกระทรวงเกษตรฯ ได้ข้อสรุปมาดังนี้
- เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ข้าราชการไม่เข้าใจ ก็เลยกลายเป็นมหกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ข้าราชการเขาจะรู้แต่เรื่องทฤษฎี คนฟังก็เฝือ ไปหมด ขึ้นเวทีไหน ๆ ก็พูด 1.. 2.. 3.. เรื่องทฤษฎี ภูมิคุ้มกันอะไรต่างๆ ในหลวงได้นำทรงนำเกษตรทฤษฎีใหม่เข้าไปในระบบ แต่คนในกระทรวงเกษตร ยังไม่รู้ว่า เกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่ใช่เรื่องของระบบ เป็นเรื่องของการเกษตรแนวใหม่ ปรับวิธีคิดใหม่ นี่คือปัญหาของกระทรวงเกษตร
- เมื่อไม่เข้าใจ ก็เลยมาคุยกันว่า ควรมาทำงานแบบนโยบายกึ่งตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ไม่ใช่ทฤษฎีใหม่ แต่ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่วนทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีเก่า คนละเรื่อง ก็ต้องทำความเข้าใจกับข้าราชการใหม่ ทฤษฎีใหม่ ก็ไปทาง ทุกคนก็บอกว่า ให้ไปคุยกับอาจารย์เจริญวิทย์
- คุณเจริญวิทย์กล่าวว่า ตนมานั่งทบทวน พบว่า ไม่ต้องบอกหรอกว่า วนเกษตร หรืออะไร ไม่ต้องอธิบายให้มาก มันขึ้นอยู่กับแต่ละภูมินิเวศน์ แต่ละที่ไม่เหมือนกัน ไม่ต้องมานั่งเถียงกันเรื่อง เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรประณีต 1 ไร่ ไม่ต้องพูดถึง บอกมาให้ชัดเจนว่า ระบบเกษตร ประกอบด้วย 1. พึ่งตนเอง 2. พึ่งพากันเอง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดการพึ่งพาทั้งหลาย เกษตรสามารถรวมตัวกันได้จากขั้น 1 ขั้น 2 ขั้น 3
- เวลามองก็ไม่ใช่มองเรื่องระบบการผลิตอย่างเดียว มองเรื่องของสังคม มองเรื่องอะไรที่เป็น Holistic
- สาเหตุใหญ่ก็คือ เรามาคุยกันถึงเรื่องการกระทำที่ผ่านมา ว่า พูดกันเรื่องเดิม แต่ไม่ทำให้เป็นรูปธรรม
- การกระทำที่ผ่านมา ชาวบ้านเข้าใจและรับทราบ แต่ข้าราชการ ไม่พยายามเข้าใจ พอพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ เขาก็ยกเรื่องของทฤษฎีฝรั่งว่าไว้อย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งไม่เคยคิดหรือทบทวนเลยว่า พระองค์ท่านคิดว่าอย่างไร
- และเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละเริ่มด้วยปรัชญาที่เป็นธรรมะเข้ามาสอดแทรก ซึ่งไม่มีในธรรมเนียมของฝรั่ง และมาพูดถึงปัญหาความเสี่ยง วิธีคิดของฝรั่งไม่มีจิตวิญญาณของเศรษฐกิจพอเพียงเลย
- ดังนั้น พวกอาจารย์ หรือคนที่เก่ง ๆ ทั้งหลาย พยายามจะเอาทฤษฎีของตนเองมาอธิบายทฤษฎีในหลวง คุณเจริญวิทย์จึงบอกว่า มันไม่มีหรอก ถ้ามีก็เป็นทฤษฎีเก่าไปนานแล้ว พวกนี้เขาไม่เข้าใจ ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้ สาหัส ต้องมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ ต้องให้คนที่เขาคิดว่าเขาอยากจะทำ ให้เขาอธิบายว่า เขาจะแก้อย่างไร 1..2..3..4..
- เวทีการพูดแบบทฤษฎี มันไม่น่าเป็นไปได้แล้ว ในยุคปัจจุบัน ต้องทำเลย
- แต่ระบบราชการ ถ้าไม่ขึ้นเรื่องทฤษฎี เหมือนจะคุยกันไม่รู้เรื่อง มีการมอบหมายให้หัวหน้าผู้ตรวจ หัวหน้าผู้ตรวจก็บอกให้มาคุยกับคุณเจริญวิทย์ จะต้องปรับวิธีคิด และมีการตั้งคณะทำงาน เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
- กลุ่มเรื่องของ อ.ระพี จะปรับเรื่อง พรบ.ภาษี ปุ๋ย ยา และเอามาให้องค์กรอิสระ ที่คงทำด้วยไม่ได้ วิธีคิดแบบเดิม เอาคนเดิม ทำไปก็อาจสูญเปล่า ไม่คุ้มค่า
- ผมฟังแบบเกือบหมดหวัง ว่าขนาดคนในระดับนั้นยังทำอะไรไม่ได้ แล้วเสียงนกเสียงกาอย่างผมจะทำอะไรได้ ละครับ
ขอโทษครับ ที่เอาเรื่องเศร้ามาเล่าแต่เช้า
อยากฟังความเห็นข้าราขการกระทรวงเกษตร และ เสียงนกเสียงกาทั้งหลาย มีความเห็นว่าอย่างไรครับ
เรียน ผศ.ดร.แสวง รวยสูงเนิน
ด้วยความเคารพ
อุทัย อันพิมพ์
อาจารย์ครับ
เศรษฐกิจพอเพียง (ศกพ.) มันต้อง "ระเบิดจากข้างใน" คือต้องเริ่มจากตัวเราออกไป
ไม่ใช่ว่านักวิชาการไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เขารู้แต่ไม่รับ คือไม่ปฏิบัติ รับก็รับแบบใจไม่เปิด ใช้เวลามานิยามแล้วนั่งตีความกัน ติดตำราเสมือนตกหลุมดำในเรื่อง (Process trap)
ผมรู้จักเด็กนักเรียนตัวเล็กตัวน้อยหลายคนที่นำหลักปรัชญาศกพ. มาปฏิบัติโดยไม่เข้าใจนิยามและความหมาย
ยากครับอาจารย์ ที่จะให้ ศกพ. เข้าไปอยู่ข้างในข้าราชการหรือนักวิชาการที่ยังเคารพและยึดติดคำว่า "ตัวกู" อุปมาเหมือนการนับถีอศาสนา แต่ไม่ปฏิบัติตามศาสนา
เรามาช่วยกันปฏิบัติ และขยายแนวร่วมในการปฏิบัติตามยุทธ์ศาสตร์ป่าล้อมเมืองกันดีกว่า เผื่อว่ายางอายมันจะซึมออกมาจากพวกเขาเหล่านั้นบ้าง
คุณพันธุ์บุณย์
ขอบคุณครับ
เห็นภาพชัดเลยครับ
ขอนำไปใช้ต่อนะครับ
แต่ การที่จะระเบิดจากข้างใน บางทีเชื้อไฟก็ไม่พอครับ อาจต้องเติมจากภายนอกบ้างครับ
ทีนี้เราต้องมาดูว่าภายนอกจะเติมอะไรได้บ้างจึงจะทำให้ระเบิดจากข้างในได้มาก และทั่วไปครับ
คุณวีรยุทธครับ
ขอพูดกันอย่างตรงไปตรงมา
ผมอยากฝากความหวังไว้กับหน่วยงานของท่าน เป็นหัวหอกนำทาง
แต่ฟังคุณเจริญวิทย์พูดแล้ว ผมก็เกิดอาการตันทางความคิด
ว่าผู้บริหารเขาไม่สนใจอะไรแบบนี้
จริง ไม่จริง อย่างไรช่วยขยายความตรงนี้ หรือเขียนบล็อกแลกหมัด เอ้ย แลกเปลี่ยน ได้สักนิดไหมครับ
อยากฟังจังเลย
พูดตรงไม่ได้ก็แย้มๆให้ฟังก็ได้ครับ