ก่อนอื่นต้องยอมรับเลยว่าการที่เรามีงานเพิ่มขึ้นจากการเรียนป.บัณฑิตให้เรามีการแบ่งเวลาที่ดีมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ตัวผมเองก็ผ่านการเรียนครุศาสตร์อุตสาหการมาแล้ว เรื่องที่ดีก็คือการบริหารเวลาและการตัดกิจกรรมที่ไม่สำคัญออกไป ปกติผมจะนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม เนื่องจากตัวผมเองมีตารางสอนที่ค่อนข้างหนักพอสมควรคือสอนถึง  19.00 น. สอนเยอะไม่ใช้ปัญหาสำหรับผม  แต่การที่เราต้องไปเรียนต่อแล้วทำให้ตารางชีวิตเราเปลี่ยนบางครั้งมันก็เหนื่อย ไหนจะต้องตื่นตี 5 ขับรถจากลำปางไปเพื่อให้ทันเรียน 08.00 น.อีก (สายก็คือสายไม่มีอนุโลม) ไหนจะต้องมีการบ้านอีก แต่ผมไม่โทษใครเพราะเราเลือกและยอมรับเองตั่งแต่วันที่ไปสมัครไม่มีใครบังคับ และอีกอย่างที่สำคัญคือภาระงานในวิทยาลัย ซึ่งเป็น หม้อข้าวหม้อน้ำ ของเรา ซึ่งผมก็เคยคิดที่จะลาออกจากการเรียนป.บัณฑิตอยู่เหมือนกัน งานเยอะกว่าปริญญาตรีอีกครับ  บ่อยครั้งที่ผมเสร็จสิ้นจากการสอนแล้วผมต้องมานั่งทำการบ้านต่อจนถึง 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม ส่วนมากงานผมจะส่งประมาณนี้ตลอด และบ่อยครั้งที่ผม ใช้เวลางานทำการบ้าน เพื่อส่งให้ตรงตามเวลา จนหัวหน้าแผนกถามว่า เปลี่ยนงานใหม่ไหมจะได้มีเวลาทำการบ้าน 5555 ผมก็รู็ครับว่าหัวหน้าคงพูดหยอกเรา มันก็เลยทำให้ผมกลับมาคิดว่าเราทำงานเต็มที่หรือเปล่าการที่เราไปเรียนเพื่อแลกกับใบประกอบวิชาชีพแล้วมันส่งผลกระทบหลายๆด้าน มันคุ้มแล้วหรือยัง หากเรามาแต่เราไม่สอนเด็กจะได้อะไร ผมเลยกลับมาคิดใหม่และทำใหม่ คะแนนนั้นไม่สามารถวัดความรู้ความสามารถเราได้จริง เราต่างหากที่รู้ว่าความสามารถเราคืออะไร ผมจึงสอนให้เต็มที่ หากว่าผมทำหน้าที่การสอนอย่างเต็มที่แล้วทำให้ผมเรียนไม่ผ่านวิชาใดวิชาหนึ่งในการเรียนป.บัณฑิตภาคเรียนนี้ผมจะไม่เสียใจเลย เพราะอย่างน้องเราก็ได้ทำหน้าที่หลักคือการสอนเราได้อย่างเต็มที่แล้ว และผมก็พยายามทำงานทุกอย่างส่งตามกำหนดหากมีโอกาส และหากไม่ไหวจริงๆก็คงต้องหาที่เรียนใหม่ที่ยืดหยุ่นได้มากกว่านี้ 

#เราทุกคนที่นี่นั้นล้วนเป็นครูการให้เกียรติบุคคลนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด